บทนำ
บท 1
"จะกลับแล้วเหรอครับอาจารย์"
ร่างสูงที่กำลังเก็บของเงยหน้ามองไปยังประตูที่ตนเปิดทิ้งไว้ ก่อนจะพยักหน้าให้กับทุกคนเล็กน้อยแล้วก้มเก็บของต่อไม่สนใจกลุ่มคนที่ยังคงยืนมองอยู่หน้าประตู ทุกคนอึกอักเมื่อเห็นว่าศาสตราจารย์หนุ่มที่ถึงแม้จะอายุน้อยกว่าแต่ด้านความรู้ความสามารถและดีกรีเป็นถึงศาสตราจารย์พิเศษทุกคนจึงให้ความเคารพ เมื่ออีกฝ่ายไม่พร้อมจะสนทนาด้วย อาจารย์คนอื่นๆจึงทยอยเดินออกไป เพราะรู้ดีว่า ศาสตราจารย์อัสวิส วิจิตรอลงกรณ์ ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา ว่ากันว่าสามารถรู้เท่าทันความคิดของผู้อื่น เคยมีคนลองวิชามาแล้วและก็เป็นจริงดั่งคำล่ำลือกันไว้ แต่ศาสตราจารย์หนุ่มกลับให้เหตุผลว่า ถ้าเราเรียนรู้และตั้งใจเกี่ยวกับศาสตร์นี้จริงๆก็ไม่ยากที่ทุกคนจะสามารถอ่านความคิดผู้อื่นจากปฏิกิริยาท่าทางหรือการกระทำของคู่สนทนารวมถึงทุกคนที่เราเดินผ่านบนท้องถนน อาจไม่ใช่ทั้งหมดแต่ก็พอจะคาดคะเนได้ไม่ยาก
ทุกคนรู้ว่าศาสตราจารย์อัสวิส หรือบ้างก็เรียกอาจารย์อัส เป็นคนมีนิสัยแปลกประหลาด ชอบทำตัวสันโดษ ไม่ชอบสนทนากับผู้ใด เก็บตัวอยู่แต่ในห้องพักอาจารย์ จะออกมาพบปะนักศึกษาก็เฉพาะยามมีคลาสสอนเท่านั้น
ตึ้ดๆๆๆๆๆ
อัสวิสเท้าสะเอวมองโทรศัพท์ที่ดังขึ้นหลายครั้งด้วยความหงุดหงิด ถึงแม้จะปิดเสียงใช้ระบบตั้งสั่นแต่มันก็ทำให้อัสวิสรำคาญอยู่ดี จึงกดรับพร้อมกับทำใจไว้แล้วว่าจะต้องเจอกับความโวยวายจากปลายสายอย่างไม่ต้องสงสัย
"ไอ้อัส ไอ้หลานเวร มึงอยู่ไหน ออกมายัง?"
โรม หรือ รังสิมันต์ ที่เพิ่งลงเครื่องมาสดๆร้อนๆจากจังหวัดตรังต้องการให้หลานชายคนโปรดพาเที่ยวเมืองศิวิไลซ์ในค่ำคืนนี้ กดโทรตามอัสวิสยิกๆเพราะไม่เห็นร่างสูงของหลานชายที่สนามบิน
"ผมเพิ่งสอนนิสิตเสร็จจะเร่งทำไม" อัสวิสพ่นลมหายใจใส่เพราะรู้นิสัยปลายสายเป็นอย่างดี
"ก็กูรอจนขาเป็นตะคริวแล้วครับท่านศาสตราจารย์ ไอ้พ่อเทพบุตร ไอ้ลูกเทวดา" ปลายสายตอกกลับเสียงขุ่น
"ที่นั่งพักผู้โดยสารก็มีแล้วปู่จะเสือกยืนทำไมล่ะ" อัสวิสว่าอย่างหงุดหงิด
"ไอ้อัส! เรียกกูว่าอาก็พออย่างน้อยกูก็อายุน้อยกว่าพ่อมึงเกือบสิบปี อย่าถึงกลับเรียกว่าปู่เลยไอ้หลานจัญไรพักนี้พูดเก่งขึ้นเยอะนะ" ถึงแม้ตามศักดิ์จะเป็นเป็นลุงก็เถอะ หนุ่มใหญ่ปลายสายกระแทกเสียงกลับมาด้วยความหงุดหงิดไม่ต่างกัน ถึงแม้อายุจะแตะเลขสี่แล้วแต่ด้วยเป็นคนหน้าตาดีดูแลสุขภาพและรูปร่างตลอด จึงดูเหมือนหนุ่มสามสิบต้นๆ
"ก็เก่งเฉพาะกับปู่นี่แหละ"
"ไอ้นี่!"
"เอาน่า หรือไม่จริง ก็ผมบอกแล้วว่าให้การ์ดไปรับอาโรมก็ไม่ยอมแล้วจะโวยวายทำไม ช่วยไม่ได้"
อัสวิสเก็บของเสร็จเอื้อมมือหยิบเสื้อคลุมที่แขวนไว้พร้อมกุญแจรถหรูเตรียมออกไปรับคนที่มีศักดิ์เป็นลุงแต่ให้เรียกอาที่สนามบิน ตนเองก็ไล่ลำดับชั้นเครือญาติไม่ถูกเพราะต้นตระกูลใหญ่หลายต่อหลายรุ่นจนงง สับสนไปหมด
วันนี้ชายหนุ่มมีนัดสอนพิเศษนอกตารางกว่าจะเสร็จก็สองทุ่มครึ่ง ร่างสูงเดินออกมาถึงลานจอดรถพร้อมกับคุยกับปลายสายไปด้วย
"เออ ก็กูอยากให้มึงมารับนี่หว่า"
"งั้นก็ต้องรอ อย่าบ่นรำคาญ!! "
"บร๊ะ...ไอ้นี่..พ่อมึงพาแม่มึงไปคลอดที่ขั้วโลกเหนือหรือไงถึงได้เย็นชานัก..ไอ้"
อัสวิสตัดสายทันทีเมื่อปลายสายเตรียมก่นด่า เขาไม่อยากฟังให้อารมณ์หงุดหงิด ก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์ดังกระหึ่มเคลื่อนออกไป
..
..
"พ่อระวัง!!"
เพราะมัวแต่เหม่อเมื่อมีบางอย่างมากวนใจ อัสวิสจึงแตะเบรครถหรูอย่างแรงจนล้อครูดไปกับถนนเมื่อมีรถกระบะยกสูงตัดหน้าไปอย่างกระชั้นชิด
"เฮ้ย! อะไรวะ"
ศาสตราจารย์หนุ่มมองตามรถกระบะคันสีดำที่ตัดหน้าไปอย่าง ฉิวเฉียดหลังจากเลี้ยวออกจากมหาวิทยาลัยได้ไม่ถึงสิบนาทีก็มีรถที่วิ่งฝ่าไฟแดงออกจากซอยตัดหน้าเขา
"ให้ หย๋องแย๋ง ตามไปไหมครับพ่อ"
"ไม่ต้อง"
อัสวิสไม่อยากจะหาความวุ่นวายเข้าตัว ถึงแม้ในส่วนลึกอยากจะจัดการกับพวกขับรถปาดหน้าแล้วยังฝ่าฝืนกฎจราจรสักเพียงใดก็ตามที
ชายหนุ่มเปิดประตูออกมาดูรถคันโปรดแต่ไม่มีรอยขูดขีดจึงกลับขึ้นมานั่งบนรถอีกครั้ง
แต่ทว่ายังไม่ล็อคประตูรถก็ได้ยินเสียงเปิดและปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับปิดดังปังด้วยความรีบร้อนของผู้มาใหม่พร้อมกับถือวิสาสะมาออกคำสั่งกับตน
"เหยียบให้มิดไมล์แล้วตามรถกระบะสีดำนั้นไป!"
ศาสตราจารย์หนุ่มมองผู้ชายหน้าตาดีผมสลวยสีน้ำตาลเข้มถูกเสยขึ้นอย่างลวกๆ ใบหน้าหล่อคมคายมีเหงื่อผุดเต็มกรอบหน้า ผิวขาวสะอาดตาและกลิ่นกายหอมของบุรุษเพศผสมกลิ่นน้ำหอมและกลิ่นเหงื่อทำให้ศาสตราจารย์หนุ่มเผลอสูดกลิ่นกายอีกฝ่ายเข้าปอด ก่อนจะดึงสติตัวเองกลับมาแล้วเพ่งมองผู้ชายที่หอบหายใจหนักราวกับวิ่งมาหลายสิบกิโลที่กล้ามาออกคำสั่งกับตนด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก
"ไม่อย่างนั้นคุณก็ลงไป ผมขอยืมรถขับตามพวกคนร้ายหน่อย"
คนหอบหายใจปัดมือเชิงไล่เมื่อรู้สึกว่าคนอยู่หลังพวงมาลัยยังคงนิ่งเฉยไม่เคลื่อนตัวออกไปสักที พูดทั้งที่สายตายังจ้องรถคันสีดำที่ขับหนีไปด้วยความเร็ว จนอัสวิสมองหน้าด้วยความไม่พอใจแล้วกระแทกลมหายใจก่อนจะยกยิ้มเหยียดหัวเราะเบาๆในลำคอ ที่จู่ๆใครไม่รู้วิ่งขึ้นมานั่งบนรถตนแล้วยังกล้ามาออกคำสั่งราวกับว่าเป็นเจ้านายซะงั้น
"ผมว่าคุณต่างหากที่ต้องลงจากรถผม"
แต่แทนที่จะทำตามคำสั่ง อัสวิสกลับจ้องคนแปลกหน้าด้วยท่าทีเย็นชา น้ำเสียงดูนิ่งจนตำรวจนอกเครื่องแบบอย่างภูผาถึงกลับต้องละสายตาจากเส้นทางของรถกระบะคันเจ้าปัญหานั้นแล้วสบสายตาที่แสนจะเย็นยะเยือกของเจ้าของรถหรูที่ตนกระโดดขึ้นมา
เพราะเขามัวแต่สนใจผู้ร้ายที่กำลังตามจับทำให้ไม่ได้สนใจเจ้าของรถคันนี้ แต่พอเห็นหน้าเท่านั้น ผู้กองภูผาแทบสะดุดลมหายใจเมื่อเจอผู้ชายหนุ่มรูปหล่อ ไม่สิ! ต้องบอกว่าหน้าสวย ผู้ชายตัวสูงใหญ่ผิวขาวจนออกซีดราวกับคนไม่เคยออกแดด ท่าทางเจ้าสำอางไม่น้อย เสื้อผ้าหน้าผมดูทันสมัย ผมทรงสวยปล่อยยาวเป็นรากไทรทำสีบลอนด์แฟชั่นยิ่งขับให้ใบหน้าดูหวาน คิ้วดกเรียงกันสวยรับกับจมูกโด่งคมเป็นสันและริมฝีปากสีสดโคตรน่าจูบ ผู้ชายอะไรสวยชะมัด!และท่าทางหยิ่งยโสถือตัวนั่น ยิ่งดูเร้าใจ...
"สวย..สัส!"
"ว่าไงนะคุณว่าใครสวย" คิ้วสวยชนกันแน่น
"อ่อ เปล่า ผมจะบอกว่าช่วยทางการด้วย ผมผู้กองภูผา หัสบดินทร์ กำลังปฏิบัติหน้าที่และคุณเป็นรถคันเดียวที่อยู่ใกล้ที่สุด โปรดร่วมมือกับพวกเราเถอะ แล้วรีบขับตามคันนั้นไป" ตำรวจหนุ่มโชว์หลักฐานว่าตนเป็นใครและกำลังปฏิบัติหน้าที่จริงจังแค่ไหน และกว่าตำรวจที่เรียกกำลังเสริมไปก่อนหน้าจะมาถึงพวกผู้ร้ายคงหายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว
"หย๋องแหย๋งว่าเขาหล่อดี หล่อแบบนี้พ่อต้องยื่นมือเข้าช่วยแล้วล่ะ"
"เงียบปากไปเลยหย๋องแย๋ง หรืออยากจะไปเกิดใหม่" ผู้กองหนุ่มมองคนหน้าสวยที่พูดกับตัวเองพร้อมทั้งจิ๊ปากเบาๆราวกับหงุดหงิดให้ใครสักคนด้วยความสงสัย แต่ก็เลือกที่จะเงียบไม่ถามให้อีกคนรู้สึกอึดอัดใจมากไปกว่านี้
บทล่าสุด
#50 บทที่ 50 ตอนพิเศษ เราสามคน
อัปเดตล่าสุด: 8/1/2026#49 บทที่ 49 ตอนพิเศษ ศาสตราจารย์คนนี้น่ะแฟนผม
อัปเดตล่าสุด: 8/1/2026#48 บทที่ 48 ตอนพิเศษ ขายหน้า
อัปเดตล่าสุด: 8/1/2026#47 บทที่ 47 ตอนพิเศษ ไม่ปราณีแล้วนะ
อัปเดตล่าสุด: 8/1/2026#46 บทที่ 46 ตอนพิเศษ ชื่นมื่น
อัปเดตล่าสุด: 8/1/2026#45 บทที่ 45 ตอนพิเศษ ปาร์ตี้สละโสด 1/2
อัปเดตล่าสุด: 8/1/2026#44 บทที่ 44 แฟนผมเขาโรแมนติก25+TheEnd 2/2
อัปเดตล่าสุด: 8/1/2026#43 บทที่ 43 แฟนผมเขาโรแมนติก25+TheEnd 1/2
อัปเดตล่าสุด: 8/1/2026#42 บทที่ 42 ปฎิบัติการกินเมีย25+ 2/2
อัปเดตล่าสุด: 8/1/2026#41 บทที่ 41 ปฎิบัติการกินเมีย25+ 1/2
อัปเดตล่าสุด: 8/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
ม่านหมอก
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80
ยากจน? อดอยาก? ญาติพี่น้องจอมปลิงรังแก?
หึ! ฝันไปเถอะ! เพราะเธอไม่ได้มาตัวเปล่า แต่พกมิติห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาข้ามเวลามาด้วย
ในเมื่อยุคนี้ข้าวยากหมากแพง เธอก็จะใช้ของวิเศษเปิดร้านอาหารที่อร่อยที่สุดโกยเงินเข้ากระเป๋า
ใครกล้ามารังแกครอบครัวเธอ แม่จะฟาดกลับให้ร้องขอชีวิตไม่ทัน
ส่วนสามีที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นคนพิการไร้ค่า... ไหงตอนนี้ขากลับมาหายดี แถมยังกลายเป็นพ่อหมาป่าจอมคลั่งรัก ที่พร้อมจะคุกเข่าให้เธอทุกวันได้ล่ะเนี่ย?!
คำเตือน: นิยายเรื่องนี้พระเอกคลั่งรักเมียมาก และนางเอกฟาดศัตรูไม่เลี้ยง!
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
รักไม่หลอก
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้













