บทที่ 3 บท 1.2
“ฮ—ฮึก ฮือ”
“อย่าเศร้าไปเลยนะว่าน อย่างน้อยพ่อแกเขาก็ไปสบาย ไม่ได้ไปแบบทรมาน”
“ก็ว่านรู้สึกผิด เพราะบางที ฮ—ฮึก บางที…ถ้าเย็นวันนี้ว่านอยู่บ้าน พ่อว่านอาจไม่เป็นอะไรก็ได้ หรือไม่เขาก็อาจไปโรงพยาบาลทัน” ขณะที่กำลังยืนมองเจ้าหน้าที่จัดการศพพ่อของตัวเองใส่ผ้าขาว ใบว่านก็ยืนร้องไห้ไปด้วย เมื่อเขาไม่นึกว่าเหตุการณ์กะทันหันเช่นนี้ มันจะเกิดขึ้นกับตัวเอง
“อย่าไปคิดแบบนั้น แกโทษตัวเองอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอก”
“ฮ—ฮึก”
“เดี๋ยวพรุ่งนี้แกก็ไปโรงพยาบาลนะ เพราะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเขาจะออกเอกสารให้ เตรียมพวกบัตรประชาชนสำเนาทะเบียนบ้านไปด้วยล่ะ เพราะต้องแจ้งสำนักงานเขตให้เขาออกใบมรณบัตรให้”
“….”
“แล้วนี่แกมีเงินติดตัวหรือเปล่า เพราะต้องจัดงานศพอีกนะ”
“มีอยู่จ้ะ ว่านมีอยู่สามพัน มันฮ—ฮึก มันพอไหมป้า” ใบว่านถามต่อเสียงสะอื้น เนื่องจากตอนงานศพแม่ใบว่านก็ไม่ค่อยรู้อะไรมากนัก เพราะพ่อของเขาเป็นคนจัดการทุกอย่างเอง
“เงินแค่สามพันมันจะไปพออะไรล่ะ จัดงานศพเล็ก ๆ มันก็หมดสามสี่หมื่นแล้วว่าน”
“แต่ว่านไม่มีเงินขนาดนั้น…” ใบว่านว่า เพราะทำอาชีพขายน้ำพริกกับพ่อกำไรมันก็ไม่ได้มากมาย วันไหนที่หยุดขายเขาก็ไม่มีรายได้
“ถ้างั้นแกลองไปยืมพวกเงินด่วนที่ติดเบอร์อยู่ตามเสาไฟฟ้าก่อนไหมล่ะ” ป้าข้างบ้านเสนอความคิด
“แบบนั้นเขาเก็บร้อยละยี่สิบเลยไม่ใช่เหรอจ๊ะ” ใบว่านถาม เพราะเขาเคยเห็นออกข่าวอยู่เป็นประจำ
“ก็ใช่ แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ เราไม่มีจริง ๆ อีกอย่างแกจะไปยืมธนาคารก็ไม่ได้อีกเพราะแกยังไม่ได้ทำงาน”
“….”
“หรือไม่… แกลองโทรไปขอความช่วยเหลือจากผู้อุปถัมภ์แกสิ เขาเคยติดต่อกับแกบ้างไหมล่ะ”
เพราะป้าข้างบ้านแนะนำมาอย่างนั้น นั่นจึงทำให้เวลาต่อมาหลังศพของพ่อถูกเอาไปไว้ที่โรงพยาบาลแล้ว ใบว่านก็กลับมาค้นลิ้นชักของตัวเอง เพื่อหาเบอร์ผู้อุปถัมภ์ของเขาต่อ หลังใบว่านจำได้ว่าอาจารย์ที่ปรึกษาเคยให้เอาไว้ เผื่อใบว่านอยากติดต่อกับผู้อุปถัมภ์โดยตรง
“เจอแล้ว…”
หลังเห็นซองสีน้ำตาลที่ด้านในมีเอกสารที่ต้องการใช้แล้ว ใบว่านก็เอ่ยเสียงดีใจ พร้อมหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมากดเบอร์ตามหมายเลขที่ปรากฏบนกระดาษทันที โดยระหว่างที่กำลังรอให้ปลายสายกดรับนั้น ใบว่านก็รู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ และใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก เนื่องจากเขาไม่เคยโทรหาผู้อุปถัมภ์ของตัวเองเลย จนกระทั่งวันนี้
นี่ผู้อุปถัมภ์ของใบว่าน จะมองว่าเขาเป็นคนโลภที่ให้เท่าไรก็ไม่พอหรือเปล่านะ… ขณะที่กำลังรอสาย ใบว่านก็นึกในใจไปด้วย ก่อนที่ต่อมาเขาจะเบิกตากว้างเล็กน้อย เมื่อคนปลายสายกดรับแล้ว
“ฮ—ฮัลโหล สวัสดีครับ”
[ครับ ใครครับ]
“ผมชื่อใบว่านครับ”
[ใบว่าน เด็กที่ฉันให้ทุนน่ะเหรอ]
“ช—ใช่ครับ ผมเอง”
[อืม เธอมีอะไรล่ะ ทำไมถึงโทรมาหาเวลานี้]
“คือพ่อผมเสียวันนี้น่ะครับ”
[….]
“แต่ตอนนี้….เนื้อตัวผมมีอยู่สามพัน ผมไม่มีเงินจัดงานศพให้พ่อ คุณเกื้อช่วยผมได้ไหมครับ ฮ—ฮึก ผมยินดีทำให้คุณทุกอย่างเลย ผมทำสวนได้ ทำงานบ้านได้นะครับหรือไม่ก็ให้ผมยืมเงินก่อนก็ได้ แล้วผมจะรีบหามาคืนคุณเกื้อให้เร็วที่สุด คุณเกื้อช่วยผมทีนะครับ” ใบว่านร่ายยาว รู้สึกละอายใจอยู่ไม่น้อยที่ตัวเองไม่มีปัญญาจัดงานศพให้พ่อ แถมยังต้องบากหน้าโทรไปขอความช่วยเหลือจากผู้อุปถัมภ์อีก
[ใจเย็น ๆ ก่อนนะว่าน เธออย่าทำเหมือนฉันเป็นคนใจร้ายไม่มีน้ำใจสิ ว่าแต่พ่อเธอตายแล้วเหรอ]
“….”
[งั้นได้สิ เดี๋ยวฉันจะช่วยเธอเอง] คุณเกื้อตอบกลับมา ซึ่งนั่นก็ทำให้ใบว่านถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
