บทที่ 7 บท 3.2
หลายวันต่อมา
“อันไหนที่เป็นเสื้อผ้าของพ่อและคิดว่าตัวเองจะไม่ได้ใส่ก็พับใส่ถุงมาเลยนะ ใบว่าน”
“ได้จ้ะ แต่น่าจะได้แค่ถุงสองถุงเองนะป้า เพราะพ่อว่านมีเสื้อผ้าไม่เยอะ”
“ไม่เป็นไร ๆ เพราะเราแค่เอาไปบริจาคให้คนไม่มีเสื้อผ้าใส่เฉย ๆ” ช่วงสายของวัน ขณะที่ใบว่านกำลังนั่งซักเสื้อผ้าอยู่หน้าบ้าน เขาก็พูดกับป้าข้างบ้านด้วยน้ำเสียงสดใส เมื่อเธอได้เดินมาคุยเรื่องเสื้อผ้าของพ่อที่ควรจะเอาไปบริจาคให้คนไม่มี ดีกว่าจะเก็บเอาไว้ให้ปลวกแทะ
“โอเคจ้ะ ถ้าว่านพับเสร็จแล้วจะเดินเอาไปให้นะจ๊ะ”
“แล้วห้องนอนของพ่อน่ะ รื้อเลยนะว่าน… อย่าเก็บเอาไว้เหมือนว่าพ่อยังอยู่ เพราะมันไม่ดี”
“จ้ะ เดี๋ยวว่านจะรีบเก็บเลย” ใบว่านยังคงพูดต่อด้วยรอยยิ้ม ซึ่งพอป้าข้างบ้านเดินกลับไปแล้ว รอยยิ้มที่ดูสดใสในตอนแรกก็เปลี่ยนเป็นความหม่นหมองแทน เนื่องจากใบว่านยังทำใจไม่ได้
เป็นเวลาเกือบสัปดาห์แล้วที่พ่อของใบว่านได้จากไปตลอดกาล
และเพราะช่วงนี้ใบว่านกำลังอยู่ในระยะทำใจ พยายามปรับตัวให้ชินกับการอยู่คนเดียว นั่นจึงทำให้ใบว่านมีอาการร้องไห้อยู่บ่อย ๆ ยามที่เขาไปเรียนมหาลัยได้เจอเพื่อนฝูงวัยเดียวกันก็จะรู้สึกดีขึ้นบ้าง แต่พอต้องกลับมาอยู่เพียงลำพังอีกครั้ง ใบว่านก็จะมีอารมณ์อ่อนไหวมากเป็นพิเศษ
ยิ่งมองเห็นของใช้ของพ่อ ที่ ๆ พ่อเขาชอบอยู่ ใบว่านก็ยิ่งอ่อนไหว ซึ่งเขาก็ต้องใช้เวลาสักระยะ ไอ้อาการที่เป็นอยู่ในตอนนี้ถึงจะดีขึ้น
“ฮ—ฮึก ว่านคิดถึงพ่อ คิดถึง ฮือออ” ขณะที่กำลังทยอยเก็บเสื้อผ้าพ่อลงใส่ถุงและแยกบางส่วนเอาไว้ดูต่างหน้า ใบว่านก็สะอื้นไห้ไปด้วย เมื่อเขารู้สึกหัวใจสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เนื่องจากตอนนี้ใบว่านไม่เหลือใครแล้วจริง ๆ แม้จะมีอาพลอยคอยมาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันบ้าง แต่เธอไม่ใช่คนในครอบครัวของเขา
มันไม่เหมือนกัน
“พ่อทิ้งกันไปแบบนี้ แล้ว…แล้วว่านจะอยู่กับใคร” ใบว่านพูดต่อ พยายามจะควบคุมอารมณ์ไม่ให้ร้องห่มร้องไห้ไปมากกว่านี้ แต่มันก็ช่างเป็นเรื่องยากเหลือเกิน
ต่อมา หลังนั่งพับเสื้อผ้าตัวสุดท้ายเสร็จแล้ว ใบว่านก็มาจัดการของใช้ของพ่อต่อ โดยเขาก็เลือกที่จะกวาดใส่ถุงดำทั้งหมด เนื่องจากปกติแล้วใบว่านก็ไม่ได้ใช้ของร่วมกับพ่อ ซึ่งในระหว่างที่ใบว่านกำลังลงมือเก็บกวาดห้องพ่อ ตั้งใจจะเปลี่ยนให้เป็นห้องทำงานของตัวเองอยู่นั้น จู่ ๆ เสียงการแจ้งเตือนของโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
โดยมันก็เป็นการแจ้งเตือนจากธนาคารที่บอกว่าบัญชีของใบว่านมียอดเข้า
“ทำไมถึงโอนมาแล้วล่ะ เพราะมันยังไม่ถึงวันเลยนี่” ใบว่านพูดกับตัวเอง เมื่อเขาเห็นว่ามีเงินจำนวนหนึ่งหมื่นเข้ามาในบัญชี และเจ้าของเงินนี้ก็คงเป็นคุณเกื้อแน่นอน แต่ยังไม่ทันที่ใบว่านจะได้สงสัยมากกว่านั้น เบอร์ของคุณกานต์ที่เคยบันทึกเอาไว้ตอนเดินเอกสารของพ่อก็ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอพอดี
“สวัสดีครับ” ใบว่านพูดกับปลายสายก่อน
[สวัสดีครับ คุณว่านได้รับแจ้งเตือนจากธนาคารหรือยังครับ] คุณกานต์ถาม
“ครับ เพิ่งได้รับเมื่อครู่นี้เลยครับ” ใบว่านตอบกลับไปและถามต่อ เพราะโดยปกติแล้วคุณกานต์ไม่เคยโทรมาหากันยามที่มียอดเข้า “ไม่ทราบว่าคุณกานต์มีอะไรหรือเปล่าครับ หรือว่าคุณเกื้ออยากเรียกใช้อะไรผม”
[อ๋อ ก็ไม่เชิงหรอกครับ]
“….”
[พอดีเย็นนี้คุณเกื้ออยากนัดคุณว่านให้ออกมากินข้าวด้วยกันน่ะครับ คุณว่านสะดวกหรือเปล่า]
“….” เพียงแค่ได้ยินผู้ช่วยของคุณเกื้อบอกกันเช่นนั้น ใบว่านก็ถึงกับทำหน้าฉงนทันที เพราะวันเผาศพของพ่อ คุณเกื้อที่เดินทางมาร่วมงานศพด้วยก็ไม่พูดกับใบว่านเลยสักประโยคเดียว คล้ายกับอีกฝ่ายโกรธเคืองกันทั้งที่ใบว่านไม่ได้ทำอะไรให้
หรือโกรธที่ถูกไล่เมื่อหลายวันก่อนก็ไม่รู้
[เห็นคุณเกื้อบอกว่าคุณเกื้อต้องคุยเรื่องการแลกเปลี่ยนกับคุณว่านน่ะครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องอะไร]
“อ—อ๋อ ได้สิครับ ผมสะดวก” ใบว่านตอบรับปลายสาย และคิดไปว่าตอนนี้คุณเกื้อน่าจะคิดออกแล้วว่าควรจะใช้ใบว่านทำอะไรดี
[ครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมจะส่งโลเคชั่นไปให้อีกทีนะครับ ขอบคุณมากครับ]
