บทที่ 16 บท 8.1

“มันหมายความว่ายังไงเหรอครับ”

“...”

“คุณเกื้อพาผมมาแนะนำตัวกับคุณแม่ของคุณว่าผมเป็นแฟนคุณเกื้อ แล้วหลังจากนี้...เราจะทำยังไงกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นล่ะครับ” หลังส่งแม่ของคุณเกื้อขึ้นรถกลับไปแล้ว ระหว่างที่กำลังยืนอยู่ด้วยกัน พร้อมคุณกานต์ที่คอยยืนรอคำสั่งจากคุณเกื้ออยู่ ใบว่านก็เอ่ยถามผู้อุปถัมภ์ของตัวเองด้วยสายตาไม่เข้าใจ

“เดี๋ยวเราค่อยบอกว่าเราเลิกกันก็ได้นี่ มันไม่ใช่ปัญหาเลย” อีกฝ่ายตอบกลับมา คล้ายกับสิ่งที่ใบว่านถามมันเป็นเรื่องเล็ก

“แล้วปัญหามันจะจบใช่ไหมครับ” ใบว่านถามต่อ เนื่องจากเขากลัวเหลือเกินว่าเรื่องราวมันจะไม่จบลงง่ายขนาดนั้น

“ถ้าฉันอยากให้มันจบ มันก็ต้องจบสิ” คุณเกื้อเอ่ย จากนั้นอีกฝ่ายก็เลื่อนสายตาหันหน้าไปหาคุณกานต์ เมื่อต้องการสั่งบางอย่าง

“นายเอาใบว่านไปเก็บได้แล้ว เพราะเขากำลังทำให้ฉันปวดหัวอีกครั้ง”

“ได้ครับ” คุณกานต์พยักหน้ารับคำสั่งนั้น แล้วเดินเข้ามาหาใบว่าน “คุณใบว่านครับ เรากลับที่พักกันเถอะครับ”

“แต่ผมยังคุยกับคุณเกื้อไม่เสร็จเลยนะครับ” ใบว่านเอ่ยอย่างดื้อรั้น ซึ่งในวินาทีเดียวกันนั้นเสียงของคุณเกื้อก็ดังขึ้นพอดี

“นายกลับไปพร้อมกานต์เดี๋ยวนี้ ก่อนที่ฉันจะเอานายไปขายจริง ๆ”

“คุณเกื้อไม่กล้าทำแบบนั้นหรอก เพราะมันผิดกฎหมาย” คราวนี้ใบว่านเถียงสู้ เริ่มมีสติและกล้ารับมือกับผู้อุปถัมภ์ของตัวเองแล้ว

“เหรอ งั้นนายอยากลองดูไหมล่ะ? ถ้านายหายไปและฉันใช้เงินปิดข่าวแล้วใครมันจะรู้เรื่องนี้กัน” อีกฝ่ายไม่พูดเปล่า แต่ยังจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของใบว่านเหมือนต้องการข่มขู่อีกด้วย ทำเอาคนที่กำลังทำใจดีสู้เสือเริ่มแสดงท่าทีหวาดหวั่นออกมาอย่างห้ามไม่ได้

“...”

“เชื่อฟังกานต์แล้วเดินตามเขาไปซะ อย่าทำให้ฉันหมดความอดทน” อีกฝ่ายว่าเสียงเข้มพร้อมส่งสัญญาณให้คุณกานต์รีบพาใบว่านไปยังรถได้แล้ว ก่อนที่เจ้าตัวจะหมดความอดทนกับเขาจริง ๆ

“คุณเกื้อใจร้าย!” ก่อนที่ใบว่านจะยอมเดินตามผู้ช่วยของคุณเกื้อไป เขาก็ไม่วายหันกลับไปว่าร้ายผู้อุปถัมภ์ของตัวเองอย่างอดไม่ได้ เมื่อใบว่านกำลังรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ

“คุณกานต์ครับ ผมขอถามอะไรหน่อยสิ”

“ครับ คุณใบว่านอยากรู้อะไรเหรอครับ” ระหว่างที่กำลังติดอยู่สี่แยกไฟแดงด้วยกัน ใบว่านก็ตัดสินใจถามบางอย่างจากผู้ช่วยของคุณเกื้อ หลังเขามีความสงสัยบางอย่างในตัวของเจ้านายอีกฝ่าย

“คุณเกื้อเขากล้าเอาผมไปขายจริง ๆ เหรอครับ”

“...”

“มันผิดกฎหมายนะ แล้วอีกอย่าง... ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาก็เป็นคนให้ทุนการศึกษาผม เขาจะกล้าทำแบบนั้นจริง ๆ เหรอ”

“พวกเราไม่สามารถเดาใจคุณเกื้อได้หรอกครับ” คุณกานต์ที่กำลังทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถให้กันตอบกลับมา และอธิบายต่อ “บางทีสิ่งที่เขาคิดกับสิ่งที่เขาแสดงออก มันอาจจะสวนทางกันก็ได้”

“งั้นก็แสดงว่าเขาไม่ได้คิดจะทำแบบนั้นจริง ๆ ใช่ไหมครับ”

“เรื่องนี้ผมคงตอบไม่ได้ครับ บอกแล้วไงว่าพวกเราไม่มีทางเดาใจคุณเกื้อได้หรอก” คุณกานต์เอ่ย โดยนั่นก็ทำให้ใบว่านต้องเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนไปถามเรื่องอื่นแทน เพราะใบว่านมีความสงสัยเกี่ยวกับผู้อุปถัมภ์ของตัวเองมากมาย

“แล้วเรื่องคุณแม่ของคุณเกื้อล่ะครับ เธออยากให้คุณเกื้อแต่งงานเหรอ”

“ประมาณนั้นครับ เพราะคุณเกื้อเป็นลูกชายคนเดียว เธอก็เลยฝากความคาดหวังไว้ที่คุณเกื้อ”

“โห เหมือนในละครเลยแฮะ” เมื่อได้รับคำตอบกลับมาอย่างนั้น ใบว่านก็พึมพำเสียงแผ่ว หลังตอนแรกเขาเข้าใจว่าพฤติกรรมแบบนี้ของพวกคนรวยมันมีแค่ในโทรทัศน์เท่านั้น

“แต่ก็นะ... ผมก็ยังสงสัยอยู่ดีแหละว่าทำไมคุณเกื้อเขาถึงไม่หาแฟนสักคนล่ะครับ เพราะว่าคุณเกื้อก็เริ่มแก่แล้วนะ” ใบว่านเอ่ย ทว่าคราวนี้แทนที่เขาจะได้รับคำตอบกลับมาเหมือนอย่างทุกครั้ง ใบว่านกลับได้รับเสียงหัวเราะของคุณกานต์กลับมาแทน เหมือนอีกฝ่ายขำให้กับคำพูดของเขา

“นี่คุณกานต์ขำอะไรเหรอครับ” ใบว่านถามทั้งหน้างง อยากจะขำด้วยแต่ก็ไม่รู้ว่าต้องขำเรื่องไหน

“คุณเกื้อยังไม่ได้แก่นะครับ เขาเพิ่งสามสิบแปดเอง” คุณกานต์ตอบใบว่านทั้งรอยยิ้ม

“แต่มันก็เป็นช่วงวัยที่เหมาะสมต่อการแต่งงานแล้วไม่ใช่เหรอครับ ถ้ามีช้ากว่านี้เดี๋ยวเขาจะเล่นกับลูกไม่ไหวนะ หรือว่าคุณเกื้อเขาไม่อยากมีลูกครับ”

“เขาก็คงอยากมีเป็นของตัวเองแหละครับ เพราะคุณเกื้อเขารักเด็ก” คุณกานต์ตอบ แล้วในเวลาเดียวกันนั้นรถของคุณกานต์ก็ขับมาถึงโรงแรมของคุณเกื้อพอดี

“พวกเรารีบขึ้นไปกันเถอะครับ ก่อนที่คุณเกื้อจะกลับมาถึง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป