บทที่ 7 แทนคำขอบคุณ

..

..

พอลิฟท์เคลื่อนมาหยุดที่ชั้นบนสุด โรมก็เดินนำออกหน้า ผู้กองหนุ่มถึงกับตะลึงเพราะทั้งชั้นยกให้เป็นอาณาจักรของศาสตราจารย์หนุ่ม ห้องหรูที่มีคนสวยของเขาเป็นเจ้าของคนเดียวบนนี้ คอนโดหรูอยู่ในเครือวนารมย์ตระกูลดังซึ่งเป็นเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ของเมืองไทย ศาสตราจารย์ต้องเป็นหนึ่งในทายาทตระกูลดังอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่นึกว่าคนที่ตนหมายปองจะไฮโซและดูแพงได้ถึงเพียงนี้

"พรุ่งนี้มึงเข้าประชุมด้วยล่ะ"

โรมบอกหลานชายแล้วแยกตัวออกไปทันทีที่เข้ามาพร้อมกับเปิดปิดประตูเสียงดังอาจเพราะยังหงุดหงิดเรื่องของอัสวิสที่ไม่ยอมเปิดปากให้ข้อมูลอะไรเลยแม้ว่าอีกฝ่ายจะถามถึงสาเหตุของการถูกจับตัวในครั้งนี้

ผู้กองหนุ่มซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้แต่รูดซิปปิดปากเงียบรับรู้ได้ถึงอารมณ์มาคุของอากับหลานได้เป็นอย่างดี จึงได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอย่างทำตัวไม่ถูก

อันที่จริงคือไม่รู้ว่าจะเดินไปตรงไหนมากกว่าเพราะห้องมันกว้างขวาง สุดท้ายคนเป็นเจ้าของห้องก็เลยหันมามองด้วยสายตาดุแต่ภูผาไม่ยอมหลบ ทั้งคู่จึงยืนสบตากันนิ่งก่อนที่ศาสตราจารย์หนุ่มจะเป็นฝ่ายถอนสายตาออกก่อน และพ่นหายใจหนักๆกว่าทุกครั้ง

"เอ่อ... " ผู้กองภูผาขาดความมั่นใจในตัวเองไปชั่วขณะเมื่อยืนอยู่ต่อหน้าคนที่ตนสนใจ ลืมไปเลยว่ามีอะไรบ้างอยู่ในหัว

"จะอาบน้ำหรือว่าจะนอนเลย"

ภูผาก้มดมกลิ่นตัวเองพลางทำจมูกฟุดฟิดทั้งกลิ่นเหล้ากลิ่นเหงื่อเหม็นเปรี้ยวจนตัวเองยังรู้สึก ส่วนอีกคนนั้นยังคงมีกลิ่นตัวหอมอ่อนๆให้ตนได้แอบชื่นใจอยู่หลายครั้ง

"อาบน้ำก่อนดีกว่าผมเหม็นตัวเองเต็มที ตะ..แต่ว่า"

"........" คนสวยเลิกคิ้วข้างหนึ่งคงรำคาญอยู่ไม่น้อย ดูท่าทางไม่ค่อยอยากจะเปิดปากพูดด้วยเลยสักนิด

"คุณบอกหย่องแหย่งทีได้ไหมว่าไม่ต้องโผล่มาก็ได้"

ตำรวจหนุ่มเอ่ยขอเสียงละห้อย ให้เขารับภารกิจจับโจรผู้ร้ายหรือฝ่าดงปืนยังไงเขาก็ไม่เคยหวั่น มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่เขาระแวง สายตาคมกวาดมองสำรวจไปรอบๆห้องราวกับกำลังหาสิ่งผิดปกติบางอย่าง มือสองข้างลูบแขนตัวเองปอยๆรู้สึกได้ถึงลมพัดผ่านร่างเย็นยะเยือก จะผีดีหรือผีร้ายแต่ขึ้นชื่อว่าผี ไอ้ภูผาก็แหยงหมดนั้นแหละ

"คงไม่ทันแล้วมั่ง"

เจ้าของห้องพูดเพียงเท่านั้นก็ไม่สนใจเดินหายเข้าไปในห้องปล่อยให้ตำรวจหนุ่มยืนอ้าปากพะงาบๆก้าวขาไม่ออกอีกตามเดิม พยายามแปลความหมายของคำว่า ไม่ทันแล้วมั่ง ซ้ำไปซ้ำมา มองตามหลังคนตัวสูงที่เปิดประตูคาดว่าจะเป็นห้องนอนเข้าไป สักพักก็มีเสียงตะโกนดังออกมาจากในห้องนั้น

"จะเกาะหลังเขาอีกนานไหม ไปนอน!!"

ฟิ้ว!!!

ว่าแล้วเชียวว่าทำไมรู้สึกตัวหนักๆ

ผู้กองภูผาทำหน้าราวกับจะร้องไห้ก้มลงจับขาตัวเองให้ขยับทีละข้างเพื่อตามร่างสูงเข้าไปในห้องนอน พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้มันขยับ เสียงร้องตะโกนหายเข้าไปในลำคอ

ให้ตายสิ! เขาร้องไห้ออกมาจริงๆ

สุดท้ายคนเป็นเจ้าของห้องต้องเดินออกด้วยสีหน้าสุดจะทน ช้อนอุ้มร่างตำรวจหนุ่มในท่าเจ้าสาวราวกับตัวเขาเบาเป็นปุยนุ่นได้ยินเสียงจิ๊ปากอย่างรำคาญและถอนหายใจแรงอยู่หลายครั้ง

"คนดีที่ไหนเขาจะเลี้ยงผีไว้"

ผู้กองหนุ่มหน้าร้อนผ่าว ใบหน้าหล่อเห่อร้อนไปด้วยความเขิน เกิดมาจนอายุยี่สิบเจ็ดย่างยี่สิบแปดไม่เคยถูกใครอุ้มในท่าเจ้าสาว มือสองข้างโอบรอบคอแกร่งกลิ่นกายหอมชวนให้เคลิ้มยามจับจ้องใบหน้าสวยที่ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรเลย

ภูผาถูกวางให้นั่งบนเตียงที่มีชุดนอนวางไว้อย่างเป็นระเบียบเนี้ยบเหมือนเจ้าของ สายตากวาดมองสำรวจห้องนอนอย่างตกตะลึงในความโอ่อ่าหรูหรา ทุกอย่างถูกตกแต่งไว้อย่างลงตัวเข้ามาในห้องนี้เหมือนกับว่าอยู่ในอีกโลกหนึ่ง พอปิดประตูลงก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดเข้ามาได้เลยมีเสียงเพลงหวานคลอเบาๆที่ทำให้คนในห้องรู้สึกผ่อนคลาย

"ไปอาบน้ำจะได้รีบมานอน"

น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยบอก ทำให้ผู้กองหนุ่มตื่นจากภวังค์ แต่เพราะความใจร้อนของเจ้าของห้องหรือเพราะตนเชื่องช้าลงกันนะ จู่ๆคนตัวหอมก็เดินเข้ามาพลางถกเสื้อสีเข้มขึ้นไว้ตรงข้อศอก

"จะ จะทำอะไรอีก"

"อ๊ะ...ปล่อย!" ตัวของภูผาถูกอุ้มขึ้นจนตัวลอย จนมือเจ้ากรรมรีบโอบรอบคอของคนตัวสูงเอาไว้

ศาสตราจารย์อุ้มเดินเข้าไปในห้องน้ำโดยที่ไม่ก้มสนใจคนในอ้อมแขนสักนิด ผู้กองหนุ่มจึงถือโอกาสสำรวจใบหน้าอีกฝ่ายก่อนจะเผลอชบลงที่อกนั้นเบาๆอย่างลืมตัวกลิ่นตัวหอมมากเลยชวนให้ตำรวจหนุ่มเคลิ้มไป

"ผมเดินเองก็ได้นะ" คนพูดอู้อี้ทั้งที่ใบหน้าแอบขโมยกลิ่นหอมที่ติดอยู่กับอกของคนสวย

"นิ่งๆเหอะน่า"

อัสวิสวางภูผาลงอ่างขนาดใหญ่ที่ทั้งชีวิตของตำรวจหนุ่มไม่เคยเห็น ด้วยฐานะภูผาเองก็ถือว่ามีอันจะกินไม่ได้ขัดสน แต่ก็ไม่ได้รวยระดับหมื่นล้านอย่างคนสวยขา

"รีบอาบ ผมจะได้อาบต่อ" อัสวิสกำลังหมุนตัวกลับแต่ผู้กองหนุ่มรีบคว้าแขนเอาไว้

"อาบด้วยกันเลยเปล่าล่ะ จะได้ไม่เสียเวลา"

มือเรียวยาวค่อยๆแกะมือหนาออกใช้นิ้วชี้เข้าเชยคางแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆก่อนจะแสยะยิ้มดูร้ายกาจแล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมจนภูผาชักหวั่นใจ

"หึ..บางทีสิ่งที่คุณเห็นอาจไม่ได้เป็นอย่างคุณคิด อย่าแหย่ผมให้มาก แล้วคุณจะเสียใจ"

..

..

ภูผานั่งแช่น้ำอุ่นนั่งคิดถึงประโยคของอัสวิสแล้วเสียวหลังวาบ ทั้งคำพูดและแววตามันชวนให้ขนลุก เทียนหอมที่น่าจะเป็นของเจ้าของห้องถูกจุดส่งกลิ่นหอมอ่อนๆสร้างบรรยากาศให้รู้สึกผ่อนคลาย มือหนากวักน้ำใส่ตัวเองได้กลิ่นหอมอ่อนๆกลิ่นเดียวกันกับศาสตราจารย์หนุ่มที่เขาแอบดอมดมยามอีกฝ่ายเผลอ ภูผาหลับตาคิดถึงใบหน้าหวานในทุกอิริยาบถที่ตราตรึงอยู่ในความรู้สึก ก่อนจะค่อยหลับตาลงแล้วเผลองีบไปเพราะความอ่อนเพลีย

"จะนอนอยู่ในอ่างเลยว่างั้น"

คนตัวสูงที่ยืนพันเพียงช่วงล่างกอดอกมองคนที่นั่งหลับ ไม่รู้ว่าเจ้าของห้องหรูเข้ามายืนตั้งแต่เมื่อไหร่ ภูผาสะดุ้งเล็กน้อยไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเดินเข้ามาในสภาพนี้ ถึงแม้ลึกๆจะดีใจที่ได้เห็นคนสวยเปลือยท่อนบนให้เห็น สายตาคมเลื่อนสำรวจจนอยากจะกระตุกปมผ้านั้นทิ้งไป...

ภูผายอมรับว่าคนตรงหน้าโคตรสวยเซ็กซี่ ร่างกายท่อนบนที่ปราศสิ่งห่อหุ้มทำให้ภูผาถึงกลับลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ไม่ผิดหวังและเป็นไปตามที่คาดไว้ แผงอกขาวเนียนอัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามอย่างคนชอบออกกำลังกายสม่ำเสมอ กล้ามเนื้อท้องเป็นลอนสวยงามน่าลูบสัมผัส ช่วงเอวสอบที่ถูกกลืนหายไปกับผ้าพันเอวไว้ดูหมิ่นแหม่ชวนสยิว ผู้กองหนุ่มเห็นแล้วเริ่มหายใจสะดุด หัวใจเต้นแรงอย่างไม่เป็นส่ำราวกับจะปะทุออกมาเมื่อลากสายตาลงต่ำมองไปยังส่วนกลางกายที่อยู่ภายในผ้าขนหนูผืนนิ่ม

"เอ่อ.." ภูผาวางตัวไม่ถูกรู้สึกถึงรังสีบางอย่างจากแววตาเรียวสวย สมงสมองกลวงคิดอะไรไม่ออกเสียอย่างนั้น

"จะมองให้ทะลุเลยหรือไง" คนถามยักคิ้วข้างหนึ่งใส่อย่างขี้เก๊กพร้อมกับนั่งลงตรงขอบอ่างก่อนจะสลัดผ้าขนหนูทิ้งไปราวกับอ่านใจเขาออก

จริงสินะ...เพราะอ่านใจเขาได้จึงเปลื้องผ้าต่อหน้าอย่างต้องการจะแกล้งมากกว่า ดูจากใบหน้าที่กำลังยกยิ้มร้าย แต่ช่างเถอะเพราะสิ่งที่เห็นมันก็กำไรล้วนๆ

แต่ยิ่งมองก็ยิ่งทำภูผาแทบช็อก กลั้นลมหายใจกับความใหญ่โต จนต้องก้มมองตัวเอง มันกลายเป็นหนอนน้อยไปเลยเมื่อเทียบกับขนาดใหญ่ยักษ์ของเจ้าของอ่างหรู

"อะไรอีก"

คนมาใหม่ขยับเข้ามานั่งในอ่าง ขยับเข้ามาอุ้มพร้อมกับสั่งให้ภูผานั่งตักโดยที่ทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย ทั้งที่ดุ้นใหญ่กำลังเบียดถูหลังภูผาอยู่ตอนนี้

"นั่งนิ่งๆน่า" มือเรียวยาวบีบนวดอยู่บริเวณไหล่และลำคอแกร่งเนิบนาบโดยที่ภูผาไม่ได้ร้องขอ

ชายหนุ่มไม่กล้าคิดเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายอ่านความคิดตนได้ จึงปล่อยให้สมองว่างเปล่าปล่อยไปตามใจต้องการ แต่ก็อดคิดอย่างหวาดระแวงไม่ได้ว่า ศาสตราจารย์จะมาไม้ไหนจู่ๆก็เข้าถึงเนื้อถึงตัวทั้งที่ก่อนหน้าแสนจะเหย่อหยิ่ง ตอนนี้ตำรวจหนุ่มได้แต่นั่งกอดเข่าเคลิ้มไปกับสัมผัสที่อีกคนสร้างขึ้น

ตึกตัก!

ตึกตัก!

ใจหนุ่มเต้นแรง กลัวว่าคนด้านหลังจะรู้ว่าตนตื่นเต้นมากขนาดไหน อยู่ๆหัวใจก็ทำงานหนักเต้นแรงผิดจังหวะซะงั้น แต่ก็จำต้องข่มใจบอกตัวเองไว้ว่าอย่าเพิ่งดีใจไปกับสัมผัสอีกคน

"สบายขึ้นไหม"

"ถึงคุณนวดให้ ผมก็ไม่มีทิปจ่ายเศรษฐีระดับหมื่นล้านให้คุณหรอกนะ"

"ผมไม่ได้ขี้งก"

ชิ! ไม่ขี้งกแต่เล่นเงินเดือนทั้งปีต้องเอามาจ่ายค่าซ่อมรถเนี่ยนะ ภูผาอดค้อนด้วยสายตาไม่ได้ อีกฝ่ายยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ จังหวะเดียวกับที่ภูผาเอี้ยวหน้าเข้าไปหาจนลมหายใจอุ่นๆเป่ารดพวงแก้ม

จุ๊บ!

เชี้ย!!

ภูผาหันขวับอีกรอบพร้อมเบิกตากว้างเมื่อริมฝีปากร้อนๆบรรจงจูบลงมาที่ไหล่กว้าง

"อะ อะไรวะเนี่ย! "อัสวิสหัวเราะเบาๆในลำคอเมื่อเห็นอีกฝ่ายขนอ่อนลุกชัน

"ไม่สบายหรือเปล่าคุณ" คนถูกถามหน้าหูเห่อร้อนใบหน้าขึ้นสีน่ามอง

"ผมควรจะถามคุณมากกว่า" ภูผาถามอีกฝ่ายกลับไปเพราะอัสวิสเริ่มทำให้ตนสับสน

"ก็แค่ให้รางวัลแทนการขอบคุณสำหรับคืนนี้ที่คุณช่วยผมไว้"

..

..

บทก่อนหน้า
บทถัดไป