บทที่ 15 บท 7.2

เหตุการณ์ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ใบว่านยังไม่ทันจะได้รับคำตอบอะไรจากคุณเกื้อด้วยซ้ำ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เขากำลังนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับคุณนายคนหนึ่งแล้ว

“นี่แม่นึกว่าเราจะเบี้ยวนัดแม่แล้วนะเนี่ย”

“ผมเคยทำแบบนั้นเสียที่ไหนกัน” คุณเกื้อที่นั่งอยู่ข้างใบว่านตอบกลับไป

“แหม... แกทำแบบนั้นกับแม่เป็นประจำนั่นแหละตาเกื้อ” คุณนายเอ่ยทั้งรอยยิ้ม จากนั้นเธอถึงค่อยเลื่อนสายตามองมาที่ใบว่านที่เอาแต่นั่งเงียบเป็นเป่าสาก ไม่มีปากไม่มีเสียง

“ชื่ออะไรเหรอจ๊ะ?” คุณนายเอ่ยถามใบว่าน ทำเอาคนที่ยังงงกับสถานการณ์ทุกอย่างเผลอสะดุ้งเล็กน้อยแล้วค่อยตอบกลับไปเสียงสุภาพ

“ผมชื่อใบว่านครับ”

“เป็นแฟนกับเกื้อเหรอ” เธอถามต่อ

“ครับ?”

“ตาเกื้อ... นี่แกไปเอาเด็กที่ไหนมาหลอกแม่อีกเนี่ย” คราวนี้คุณนายหันไปถามลูกชายอย่างเอาเรื่อง แล้วในวินาทีเดียวกันนั้นคุณเกื้อก็เผลอแสดงพิรุธออกมาให้เห็นเช่นกัน ก่อนที่ต่อมาเจ้าตัวจะกลับมาแสดงท่าทีปกติเหมือนไม่มีอะไรทั้งนั้น

“ผมไม่ได้หลอกครับ แต่ใบว่านเขาก็แค่ตกใจเฉย ๆ เพราะก่อนที่เราจะมาที่นี่ ผมยังไม่ได้บอกเขาเลยว่าจะพามาเจอแม่”

“แล้วทำไมแกถึงไม่บอกเขา”

“ก็แม่นัดผมกะทันหันเหมือนกัน แล้วจะให้ผมเอาเวลาที่ไหนไปบอกล่ะครับ” คุณเกื้อสวนกลับไปทันที ในขณะที่แม่ของอีกฝ่ายก็ได้หรี่ตามองลูกชายของเธอด้วยสายตาจับผิด

“ดูไว้ใจไม่ได้เลยแฮะ”

“เราสองคนเป็นแม่ลูกกัน เพราะงั้นแม่ก็ต้องดูออกสิครับว่าผมพูดจริงหรือโกหก เว้นเสียแต่ว่า...” คุณเกื้อเว้นวรรคคำพูดของตัวเองเอาไว้ จงใจจะให้แม่ของเจ้าตัวเติมคำในช่องว่างนั้นเอง

“เฮ้อ พอโตมาทำไมแกถึงเป็นคนร้ายกาจแบบนี้นะ กับแม่แท้ ๆ แกก็ยังไม่คิดจะเว้นเลยนะเกื้อ”

“ลูกไม้มันหล่นไม่ไกลต้นหรอกครับแม่” คุณเกื้อพูดพลางยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยคล้ายกับพอใจบางอย่าง จากนั้นอีกฝ่ายถึงค่อยหันหน้ามองมาที่ใบว่านแล้วจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขา

นี่คุณเกื้อต้องการจะให้ใบว่านทำอะไรให้กัน? ใบว่านถามกับตัวเองในใจ เนื่องจากเขาตีความสายตาของคุณเกื้อไม่ออก คาดเดาไม่ได้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรจากเขากันแน่

“แล้วนี่ใบว่านอายุกี่ปีแล้วจ๊ะ บรรลุนิติภาวะยัง?”

“บรรลุนิติภาวะแล้วครับ ตอนนี้ผมอายุยี่สิบเอ็ดกำลังจะยี่สิบสองแล้ว”

“แล้วไปเจอกับตาเกื้อได้ยังไงเหรอจ๊ะ? คบกันนานหรือยัง”

“แม่ครับ...”

“แกหยุดเลยนะตาเกื้อ นี่แม่กำลังคุยกับแฟนแกอยู่ อย่าทำตัวเสียมารยาทสิ” แม่ของคุณเกื้อรีบร้องห้ามโดยพลัน เมื่อคุณเกื้อตั้งท่าจะขัดขวางการสนทนาของเธอกับใบว่าน

“อ—เอ่อ”

“ใบว่าน” ทันใดนั้นคุณเกื้อก็เรียกชื่อกัน เหมือนต้องการจะส่งสัญญาณบางอย่างให้ใบว่าน

“นี่แกเรียกชื่อแฟนแกทำไม” แม่ของคุณเกื้อถาม

“ผมก็แค่อยากเรียกเฉย ๆ แม่จะทำไม”

“แกกำลังส่งสัญญาณให้ใบว่านล่ะสิท่า”

“ผมเปล่า” คุณเกื้อเถียงคอเป็นเอ็น จากนั้นอีกฝ่ายก็มองมาที่ใบว่านอีกครั้งด้วยสายตาคาดหวัง

“เอาล่ะ... ใบว่านตอบมาสิจ๊ะ ว่าเรามาเจอกับลูกชายของแม่ได้ยังไง” แม่ของคุณเกื้อหันมาถามกันอีกหน โดยในวินาทีนั้นใบว่านที่เริ่มจะคาดเดาอะไรได้แล้วก็ถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ ก่อนที่เขาจะทำการแต่งเรื่องแบบด้นสดออกมา ทั้งที่ความจริงแล้วใบว่านไม่ได้อยากทำเลยแม้แต่นิด

แต่ที่เขาต้องทำ... นั่นก็เพราะหากเขาพูดความจริงออกไป คุณเกื้อต้องเอาใบว่านไปขายแน่ ๆ

“ผมกับคุณเกื้อเราเจอกันที่มหาลัยครับ”

“ว—ว่าไงนะจ๊ะ? เจอกันที่มหาลัยงั้นเหรอ แล้วไปเจอกันได้ยังไง” แม่ของคุณเกื้อถามต่ออย่างไม่เชื่อหู

“พอดีคุณเกื้อไปเป็นวิทยากรพิเศษน่ะครับ เราสองคนก็เลยได้เจอกันที่นั่น”

“คนอย่างตาเกื้อเนี่ยนะ!?”

“แม่ครับ แล้วแม่จะตกใจอะไรขนาดนั้น” คุณเกื้อถามแม่ของตัวเองทั้งคิ้วขมวด เหมือนต้องการจะขัดขวางไม่ให้แม่ของตัวเองซักไซ้ใบว่านมากกว่านี้

“ก็เพราะเป็นแกนี่แหละ แม่เลยตกใจ” แม่ของคุณเกื้อหันไปตอบลูกชายแล้วกลับมาให้ความสนใจกับใบว่านอีกครั้ง

“เล่าต่อสิจ๊ะ แม่เชื่อนะว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น”

“อ—เอ่อก็นั่นแหละครับ ผมกับคุณเกื้อเราเจอกันที่นั่น เราตกหลุมรักกันและกันตั้งแต่แรกเห็น ก็เลยได้มีโอกาสสานสัมพันธ์กันมาตั้งแต่ตอนนั้น” ใบว่านตอบเสียงแผ่ว โดยเขาก็เลือกที่จะเอาพล็อตละครหลังข่าวออกมาใช้

“ฟังดูแล้วเหมือนเป็นนิยายรักสักเรื่องเลยนะลูก” แม่ของคุณเกื้อว่า ในขณะที่ลูกชายของเธอก็เริ่มมีท่าทีกุมขมับแล้ว ซึ่งนี่ก็คงจะมีอยู่แค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่คุณเกื้อจะเสียอาการได้ถึงขนาดนี้

“จะคิดอย่างนั้นก็ได้นะครับ แหะ ๆ” ใบว่านตอบกลับไปพร้อมหัวเราะแห้ง ๆ ให้หนึ่งหน เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องพูดอะไรต่อ แถมยังกลัวด้วยว่ามันจะทำให้สถานการณ์แย่ลงกว่าเดิม

“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แม่ก็ยังรู้สึกแปลก ๆ อยู่นะ” แม่ของคุณเกื้อว่าต่อ และคราวนี้เธอก็ไม่ได้จับผิดลูกชายของเธอเพียงคนเดียว เธอยังมองมาที่ใบว่านด้วยสายตาจับผิดด้วย ทำเอาคนที่ไม่เคยถูกใครมองกันด้วยสายตาคาดคั้น ถึงกับตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะตามประสาคนที่มีชนักติดหลัง

“นั่นไง! ใบว่านมีพิรุธ... เพราะงั้นแกยอมรับมาเลยนะตาเกื้อ ว่าแกเอาเด็กมาหลอกแม่”

“เฮ้อ จะเอามาหลอกแม่ได้ยังไงกันครับ ผมกับว่านเรารักกันจริง ๆ นะ”

“...”

            “เรารักกันครับแม่” คุณเกื้อพูดย้ำอีกหน โดยอีกฝ่ายก็ไม่ได้พูดเปล่า แต่ยังถือวิสาสะดึงมือใบว่านขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะแล้วยกขึ้นไปจุ๊บเบา ๆ ทำเอาคนถูกสัมผัสถึงกับสะดุ้งโหยง เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ส่วนคุณแม่ของคุณเกื้อก็มีอาการนิ่งค้างไปเช่นกัน ก่อนที่ต่อมาเสียงหัวเราะของเธอจะดังขึ้น คล้ายกับชอบอกชอบใจ

            “ดี… ถ้าสองคนรักกันจริงแม่ก็ดีใจแล้ว เพราะแม่จะได้อุ้มหลานสักที” เธอว่าทั้งรอยยิ้ม ดูมีความสุขมากหลังจากที่ได้เห็นลูกชายตัวเองแสดงความรักกับใบว่าน

            “ไม่ต้องกลัวนะจ๊ะ แม่ยินดีต้อนรับเรามากก ใบว่านไม่ต้องกังวลเลยนะลูกว่าจะเกิดปัญหาแม่ผัวกับลูกสะใภ้”  แม่ของคุณเกื้อบอกใบว่านด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ต่างจากลูกชายของเธอที่กำลังมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป