บทที่ 17 บท 8.2

เมื่อขึ้นมาบนชั้นเดิมที่คุ้นเคยเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นเพียงไม่นานคุณเกื้อก็เดินทางกลับมาถึงพอดี ซึ่งพออีกฝ่ายเดินเข้ามาแล้ว คุณเกื้อก็มีการชำเลืองมองใบว่านอยู่เล็กน้อย ก่อนจะเรียกคุณกานต์ให้เดินตามเจ้าตัวเข้าไปในห้องทำงาน

ใบว่านใช้เวลานั่งรอทั้งสองอยู่นานพักใหญ่ จนกระทั่งนาฬิกาบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว คุณกานต์ถึงค่อยเดินออกมาหาใบว่านอีกครั้ง

“เดี๋ยวคุณใบว่านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้านะครับ เพราะคุณต้องนอนค้างที่นี่”

“ครับ? แล้วทำไมผมต้องนอนค้างที่นี่ด้วยล่ะ” พอแค่ได้ยินเช่นนั้น ใบว่านก็ถึงกับเอียงคอเล็กน้อยและถามอย่างไม่เข้าใจ

“...”

“ผมจะกลับไปนอนบ้านของตัวเอง” เขาว่าต่อ เมื่อไม่เห็นว่าคุณกานต์จะมีเหตุผลดี ๆ มาอธิบายให้ฟัง

“แต่ฉันไม่ให้นายกลับ” คุณเกื้อที่เพิ่งเดินตามออกมาจากห้องทำงานพูดเสียงเข้ม

“ผมขอเหตุผลด้วยครับ” คราวนี้ใบว่านหันไปพูดกับคุณเกื้อแทน เมื่อมันเป็นจังหวะเดียวกันกับที่อีกฝ่ายเดินมาประจันหน้ากับเขาพอดี

“สภาพบ้านซอมซ่อขนาดนั้นนายยังคิดจะกลับไปอีกเหรอ? แถมล่าสุดประตูก็เพิ่งพังอีก นายไม่กลัวว่าตอนนอนมันจะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับตัวเองหรือไง”

“ผมจะกลัวทำไม ในเมื่อแถวนั้นเขาก็รู้จักกับผมหมด”

“แล้วนายสนิทสนมกับทุกบ้านเลยหรือไง?” คุณเกื้อถามต่อ ซึ่งนั่นก็ทำให้ใบว่านต้องเงียบไป “อยู่ที่นี่น่ะดีแล้ว จะกลับไปอยู่ที่นั่นอีกทำไม”

“ก็ที่นั่นมันบ้านของผม”

“ยังกล้าเรียกว่าบ้านอีกนะ เรียกเพิงยังจะถูกซะกว่า” คุณเกื้อว่า ทำเอาใบว่านได้ยินแล้วก็ถึงกับต้องถลึงตาใส่อีกฝ่ายไปหนึ่งหน ก่อนที่เขาจะเถียงกลับไปอย่างไม่ยอม

“เมื่อกี้คุณก็ยังเรียกอยู่เลยนี่ว่าเป็นบ้าน”

“ที่ฉันเรียกแบบนั้น ก็เพราะฉันต้องการจะให้เกียรติต่างหาก”

“แต่ตอนนี้คุณกำลังไม่ให้เกียรติผมอยู่นะ!”

“ถ้าใครมันพูดจาไม่รู้เรื่องนัก ฉันก็ไม่ให้เกียรติหรอก เสียเวลาเปล่า ๆ” คุณเกื้อสวนกลับทันควัน โดยในขณะที่ทุกอย่างกำลังจะย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ คุณกานต์ที่เป็นดั่งกรรมการมวยก็รีบพูดห้ามทัพโดยพลัน

“คุณใบว่านครับ คุณช่วยเชื่อฟังคุณเกื้อเถอะนะครับ ผมขอร้องล่ะ...” คุณกานต์ไม่ว่าเปล่า แต่อีกฝ่ายยังพยายามส่งสายตาเว้าวอนมาให้ใบว่านด้วย นั่นจึงทำให้คนที่เด็กกว่าต้องหันหน้าหนีไปทางอื่น พยายามเตือนสติตัวเองเอาไว้ว่าคนตรงหน้านี้คือผู้มีพระคุณ อีกฝ่ายเข้ามาช่วยเหลือกันในวันที่เขาลำบากพึ่งพาใครไม่ได้

“ก็ได้ครับ ผมจะนอนค้างที่นี่” เพราะใบว่านยังติดค้างคุณเกื้ออยู่ เขาจึงต้องจำใจพูดไปอย่างนั้น

“กานต์” เสียงของคุณเกื้อดังขึ้นอีก

“ว่ายังไงครับ”

“ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว เดี๋ยวฉันจะให้ใบว่านนอนห้องเดียวกับฉันเลย เพราะฉันอยากปราบพยศเด็กคนนี้แทบแย่”

“ว่ายังไงนะ!” พอได้ยินอย่างนั้น ใบว่านก็ถึงกับต้องหันกลับมามองคุณเกื้ออย่างไม่เข้าใจ

“ก็ตามนั้นแหละ ไม่เห็นจะเข้าใจยากตรงไหนเลย” คุณเกื้อพูดพร้อมจ้องใบว่านตาไม่กะพริบ

“เราจะนอนด้วยกันจริงเหรอครับ”

“ใช่”

“...”

“ทำไมนายมีปัญหาอะไร?”

“เปล่าครับ ผมไม่ได้มีปัญหาอะไร” ใบว่านส่ายหน้าปฏิเสธกลับไป เมื่อในเวลานี้เขากำลังอยู่กับคุณเกื้อเพียงลำพังและคุณกานต์ก็ได้กลับไปแล้ว เพราะหมดเวลางานของเจ้าตัว

“ดี! ถ้าไม่ได้มีปัญหาอะไร งั้นตอนนี้นายก็ไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว ส่วนพวกชุดนอนกับข้าวของเครื่องใช้กานต์เขาก็เตรียมไว้ให้อยู่ในห้องน้ำแล้ว” คุณเกื้อไม่พูดเปล่า แต่อีกฝ่ายยังพยักพเยิดหน้าไปอีกทางหนึ่งของห้อง เพื่อบอกให้ใบว่านไปอาบน้ำเตรียมเข้านอนด้วย

“...”

“ไปสิ... ยังมายืนมองหน้ากันอีก” อีกฝ่ายเร่งเร้า หลังเห็นว่าใบว่านยังคงยืนจ้องหน้าตาไม่กะพริบ คล้ายกับในหัวเล็กกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่

“อ้อ! ผมเพิ่งนึกได้ จริง ๆ แล้วผมมีปัญหาครับ”

“งั้นก็พูดปัญหาของนายมาสิ” คุณเกื้อเอ่ย

“จริง ๆ แล้ว ผมเป็นคนนอนดิ้นครับ นอนดิ้นสุด ๆ ไปเลย แบบว่าใครก็นอนด้วยไม่ได้” ใบว่านบอกทั้งหน้าซื่อ ดูเหมือนจะพูดความจริง ทั้งที่เขาเพิ่งคิดได้เมื่อครู่นี้

“เรื่องแค่นี้เองเหรอ” คุณเกื้อถามกลับมาทันที เหมือนเรื่องที่ใบว่านเพิ่งอ้างไปเมื่อกี้มันไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเจ้าตัวเลยสักนิด

“มันเป็นปัญหาใหญ่มากเลยนะครับ!” เขาพยายามจะย้ำ

“ที่นายมองว่าเป็นปัญหาใหญ่ นั่นก็เพราะเตียงของนายมันไม่กว้างพอหรือเปล่า” คุณเกื้อถามกลับมา

“...”

“ไม่ต้องห่วงนะ เตียงนอนของฉันมันกว้างมาก ต่อให้นายจะตีลังกานอน มันก็ไม่เป็นปัญหาหรอก” พูดจบ คุณเกื้อก็เดินหนีเข้าห้องทำงานไปอีกครั้ง ทิ้งให้ใบว่านยืนอยู่ตรงบริเวณนั้นเพียงลำพัง คล้ายกับว่าเจ้าตัวไม่อยากเสวนาเรื่องไร้สาระกับเขาอีกแล้ว

            “ม—เมื่อกี้...เขาดูถูกเราไหมนะ” เมื่อคุณเกื้อเข้าไปในห้องทำงานเรียบร้อยแล้ว ใบว่านก็ได้แต่พึมพำกับตัวเองเสียงแผ่ว เพราะเขาไม่ค่อยแน่ใจนักว่าการกระทำของคุณเกื้อเมื่อครู่นี้ มันคือการดูถูกกันหรือเปล่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป