บทที่ 4 บุพเพสันนิวาส

@ผับz

"ผู้กอง ทางนี้ครับ"

"พี่ภูผา มาๆ"

เสียงตะโกนเรียกทำให้ทุกคนที่อยู่ใกล้โต๊ะที่กลุ่มผู้ชายหน้าตาดีนั่งดื่มทั้งหมดในนั้นคือตำรวจนอกเครื่องแบบที่ออกเวรแล้วต่างก็พากันมารวมตัวสังสรรค์ที่ผับแห่งนี้เป็นประจำทุกครั้งในวันศุกร์สุดสัปดาห์ ทุกคนต่างหันไปมองร่างสูงของตำรวจหนุ่มที่เป็นขาประจำของที่นี่ไปโดยปริยายแล้ว

ภูผามาในเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีดำกับกางเกงยีนส์สีเข้ม ทำให้ร่างสูงดูโดดเด่นสะดุดตาขับกับผิวขาวออร่าไม่น่าเชื่อว่าตำรวจหนุ่มคนนี้จะมีฝีมือดีผ่านดงปืนมาอย่างโชกโชน อาจเพราะด้วยผิวที่ขาวออร่าและหน้าตาหล่อคมราวกับเทพบุตรจึงทำให้หญิงและชายหลายคนต่างให้ความสนใจผู้กองหนุ่มจนกลายเป็นคนฮอตปรอทแตกของผับแห่งนี้ไปแล้ว ภูผาหันไปตามเสียงเรียกก่อนจะเดินฝ่าฝูงชนตรงดิ่งเข้าไปที่โต๊ะตำรวจรุ่นน้องที่นั่งส่งยิ้มหน้าบานมาให้ ระหว่างทางเดินไม่วายโปรยเสน่ห์นัวเนียกับสาวสวยที่อยู่ระหว่างทางที่คอยส่งยิ้มมาให้ตนเป็นระยะพอหอมปากหอมคอ

ภูผาไม่เคยแห้งเหี่ยวมีดอกไม้ให้เชยชมไม่เคยขาด จะดอกแท้ ดอกนีออน หรือว่าดอกปลอมเขาได้หมดขอแค่ถูกใจพูดกันถูกคอลีลาบนเตียงตอบสนองกันถึงพริกถึงขิง วินๆกันทั้งสองฝ่าย แต่ห้ามผูกมัดเพราะเขายังไม่อยากมีห่วงผูกคอ

"โทษทีวะมาช้าไปหน่อย" หนุ่มหล่อลูกค้าประจำยกมือเป็นเชิงขอโทษทุกคน

"มาถึงก็แย่งซีนพวกผมเลยนะครับผู้กอง"

จ่าแหลม ตำรวจหนุ่มใหญ่ที่ยังโสดสนิทอดน้อยใจไม่ได้ เพราะสาวที่ตนเล็งไว้หันไปสนใจผู้กองภูผาทันทีที่อีกฝ่ายปรากฏตัว กลายเป็นตนต้องตกกระป๋องอีกตามเคย

ร่างสูงเดินมาทิ้งสะโพกลงบนเก้าอี้ข้างหมวดไผ่คู่หูคนสนิทพร้อมกับรับแก้วเหล้ามายกดื่มรวดเดียวจนหมดเพื่อตามลูกน้องให้ทัน หลังจากจับไอ้แจ็คจัดการเรื่องราวเสร็จก็รีบกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าฉีดน้ำหอมฟุ้งจนสาวสวยและหนุ่มหล่อหลายคนต้องมองจนเหลียวหลัง ผู้กองหน้าตาดีแบบนี้ไม่ได้มีมาให้ได้ชมกันบ่อยๆถ้าไม่ใช่ผู้กองภูผา ซึ่งน่าจะเป็นตำรวจมือดีคนเดียวที่หน้าตาดีราวกับนายแบบและกำลังมาแรงสุดๆอยู่ในตอนนี้

"ได้ข่าวว่าเจอเนื้อคู่เหรอครับผู้กอง เห็นหมวดไผ่บอก"

หนึ่งในวงเหล้าเอ่ยแซว ภูผาเงยหน้าจากแก้วที่มีน้ำสีอำพันหันไปมองคู่หูที่ยิ้มแป้นอยู่ข้างกายก่อนจะเหยียดยิ้มร้ายส่งให้ หมวดไผ่รีบยกมือป้องหน้าเป็นการป้องกันตัวไว้ก่อน

"มึงนี่ยุ่งเรื่องของกูจริงๆ"

คนว่าไม่ได้จริงจังมากนัก เขากับหมวดไผ่เป็นเพื่อนและพี่น้องกันมาก็ตั้งหลายปีทำไมจะไม่รู้ใจว่าอีกคนกำลังคิดอะไรอยู่

"ก็เห็นพี่มองเขาตาเป็นมันเคมีน่าจะเข้ากันดี เผื่อพี่จะได้มีใครสักคนจริงจังสักทีนี่หว่า" คนพูดทำสีหน้าเป็นห่วงมองคนที่เป็นทั้งหัวหน้า คู่หู เป็นพี่ หรืออะไรก็ได้ที่อยากให้เป็น

"ทำไมหน้ากูมันดูไม่มีความสุขเลยหรือไง มึงถึงได้จุ้นหาคู่ให้กูนัก" เหล้าสีอำพันถูกกลืนผ่านลำคอจนร้อนผ่าวแก้วแล้วแก้วเล่า

"ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย ผมแค่อยากให้พี่เป็นฝั่งเป็นฝา ไม่ใช่ลอยไปลอยมาอย่างทุกวันนี้"

อาจเพราะเขาไม่มีอะไรให้ยึดติดเพราะอยู่ตัวคนเดียว ค่ำไหนนอนนั้น คอนโดก็แทบไม่ได้กลับไปค้างเลยด้วยซ้ำ ไม่ซุกหัวที่โรงพักก็อาจจะเป็นบ้านลูกน้องคนไหนสักคนที่อยู่ใกล้ๆ หรือไม่ก็เปิดโรงแรมนอนกับคู่ขา

เพราะอะไรนะเหรอ..ก็เพราะเขาไม่อยากจะนอนคนเดียว ยามนั้นมันรู้สึกเหงาและเปล่าเปลี่ยวอดคิดถึงเรื่องราวโหดร้ายในอดีตไม่ได้

"กูมันดูเศร้าดูแย่ในสายตามึงนักใช่ไหม ห๊ะ" ภูผาเข่นเคี้ยวเอากับลูกน้อง แต่ทุกคนดูสนุกสนานที่หมวดไผ่กำลังจะโดนลูกพี่ไล่ต้อน

"ก็พี่ภูผาเล่นควงสาวไม่ซ้ำหน้า ผมแค่อยากให้ลงเอยกับใครสักคนแล้วมีครอบครัวที่อบอุ่น ผิดตรงไหน"

"มึงเป็นพ่อกูหรือไง" คนเป็นหัวหน้าชักฉุน วางแก้วเหล้าแล้วหันไปเอาเรื่อง

"โธ่ ถ้าพี่ยังไม่ถึงฝั่งฝาผมก็ไม่กล้ามีเมียนะสิ เดี๋ยวก็หาว่าผมทิ้งพี่ไปมีความสุขคนเดียวอีก"

"ส้นตีนสิ มึงอยากจะแต่งมึงก็แต่งอย่าดึงกูไปเล่นด้วย"

ภูผารู้ว่าหมวดไผ่มีแฟนแล้วและรักแฟนมากด้วย เป็นแพทย์หญิงโรงพยาบาลตำรวจทั้งคู่รักกันตั้งแต่เรียนมัธยมจนจบปริญญา แต่ที่ยังไม่แต่งเพราะกำลังปั่นสินสอดมากกว่า ฝ่ายหญิงเป็นคนฐานะดีมีชื่อเสียง หมวดไผ่ก็เลยไม่อยากให้คนรักและครอบครัวทางนั้นน้อยหน้าจึงตั้งใจทำงานเก็บเงินเพื่อเป็นค่าสินสอดและจัดงานแต่งให้อย่างสมเกียรติสมฐานะ ภูผาเคยยกเงินก้อนทั้งบัญชีให้ลูกน้องไปแล้วหลายครั้งแต่เจ้าตัวก็ไม่รับ

"ผมกินแรงพี่มาก็ตลอด ไปไหนมาไหนก็มีแต่พี่ควักจ่ายไม่เคยได้ควักตังค์ตัวเองเลยสักสตางค์เดียว แล้วยังให้ผมเห็นแก่ตัวเอาเงินเก็บของพี่อีก ผมคงแย่มากถ้าทำอย่างนั้น"

"แต่กูไม่จำเป็นต้องใช้นี่หว่า เงินทองเยอะแยะ ไหนสมบัติที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้กูอีกกูใช้คนเดียวก็ไม่หมดอยู่แล้ว"

นั่นคือเหตุผลที่ภูผาบอกน้องที่ตนรักไปหลายครั้ง แต่อีกฝ่ายก็ยังยืนกรานคำเดิม

"ถ้าอย่างนั้นผมมีเมียจริงๆนะ พี่อย่าร้องไห้ขี้มูกโป่งล่ะกัน แล้วอย่ามาพูดทีหลังหาว่าผมทิ้งพี่นะ"

"สงสัยมึงอยากจะกินตีนกูแทนตีนไก่"

เสียงหัวเราะกันครื้นเครงพูดคุยกันสนุกปากเวลาที่ภูผากับหมวดไผ่หยอกล้อกัน ทุกคนเห็นถึงไออุ่นอบอวลไปด้วยความรักระหว่างพี่กับน้อง ทั้งคู่คือคู่หูที่ไม่เคยทอดทิ้งกันร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา แม้ในสถานการณ์อันตรายเลวร้ายแค่ไหนคนทั้งสองก็ไม่เคยทิ้งกันเพื่อเอาตัวรอด

"ยอมรับเถอะครับว่านั่นคือเมียในอนาคต แค่เห็นสายตาพี่มองเขาผมก็รู้แล้วว่าพี่อยากได้เขาเป็นเมีย" เสียงที่ยังเล็ดลอดออกมาไม่หยุดทำให้ผู้กองทำตาขวาง

"มึงหยุดแซวกูก่อนที่ตีนกูจะกระตุกสักทีดิวะ อยากแซวกูดีนักจะกินอะไรก็จ่ายกันเองล่ะกัน"

"อ้าว...ไหงเป็นอย่างนั้นละครับลูกพี่ เพราะพี่ไผ่คนเดียวเลย" ตำรวจอายุน้อยสุดโอดครวญขึ้นมาหันไปหาเรื่องหมวดไผ่ทันที

"สม! กูเพื่อนเล่นพวกมึงหรือไงถึงได้แซวไม่เลิกตั้งแต่หัวโต๊ะยันท้ายโต๊ะ สงสัยว่ากูจะใจดีกับพวกมึงมากเกินไปหน่อยคงต้องสั่งลดขั้นเงินเดือนหรือไม่ก็ตัดเงินเดือนแม่งให้หมด"

"โธ่ ผู้กองน้องๆมันรักผู้กองก็เลยแซวหนักไปหน่อย อย่าไปถือสามันเลยครับ" จ่าแหลมออกตัวแทนรุ่นน้อง

"ว่าแต่เขาเป็นใครครับพี่ภู" หนึ่งในนั้นที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ที่ผ่านมาเอ่ยแทรกขึ้น

"ไม่รู้แต่แม่งโคตรหยิ่ง สเปคกูสัส!"

"สุดท้ายก็ลำบากผมอีกแล้วใช่ไหม"

หมวดไผ่เอ่ยขึ้นมาหลังจากเงียบปากไปนานเพราะปัญหาคงตกมาที่เขาตามเคยที่มีหน้าที่ต้องตามสืบว่าอีกฝ่ายเป็นใคร โดยไม่จำเป็นต้องให้หัวหน้าบอก แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้ว

"หน้าที่มึงนี่" ภูผายกยิ้มให้ อย่างนี้สินะที่เขาว่าเป็นคู่หูถึงไม่พูดก็สามารถอ่านใจกันได้หมด

"แต่ผมว่าเขาดูเย็นชาเกินไป เหมือนไม่อยากผูกมิตรกับใครเลยนะ ดูไม่สนโลก่ยังไงไม่รู้"

หมวดไผ่บอกไปตามที่เห็นแค่เพียงแวบเดียวที่ได้สบตาเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่ควรจะถอยห่างออกไปจากผู้ชายคนนั้น ไม่ใช่เดินหน้าเข้าหาอย่างที่ผู้กองภูผากำลังทำ

"ไม่ใช่แค่นั้นนะ แต่มีเรื่องพิเศษมากกว่านั้นอีก" ภูผานึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา มันมีความพิเศษบางอย่างที่เขาเองยังไม่กล้าฟันธง

"ยังไงครับพี่" หมวดไผ่เลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย มองหน้าผู้กองหนุ่มที่เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

"เรื่องอะไรกูจะต้องบอกมึงด้วย ถ้าบอกมึงมันก็ไม่พิเศษดิวะ"

ภูผาเล่นลิ้นก่อนจะยกแก้วเหล้าชนกันกับทุกคนแล้วยกขึ้นจรดริมฝีปาก ในใจกำลังคิดถึงใบหน้าหวานๆของใครอีกคนขึ้นมาอย่างห้ามใจไม่ได้ ป่านนี้อีกฝ่ายกำลังทำอะไร อีกไม่นานเขาก็คงรู้ว่าคนท่าทางเหย่อหยิ่งคนนั้นเป็นใคร

"พี่ภูๆๆ" หนึ่งในวงเหล้าเอ่ยชื่อเขาเสียงดังถี่รัวระหว่างที่กำลังนั่งมองแก้วบรั่นดีคิดถึงใครบางคนอยู่

"เรียกเหี้ยอะไรของพวกมึง เสียงดังสัส!"

"ผมไม่ได้เรียกเหี้ย! แต่เรียกพี่นั้นแหละ"

"บร๊ะไอ้นี่ เดี๋ยวเถอะมึงเดี๋ยวได้แดกตีน"

"พี่ดูนั้น..ใช่คนนี้หรือเปล่า"

ภูผามองตามสายตาลูกน้องก็แทบสะดุดลมหายใจตัวเองเมื่อคนที่คิดถึงกำลังเดินตามหลังพนักงานเข้ามา มือสองข้างล้วงกระเป๋าสายตาคู่สวยกวาดตามองไปทั่วบริเวณด้านในก่อนหยุดชะงักเมื่อหันมาสบตากับตน ร่างสูงรีบเบือนหน้าหนีก่อนจะสาวเท้าก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าการเดินอย่างโคตรเท่ห์ ความสูงสง่าไม่น่าจะต่ำกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซ็นติเมตร ถึงแม้ไม่ถอดเสื้อเปลือยกายให้เห็นรูปร่างที่อยู่ภายใต้ร่มผ้า แต่ภูผาก็มั่นใจได้ว่าอีกฝ่ายหุ่นคงแน่นไปด้วยมัดกล้าม

และคงแซ่บไม่หยอก..

ผู้ชายเพียงคนเดียวที่สามารถทำให้เขาใจสั่นไหว หัวใจทำงานหนักอย่างไม่เคยเป็น คนที่เขาเอาแต่คิดถึงตั้งแต่แยกกันหน้าโกดังร้าง คืนนี้เจ้าของใบหน้าสวยมาในลุคที่เห็นแล้วแทบใจละลาย เสื้อผ้าหน้าผมเปลี่ยนเชตใหม่ยิ่งน่ามองขึ้นไปอีก ร่างสูงสมส่วนมาด้วยเสื้อเชิ้ตสีเข้มตัดกับผิวขาวจัดกับกางเกงสีเดียวกัน โคตรดูลึกลับน่าค้นหา

"เชี้ย! พี่ภูเจออีกแบบนี้เขาเรียกว่าเนื้อคู่ชัดๆ" หนึ่งในผู้พิทักษสันติราษฎร์เอ่ยขึ้น

คนฟังยิ้มกริ่มหน้าระรื่น นี่แหละมั่งที่เขาเรียกว่าบุพเพสันนิวาส รอยยิ้มมีเสน่ห์ส่งไปยังร่างสูงของคนตัวหอมที่เดินผ่านโต๊ะเข้าไปด้านใน ภูผามองตามตาไม่กระพริบก่อนจะยิ้มเก้อเมื่ออีกฝ่ายไม่แม้จะหันมองมา

ภูผาอดน้อยใจไม่ได้อยู่เหมือนกันที่คนตัวหอมทำเมินเฉย หรืออาจเพราะว่ามีหนุ่มใหญ่หน้าตาโคตรดีเดินตามหลังมาด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้

วันนี้เจอกันถึงสองครั้งสองครา มันบ่งบอกได้ว่าคงเป็นเพราะพรหมลิขิต(คิดไปเอง)คนหน้าสวยเป็นเนื้อคู่ตนอย่างไม่ต้องสงสัย ภูผามองอีกฝ่ายพลางยกเหล้ากระดกเข้าปากไปด้วยขณะที่สายตาก็แทะโลมร่างของคนตัวสูงที่นั่งนิ่งบนโซฟาตัวยาวโซนวีไอพี

หรือภาษาอีสานจะเรียกง่ายๆว่าสายตาอ่านกินก็ได้ (¬_¬ )

"บอดี้การ์ดตามมาเป็นขบวนราวกับตามเสด็จเชื้อพระวงศ์"

ทุกคนเห็นว่าด้านนอกมีกลุ่มชุดดำที่มาพร้อมกับสองคนนั้นเดินกันขวักไขว่อยู่ด้านนอก ภูผามองตามพลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัยทำไมถึงได้มีบอดี้การ์ดมากมายตามเป็นขบวน

"นั่นจิ พี่จะกลายเป็นหมาวัดเด็ดดอกฟ้าเอาน่าผู้กอง"

"หมาบ้านพ่อมึงสิจะหน้าหล่ออย่างกู ไอ้สัส!!"

"หยอกๆน๊า"

ภูผามองลูกน้องตาขวาง ยิ่งหงุดหงิดที่คนสวยขาของเมาไม่ยอมมองมาสักที ก่อนจะเลื่อนสายตากลับไปยังจุดเดิมราวกับมีแรงดึงดูดไปรวมตัวกันอยู่ตรงนั้น ไม่โดนคุณไสยก็คงโดนตกไปเต็มๆแน่ หรือไม่คนที่นั่งอยู่ตรงนั้นคงลงนะหน้าทองให้เขาอยากมองโดยไม่อยากละสายตาไปที่อื่นอีกเลย

"เดี๋ยวกูจะเดินไปชนแก้วซะหน่อย"

ภูผาที่กรึ่มๆบ้างแล้วกำลังจะหยัดกายลุกขึ้นเตรียมจะไปชนแก้วกับคนที่ตนเล็งไว้ แต่โดนหมวดไผ่ดึงตัวลงนั่งตามเดิมปรามพี่ชายสุดรักของตัวเองเอาไว้เสียก่อน

"อย่าดีกว่าไหมพี่ คนที่เข้ามาด้วยหน้าโคตรดุเลย หล่อก็จริงแต่พี่ดูหน้าเขาสิ ผมว่าไม่พ่อ ก็ผัว"

@อีกด้านหนึ่ง

"ผัวพ่อมึงสิ สัส!"

อัสวิสกระแทกเสียงอย่างฉุนเฉียว เขาได้ยินกลุ่มนั้นสนทนาอย่างชัดเจนเพราะตั้งใจที่จะฟังว่าผู้กองหนุ่มยังคิดที่จะแทะโลมเขาอีกหรือเปล่า หรือว่าอาจจะยังไม่เข็ดเรื่องค่าซ่อมรถ ปากหยักสวยแสยะยิ้มเมื่อรู้ว่าคนที่ตนชำเลืองมองกำลังจะเดินเข้ามาหา

"มึงเป็นอะไรไอ้อัส กูเห็นนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พูดอยู่คนเดียว"

โรมสังเกตหลานชายตัวเองมาสักพักแล้วตั้งแต่เดินผ่านโต๊ะริมที่มีหนุ่มหน้าตาดีที่เอาแต่จ้องมาทางนี้ด้วยสายตากรุ้มกริ่ม รู้สึกเคืองคนโต๊ะนั้นอยู่ไม่น้อยที่มาทำท่าก้อร้อก้อติกใส่หลานชายคนสวยของตัวเอง

แต่ก็ลืมนึกไปว่าคนฝั่งตนนั้นมีแค่สถานะเดียวคือ รุก ไม่ใช่ รับ และถ้าไอ้หนุ่มรูปหล่อหน่วยก้านดีคนนั้นที่กำลังจ้องหลานชายคนสวยตาเป็นมันจะเข้ามาจีบแล้วละก็ แสดงว่ามันคงซวยคงถึงคราวดวงตกหากมายุ่งกับหลานชายของตน

เพราะสถานะเดียวหากมันจะเข้ามาคือรับเท่านั้น อย่าหวังว่าจะได้รุก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป