บทที่ 14 บท 7.1
“หยุดร้องไห้ได้แล้ว ทำตัวเป็นเด็กสี่ห้าขวบไปได้”
“ก็คุณเกื้อบอกว่าจะเอาผมไปขาย”
“...”
“แล้วตกลงคุณเกื้อจะเอาผมไปขายจริง ๆ เหรอครับ? จะเอาผมไปขายเนี่ยนะ” ใบว่านถามย้ำ ขณะที่ดวงตาสวยก็ยังเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา เพราะยังรู้สึกขวัญผวากับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้อยู่
“ยังไม่เลิกอีกนะ ฉันแหย่นิดแหย่หน่อยไม่ได้หรือไง” อีกฝ่ายถามกลับมาทั้งหน้านิ่ง
“ค—แค่แหย่จริง ๆ ใช่ไหมครับ”
“ฉันเพิ่งรู้ว่านายเป็นมนุษย์ที่น่ารำคาญก็วันนี้แหละ” ว่าจบ คุณเกื้อก็หันไปทางคุณกานต์เล็กน้อย เมื่ออีกฝ่ายต้องการสั่งบางอย่าง
“กานต์ ตอนนี้นายช่วยพาใบว่านไปห้างตามที่ฉันบอกที เพราะอยู่กับใบว่านนาน ๆ แล้วฉันปวดหัว”
“ได้ครับ คุณเกื้อ” คุณกานต์พยักหน้ารับคำสั่ง จากนั้นอีกฝ่ายก็เดินเข้ามาหาใบว่านแล้วพูดบางอย่างกับเขา
“คุณใบว่านครับ เราไปห้างสรรพสินค้าด้วยกันเถอะครับ”
แม้ใบว่านจะมีอาการงุนงงอยู่ไม่น้อย เนื่องจากเขาไม่รู้ว่าทำไมคุณเกื้อถึงต้องใช้ให้คุณกานต์พาเขามายังห้างสรรพสินค้าด้วย แต่ใบว่านก็ยังตามมาอยู่ดี โดยห้างสรรพสินค้าที่คุณกานต์พาใบว่านมานั้น มันก็ไม่ได้อยู่ไกลจากโรงแรมเท่าไรนัก เป็นห้างหรูใจกลางเมือง มีกลุ่มลูกค้าอย่างชัดเจนว่าจะต้องเป็นพวกมีเงินเท่านั้น ถึงจะสามารถมาจับจ่ายในห้างนี้ได้
เนื่องจากในห้างนี้มีแต่ของแพง ๆ คนที่ได้ค่าแรงสามร้อยต่อวัน เห็นทีหากคิดจะมาเดินห้างนี้ก็คงจะซื้อได้แค่น้ำเปล่าเท่านั้น
“คุณกานต์พาผมมาที่นี่ทำไมเหรอครับ?” ระหว่างที่กำลังเดินตามหลังคุณกานต์คล้ายกับเด็กหลงทาง ใบว่านก็ตัดสินใจถามอีกฝ่ายด้วยสายตาใคร่รู้ เนื่องจากเขาเดาไม่ได้จริง ๆ ว่าทำไมต้องพาเขามายังห้างนี้
“อ๋อ พอดีคุณเกื้อนัดคน ๆ หนึ่งไว้ให้คุณใบว่านน่ะครับ”
“ครับ?”
“เดี๋ยวพอไปถึง เขาจะช่วยดูแลเรื่องการแต่งตัวและปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้คุณใบว่านนะครับ เพราะงั้นคุณใบว่านไม่ต้องกังวลนะ” คุณกานต์ขยายความต่อ ทว่านั่นกลับทำให้คนที่ยังไม่รู้อะไรเกิดอาการงงเป็นไก่ตาแตกยิ่งกว่าเดิม
“แล้วทำไมเขาต้องมาดูแลภาพลักษณ์ของผมด้วยเหรอครับ มันทำไมเหรอ” เมื่อใบว่านถามออกไปเช่นนั้นคุณกานต์ก็นิ่งไปพักหนึ่ง อีกฝ่ายไล่สายตามองใบว่านตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยท่าทีหนักใจแล้วพูดบางอย่างกลับมา
“หากคุณใบว่านจะไปพบผู้ใหญ่ด้วยชุดแบบนี้ ผมเกรงว่ามันจะไม่เหมาะนะครับ”
ยังไม่ทันที่ใบว่านจะได้ถามต่อว่าผู้ใหญ่คนที่อีกฝ่ายพูดถึงคือใคร คุณกานต์ก็เดินดุ่ม ๆ หนีใบว่านไปเสียก่อน ซึ่งพอใบว่านเดินตามอีกฝ่ายไปถึงร้าน ๆ หนึ่งและผลักประตูเข้าไปข้างใน เขาก็ถูกพนักงานในนั้นพาไปนั่งบนเก้าอี้แล้วจัดแจงหยิบเอาอุปกรณ์ต่าง ๆ มาติดตามผมเผ้าของใบว่าน เหมือนจะทำผมให้
“เดี๋ยว ๆ นี่มันอะไรกัน” ใบว่านถามเสียงงง
“ก็ตามที่ผมบอกไงครับคุณว่าน เดี๋ยวพนักงานของคุณพงษ์จะเป็นคนจัดการปรับภาพลักษณ์ให้คุณใบว่านเอง เพราะก่อนหน้านี้คุณเกื้อได้เข้ามาคุยให้แล้วครับ” พูดจบ คุณกานต์ก็ทิ้งใบว่านแล้วเดินไปรอที่มุมหนึ่งของทางร้านทันที ทิ้งให้ใบว่านนั่งทำหน้างงอยู่บนเก้าอี้
ใจจริงเขาอยากจะโวยวายเสียให้รู้แล้วรู้รอดด้วยซ้ำ แต่เพราะกลัวว่าเรื่องนี้มันจะไปถึงหูคุณเกื้อ สุดท้ายใบว่านจึงทำได้แค่โวยวายกับตัวเองในความคิดเท่านั้น
ราวกับเป็นละครหลังข่าวที่ใบว่านกำลังถูกใครไม่รู้มาแปลงโฉมให้...
หลังนั่งนิ่งทำตัวเป็นตุ๊กตาให้พนักงานจับเบี่ยงซ้ายขวาอยู่นานเป็นชั่วโมง ในที่สุดช่วงเวลาที่ใบว่านรอคอยก็มาถึงเสียที นั่นก็คือการเดินออกจากร้านนี้ เพราะใบว่านรู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ผิดที่ผิดทางอย่างบอกไม่ถูก
นี่มันไม่ใช่ที่ของเขาเลยสักนิด ใบว่านรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่เขาก็ได้มาจากตลาดนัดของมือสองทั้งนั้นแถมการตัดผมใบว่านก็มักจะไปใช้บริการที่บาร์เบอร์ของคุณลุงท้ายซอยเป็นประจำ ไม่เคยได้มาใช้บริการแต่งหน้าทำผมในห้างหรูแบบนี้เลยสักครั้ง
“ตอนนี้ทุกอย่างก็เรียบร้อยหมดแล้ว ถ้างั้นพวกเรารีบไปกันเถอะครับ เดี๋ยวจะสาย” เมื่อคุณกานต์ใช้สายตาตรวจดูความเรียบร้อยของใบว่านเสร็จแล้ว อีกฝ่ายก็บอกกันด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“แล้วจะไปไหนเหรอครับ กลับโรงแรมไปหาคุณเกื้อเหรอ”
“ไม่ใช่ครับ” คุณกานต์ส่ายหน้าปฏิเสธและพูดต่อ “เดี๋ยวเราจะไปอีกที่ ๆ หนึ่ง แล้วคุณเกื้อก็จะไปเจอพวกเราที่นั่น”
“ถ้าผมถามว่าคุณกานต์จะพาผมไปไหน คุณกานต์ก็คงไม่ยอมบอกผมใช่ไหมครับ?”
“...”
“เฮ้อ งั้นก็ตามใจคุณกานต์เถอะครับ พวกคุณอยากทำอะไรกับผมก็ทำเถอะ เพราะยังไงนี่ก็คงไม่ใช่ชีวิตของผมอีกต่อไปแล้ว” ใบว่านพูดด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ เนื่องจากเขารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะขาดอิสรภาพในอีกไม่ช้านี้
เวลาต่อมา หลังขึ้นมานั่งบนรถตู้และใช้เวลาเดินทางอยู่นานพักใหญ่ ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงจุดหมายอีกที่หนึ่งเสียที ซึ่งปลายทางที่คุณกานต์พาใบว่านมา มันก็ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้าอีกแล้ว แต่เป็นโรงแรมแห่งหนึ่งที่ใบว่านไม่เคยเห็นมาก่อนเลย
“นั่นไงครับ คุณเกื้อกำลังยืนรออยู่พอดีเลย” คุณกานต์พูดกับใบว่าน พร้อมผายมือไปยังทางหนึ่งที่ ๆ มีผู้ชายตัวสูงชะลูดยืนคอยอยู่ โดยคุณเกื้อก็ยังใส่ชุดทำงานของเมื่อเช้าอยู่ ที่เป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับแขนขึ้นพอลวก ๆ พร้อมด้วยกางเกงขายาวสีดำสนิทและรองเท้าหนังของแบรนด์หรู
“ฉันนึกว่าจะต้องรอนานกว่านี้ซะอีก” คุณเกื้อพูดกับคุณกานต์ หลังผู้ช่วยของอีกฝ่ายพาใบว่านเดินมาหาเจ้าตัวแล้ว ซึ่งหลังจากที่คุณเกื้อพูดกับผู้ช่วยของตัวเองเสร็จ อีกฝ่ายถึงค่อยเลื่อนสายตาหันมามองใบว่าน เพื่อดูผลงานที่เจ้าตัวไปสั่งเอาไว้กับเจ้าของร้าน
“ค่อยดูดีขึ้นมาหน่อย” อีกฝ่ายเอ่ยพร้อมยกยิ้มมุมปากจาง ๆ คล้ายกับพึงพอใจกับอะไรบางอย่าง แล้วค่อยพูดต่อ “ตอนนี้เรารีบขึ้นไปกันเถอะว่าน เพราะแม่ฉันมาถึงที่นี่ได้สักพักแล้ว”
“อ—อะไรนะครับ” เพียงแค่ได้ยินอย่างนั้น ใบว่านก็ถึงกับต้องหลุดคำถามออกมาทันที เมื่อตอนแรกเขาตั้งท่าจะไม่พูดกับคุณเกื้ออยู่แล้วเชียว
