บทที่ 7 EPISODE : 7
“เรา...คบกับพี่ได้ไหม”
“เอ่อ...”
“พี่ไม่เคยรู้สึกกับใครแบบมิ้นท์มาก่อน พี่ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกนี้มันเกิดได้ยังไง พี่ไม่ขอบอกแต่ขอทำให้มิ้นท์เห็นได้ไหม พี่ไม่อยากไปไหนมาไหนด้วยกันแบบไม่มีสถานะแล้ว พี่อยากรู้จักมิ้นท์มากกว่านี้เพราะพี่รู้สึกว่าตอนนี้มิ้นท์มีกำแพงกับพี่อยู่ แล้วที่สำคัญพี่อยากจับมือมิ้นท์แล้วบอกทุกคนว่าคนนี้เป็นแฟนพี่ คบกับพี่นะครับ”
“...” ฉันจะหาทางรอดจากสถานการณ์ตรงนี้ได้ยังไง มีทางไหนให้เลือก ถ้าปฏิเสธก็คงตัดโอกาสสิ่งที่ต้องการตั้งแต่วินาทีที่ตอบปฏิเสธเขา
“อึดอัดเหรอ ถ้าทำให้อึดอัดพี่...ขอโทษด้วยนะ” เขามองฉันด้วยแววตาที่ผิดหวัง แต่แค่ไม่นานก็ยิ้มให้ฉัน แต่เป็นรอยยิ้มที่มองก็รู้ว่าไม่ได้แฮปปี้
“คือ...ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ” ฉันตอบไม่เต็มเสียงเท่าไหร่ ปกติมันจะมีโอกาสให้เปลี่ยนเรื่องไงคะ แต่ตรงนี้บรรยากาศไม่เป็นใจเลย บรรยากาศมันโรแมนติกเหมาะในการสารภาพรักกันมากถึงมากที่สุด
“ถ้าไม่ใช่อย่างนั้น เราคบกับพี่ได้ไหม พี่ไม่อยากเร่งรัดนะมิ้นท์ แต่เราก็คุยกันมาพักหนึ่งแล้ว พี่ไม่อยากคุยเล่น ๆ ถ้าใจตรงกันก็คบดีกว่า หรือถ้าไม่จะได้ไม่เสียเวลาทั้งคู่” น้ำเสียงแววตาทุกอย่างจริงจังไปหมด ไม่มีอาการล้อเล่นเลย แล้วฉันเลือกอะไรได้ในเวลานี้นอกจาก
“ไม่ได้ขอคบเพราะจะหลอกฟันมิ้นท์ใช่ไหมคะ” ฉันถามเบา ๆ ทำให้เขายิ้มออกมา
“พี่ไม่หลอกใครเรื่องแบบนี้หรอก” เขายิ้มให้ เป็นรอยยิ้มจริงใจที่ถึงแม้จะเคยเห็นร่างเพลย์บอยของเขามานับครั้งไม่ถ้วน แต่บอกตามตรงว่าเห็นแล้วทำให้ฉันละอายใจ
“...ค่ะ” แต่สุดท้ายต่อให้ละอายมากแค่ไหนฉันก็ยังมีความเห็นแก่ตัวอยู่ดี เพื่อความอยู่รอดฉันต้องเดินหน้า เข้าถ้ำเสือแล้วจะให้ออกไปโดยที่ไม่ได้ลูกเสือติดมือไปสักนิดสักหน่อยก็คงเป็นไปไม่ได้
เอาเป็นว่าฉันจะจบเคสนี้ให้เร็วที่สุดก็แล้วกันค่ะ เพื่อตอบแทนความดี ไม่สิ ตอบแทนการดูแลเอาใจใส่ของเขาที่มีให้ฉันต่างหากล่ะ
“ค่ะคือ? ตกลงใช่ไหม” เขาถามพร้อมกับจ้องหน้าฉัน
“ก็...ประมาณนั้นมั้งคะ” ฉันแสร้งทำเป็นอายที่จะตอบ พอฉันตอบอ้อม ๆ ออกไปเขาก็ฉีกยิ้มกว้างทันที
“ฮึ ๆ ๆ เป็นแฟนพี่แล้วนะ” เขาหัวเราะเบา ๆ เอามือวางวางบนหัวของฉันแล้วขยี้เบา ๆ ทำแค่นี้แล้วก็มองหน้าฉันเท่านั้น
บอกตามตรงว่างงค่ะ ทั้งที่ในใจฉันเองก็แอบหวาดหวั่นกลัวเขาจะถือโอกาสว่าเป็นแฟนกันแล้วมาหอมแก้มหรือจูบฉันซะอีก แต่เขาไม่ทำ มันดูไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาจะไม่ทำแบบนี้ นายนี่มีฝาแฝดรึเปล่าคะ ทำไมคนที่ฉันเจอในช่วงเวลาปกติกับคนที่เจอในผับถึงได้มีบุคลิกไม่เหมือนกันเลยสักนิด
เขามีแฝดรึเปล่านะ บอกตามตรงว่าถ้ามีแล้วคนตรงหน้าเป็นคนละคนกับที่อยู่ในผับฉันคงไม่ทำอย่างที่คิดแล้วล่ะค่ะ แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้หรอก เขาเป็นลูกชายคนเดียว ไม่มีพี่หรือน้อง ที่เห็นก็คงแค่ทำให้ฉันไว้ใจก็แค่นั้น เพราะอย่าลืมว่าผู้หญิงที่เจอในผับไม่ได้เหมารวมทุกคนนะคะ แต่บางส่วนก็ไปเพื่อสนุกสนานกันแล้วก็แยกทาง แต่ผู้หญิงที่เจอในเวลาปกติข้างนอกไม่ได้ดูความต้องการกันง่ายขนาดนั้น อยากกินก็ต้องทำคะแนนเป็นธรรมดา
“เราลงไปข้างล่างดีกว่าไหมคะมันเริ่มเย็นแล้ว” เขายิ้มฉันก็เลยชวนเปลี่ยนเรื่องเพราะทำตัวไม่ถูก ไม่ใช่แค่กับเขาหรอกค่ะ บอกตามตรงว่ากับคนอื่นฉันก็ทำตัวไม่ถูกแบบนี้เหมือนกัน สำหรับคนอื่นฉันพอจะบ่ายเบี่ยงได้ตอนที่โดนขอคบ แต่สำหรับเขาคนนี้ฉันรู้ว่าถ้าปฏิเสธเขาก็คงไม่ตื้อหรือรออะไรต่อไปแน่นอน
เขาไม่ใช่ไก่อ่อนเพราะเหตุผลนี้ไงเลยทำให้ตอนนี้ฉันกลายเป็นแฟนเขาเรียบร้อยแล้ว -_-!
หมับ!
“คะ?” เราเดินมาใส่รองเท้า พอใส่เสร็จกำลังจะเดินเขาก็ขยับมาโอบเอวฉันจนทำให้ฉันสะดุ้งหน้าเสีย ตรงนี้ไม่มีใครเลยค่ะ เขาเข้ามาโอบแบบนี้ฉันก็กลัวเขาจะทำอะไรขึ้นมา ถ้าเขาบ้าหน้ามืดขึ้นมาอย่างที่กลัวล่ะก็ ฉันไม่รู้ว่าจะสู้ได้รึเปล่า
“พี่แค่โอบเฉย ๆ” เขามองหน้าแล้วยิ้มตอบ
“คือ” ฉันไม่เคยโดนเหยื่อโอบ จับมือคือมากที่สุดแล้ว
“พี่โอบแฟนไม่ได้เหรอครับ” เขาถามฉันหน้าซื่อ แต่สายตาที่มองมาหวานเยิ้มยิ่งกว่าน้ำเชื่อมทั้งโรงงานซะอีกมั้ง อยากจิ้มตาเขาจังเลยค่ะ
“ก็...ได้มั้งคะ มิ้นท์แค่ไม่ชิน”
“ฮึ ๆ ๆ ถ้างั้นพี่ต้องโอบให้ชินเร็ว ๆ แล้วล่ะ ไปครับเดี๋ยวจะมืด” เขาพูดด้วยท่าทางอารมณ์ดีแล้วก็กระชับมือที่โอบฉันให้แน่นกว่าเดิมซะอีก อดทนก่อนนะม่านไหม ช่วยบอกและเตือนสติตัวเองให้ได้ว่าอย่าเผลอสะบัดตัวออกเด็ดขาด
ฉันกับเขาใช้เวลาไม่นานก็มาถึงรถ ขากลับมักจะเร็วกว่าขาไปเสมอแต่ความเหนื่อยไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว
“น้ำครับ” เขาให้ฉันยืนรอแล้วก็เดินไปซื้อน้ำมาให้ดื่ม พอมาถึงก็ยื่นให้ฉันก็รับมาดื่มด้วยความกระหาย
“เรากลับกันเลยไหมคะ” ฉันดื่มน้ำเสร็จก็ชวนเขากลับทันที ตอนนี้สถานะมันเปลี่ยนไปจากตอนมาแล้วไงคะ ฉันไม่ใช่เด็กที่จะไม่รู้ว่าพอสถานะเปลี่ยนอะไร ๆ มันอาจจะเปลี่ยน ฉันไม่อยากอยู่กับเขาสองต่อสองนานในเวลากลางคืนมันเสี่ยงเกินไป และบอกตามตรงว่าฉันหงุดหงิดที่ต้องมาโดนเขาเดินโอบ ไม่อยากอยู่ให้เขาทำตัวเป็นแฟนอยากแยกตรงนี้เลยถ้าทำได้นะ
“ไม่กินข้าวหน่อยเหรอครับ”
“แวะกินระหว่างทางก็ได้ค่ะ”
“ไม่อยากเที่ยวต่อแล้วเหรอ”
“มันจะดึกค่ะ กลับกันดีกว่า” สุดท้ายฉันก็เผลอใช้น้ำเสียงหงุดหงิดในท้ายประโยคจนได้
“ดูเรารีบ ๆ นะ เป็นอะไรรึเปล่า” เขามองหน้าฉันด้วยความสงสัยฉันรู้สึกตัวว่าเร่งเขาจนดูไม่ปกติมากเกินไปก็เลยรีบปรับสีหน้า ฉันเกือบจะหลุดอะไรออกไปหรือหลุดไปแล้วบ้างก็ไม่รู้
“เปล่าค่ะ มิ้นท์แค่ห่วงพี่มาร์คัส กลัวพี่มาร์คัสเหนื่อยค่ะก็เลยอยากกลับเร็ว ๆ” ฉันยิ้มอ้อนเขา เพิ่งรู้สึกตัวว่าวันนี้ไม่ค่อยได้อ้อนเขาเท่าไหร่ก็เลยต้องรีบกลับมาเป็นน้องมิ้นท์คนเดิม
“เหรอครับ แต่ทำพี่รู้สึกเหมือนเราอึดอัดที่มาเที่ยวกับพี่วันนี้” เขายังจ้องหน้าฉัน ไม่ได้จ้องจนน่ากลัวแต่ก็สัมผัสได้ว่าเขาเคลือบแคลงใจ
“เปล่าค่ะ ทำไมคิดแบบนั้นคะมิ้นท์เสียใจนะ วันนี้เป็นวันแรกที่เราตกลงคบกันนะคะพี่มาร์คัส ถ้ามิ้นท์อึดอัดที่มาเที่ยวกับพี่มาร์คัสแล้วมิ้นท์จะตกลงคบกับพี่ทำไม จริงไหมคะ” เธออย่าเป็นตัวของตัวเองม่านไหม ตอนนี้เธอคือมิ้นท์จำเอาไว้ อย่าแสดงตัวตนออกมาขอร้อง
“...ครับ” เขาเงียบไปนิดหน่อยก่อนจะเอ่ยพร้อมกับพยักหน้ารับ แต่ก็ไม่ได้ดูเหมือนเขาจะสนิทใจกับคำแก้ตัวของฉันเท่าไหร่
เฮ้อ! โทษเขาไม่ได้หรอกนะม่านไหม โทษที่เธอดีกว่าที่คงไปเผลอแสดงอาการอะไรใส่เขาให้เขารู้สึกเคลือบแคลงใจ เอาเป็นว่าเพื่อตัวเธอเองช่วยฝืนทำอะไรที่ไม่ชอบก่อนเถอะนะ ฝืนแค่ไม่นานแล้วก็รีบปิดเคสนี้ซะ
ฉันบอกตัวเอง หรือจะเรียกว่าปลอบใจตัวเองก็ได้ค่ะ ปลอบใจตัวเองเสร็จก็ขยับไปใกล้เขาแล้วกอดแขนเขาเอาไว้
“มิ้นท์ขอโทษนะคะถ้ามิ้นท์ทำให้พี่มาร์คัสรู้สึกไม่สนุก”
“พี่ไม่ได้ไม่สนุก พี่แค่รู้สึกว่าเราอึดอัด”
“เปล่า มิ้นท์ไม่ได้อึดอัดค่ะ ความจริงมิ้นท์แค่...ทำตัวไม่ถูก มิ้นท์...ไม่เคยมีแฟน” ฉันแกล้งทำเป็นอายหลบสายตาเขา
“ไม่เคยมีแฟน?”
“...ค่ะ” เขาถามด้วยน้ำเสียงอึ้งนิด ๆ ฉันก็เลยพยักหน้าตอบ
“ฮึ ๆ ๆ เซอร์ไพรส์พี่มากเลยนะรู้รึเปล่า”
“รู้แบบนี้ก็เลิกตึงใส่มิ้นท์ได้แล้วนะคะ” ฉันรีบอ้อนเขาทันที
“ครับ ถ้างั้นกลับดีกว่า แต่พี่ขอพาเราแวะกินข้าวก่อนนะครับ พี่ดูร้านอร่อยเอาไว้แล้ว ร้านนี้ร้านดังเลย พี่ใช้เวลาเลือกนานมากถ้าไม่ได้พาไปเสียดายแย่” เขายิ้มอารมณ์ดี ดูเหมือนอารมณ์เขาจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วทำให้ฉันโล่งใจ
“พี่มาร์คัสดูร้านอร่อยเอาไว้?” ฉันเป็นผู้หญิงจะมาเที่ยวฉันยังไม่ดูอะไรเลยแล้วเพลย์บอยอย่างเขานี่นะดูร้านอร่อยเอาไว้แล้ว
“อื้ม ดูตั้งแต่ที่ชวนเรานั่นล่ะ”
“ค่ะ โอเคค่ะ” เห็นเขาพยักหน้ารับท่าทางจริงจังก็เลยไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ฉันว่าเขาไม่ได้ดูหรอก อีตานี่น่าจะเคยมาที่นี่แล้วมากกว่าเลยรู้จักร้านอร่อย อาจจะมากับสาว ๆ หลายครั้ง เป็นสถานที่เชือดรึเปล่าก็ไม่แน่ใจ ไม่มีทางที่เขาจะมาทุ่มเทถึงขั้นหาร้านเอาไว้หรอก ช่วยไปหลอกคนอื่นเถอะ
เขาพาฉันขับรถออกมาจากน้ำตก ระยะทางค่อนข้างไกลพอสมควรกว่าจะมาถึงในตัวจังหวัด แต่บรรยากาศสองข้างทางสวยจนทำให้ไม่รู้สึกเหนื่อยกับการเดินทาง แล้วเขาก็พามาร้านที่เขาบอกว่าหามา ท่าทางจะเป็นร้านที่ดังมากเพราะคนแน่นร้านเลย เข้าไปกินก็อร่อยสมกับที่เขาว่าเป็นร้านดังเลยค่ะ เสร็จเรียบร้อยก็เดินทางกลับกรุงเทพต่อ
“ถึงแล้วครับ” เขามาจอดที่หน้าคอนโดของอิงอิงในเวลาที่ดึกมาก
“ขอบคุณนะคะที่พามิ้นท์เที่ยววันนี้” ฉันหยิบของแล้วก็รีบขอบคุณเขา มันดึกแล้วค่ะฉันง่วงมาก กว่าจะถึงห้องตัวเองอีกเดี๋ยวรถเมล์ก็หมดแล้วไม่อยากนั่งแท็กซี่หรอกทั้งอันตรายแล้วก็แพง
“เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็น... / กาแฟสักแก้วเหรอคะ” เขายังไม่ทันพูดจบฉันก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้มรู้ทันทำให้เขายิ้มแล้วก็หัวเราะร่วนออกมา
“ฮ่า ๆ ๆ ครับ ได้ไหม” ไอ้ตอนหัวเราะก็ดูอารมณ์ดีมากอยู่หรอกแต่ตอนถามว่าได้ไหมทำไมต้องกระซิบด้วยยะ คิดว่าฉันจะเคลิ้มเหรอ?
“ไม่ได้ค่ะ มุขเก่ามากในละครมีให้เห็นเยอะแล้วค่ะพี่มาร์คัส”
“ฮ่า ๆ ๆ ถ้างั้นเปลี่ยนเป็นเข้าห้องน้ำแทนก็ได้ครับ” เขาหัวเราะอารมณ์ดีกว่าเดิมอีกค่ะที่เห็นฉันรู้ทันแล้วก็ตอบโต้เขาได้
“ชั้นล่างมีห้องน้ำค่ะ” ฉันตอบด้วยรอยยิ้ม
“พี่ไม่ชอบห้องน้ำสาธารณะเลยครับมันไม่สะอาด” เสียงอ้อนมาก หน้าตาก็อ้อนไปหมด
“แม่บ้านที่นี่ทำความสะอาดทั้งวันค่ะ อีกอย่างก็ไม่ค่อยมีใครเข้าด้วย ยังไงก็สะอาดแน่นอน”ฉันฉีกยิ้มมากกว่าเดิม ตอนนี้เริ่มรู้สึกสนุกกับการหาข้ออ้างมาบ่ายเบี่ยงไม่ให้เขาขึ้นไป และรอฟังว่าเขาจะงัดเหตุผลอะไรมาอ้างซะแล้วสิ
“ถ้างั้นมิ้นท์รอพี่หน้าห้องน้ำได้ไหมครับ พี่กลัวผี”
“ฮ่า ๆ ๆ มิ้นท์ว่าพี่มาร์คัสจะน่ากลัวกว่าผีแล้วนะคะ” ฉันทำหัวเราะใส ๆ แกล้งหยอกเล่น ๆ ไปทั้งที่ในใจอยากตะโกนด่าดัง ๆ ว่า ไอ้ผีทะเล!
“พี่แค่อยากเข้าห้องน้ำเองครับ” เขาทำหน้าซื่อได้น่าเอามือฟาดหน้าฟาดปาก ฟาดแบบทาบลงไปทั้งหน้าจังเลยค่ะ อดทนไว้ก่อนนะม่านไหม อย่าเพิ่งแสดงตัวตนของเธอออกมา เธอคือมิ้นท์ เธอคือมิ้นท์ และเธอคือมิ้นท์ไม่ใช่ม่านไหมจำเอาไว้
“ถ้างั้นก็ไปเข้าค่ะ เดี๋ยวยืนรอก็ได้”
“ขอบคุณครับ ถ้างั้นพี่ขอตอบแทนมิ้นท์ที่ดูแลพี่ด้วยการไปส่งหน้าห้องได้ไหมครับ” พอฉันตอบตกลงเขาก็จับมือฉันแล้วเอานิ้วโป้งเกลี่ยหลังมือของฉันเล่น
“ไม่ค่ะ อย่ามาเจ้าเล่ห์นะคะ” ฉันยิ้มทั้งที่ในใจเริ่มเดือด รู้ว่าเขาเข้าหาก็เพราะมีเจตนาอยากจะกิน แต่ที่ไม่ชอบก็เพราะวิธีการที่เขาใช้ความอบอุ่นในตอนแรกเพื่อทำให้ฉันเคลิ้มจนยอมเขานี่ล่ะ ฉันไม่ชอบผู้ชายที่ทำแบบนี้กับผู้หญิง แรก ๆ ดีมากพอได้ฟันก็ทิ้งไปไม่มาใยดี ไม่แม้แต่มีเยื่อใย สู้เข้ามาแล้วก็แสดงออกชัดเจนเลยว่าอยากฟันไม่ต้องให้ผู้หญิงคิดว่าเจอเจ้าชายทั้งที่ความจริงเป็นปีศาจยังจะดีกว่า เพราะจะได้เจ็บน้อยกว่าไง ไม่ต้องนั่งถามว่าคนที่เคยแสนดีคนนั้นเขาหายไปไหน
“ไม่ให้พี่ขึ้นไปส่งจริง ๆ เหรอ”
“ไม่ค่ะ” ฉันส่ายหน้าตอบด้วยรอยยิ้มเหมือนเดิมทั้งที่ในใจอยากฟาดหน้าเขาสักที ทั้งวันก็ดูไม่หื่นจะมาแสดงอาการหื่นอะไรตอนนี้ เห็นไหมล่ะฉันบอกแล้ว ไอ้ที่แสดงความอบอุ่นออกมาก็แค่จะทำให้ฉันเคลิ้มยอมเขาง่าย ๆ คิดว่าคนนี้แหละรักเราจริงแล้วก็ยอมพลีกายถวายตัวให้เขา
เหอะ! นายคิดว่านายจะได้กินฉันตั้งแต่วันแรกที่ขอฉันเป็นแฟนรึไงยะ คาดหวังเยอะเกินไปรึเปล่า
“ทำไมล่ะครับ แค่อยากไปส่งแฟนให้ถึงห้องเอง พี่ไม่ได้จะทำอะไรไม่ดีสักหน่อย”
“อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วค่ะพี่มาร์คัส” ฉันยังคงยิ้มเช่นเคยถึงแม้ใจจะจะอยากเบะปากใส่ก็ตาม
“ไม่ไว้ใจแฟนตัวเองเหรอมิ้นท์” เขาถามเสียงหวานใส่ อย่าย้ำคำว่าแฟนเถอะขอร้อง ฉันอายตัวเอง
“ก็...เพิ่งคบกัน จะจริงใจหรือหลอกฟันก็ไม่รู้” จริตผู้หญิงที่ฉันไม่อยากทำคือการทำเป็นเขินอายโดนฉันหยิบมาใช้อีกครั้ง
“ฮึ ๆ ๆ พี่ไม่ทำอะไรหรอกครับ อยากมากก็แค่...จูบ”
“แค่จูบก็มะ...อื้อ!” ฉันใช้จริตเขินอายในการพูดประโยคก่อนหน้านี้ไปก็เลยทำให้ฉันก้มหน้านิดหน่อยและหลุบตามองต่ำ พอรู้ตัวอีกทีปากของเขาก็ประกบลงมาแล้ว
เขา...
เขา...
เขา...จูบฉัน!
กรี๊ด!!!!!!!!! ฉันโดนเขาจูบ! จูบโดยที่ฉันไม่ทันได้ขัดขืนแล้วฉันจะทำยังไง!
อยากจะสะบัดตัวออก อยากจะกรี๊ดใส่หน้า อยากจะพ่นคำด่าเอาให้ประสาทอื้อหูชาหรือไม่ก็หูแตกตายไปซะ! แต่สติที่โผล่ขึ้นมาทันมันบอกฉันว่าเดี๋ยวก่อน เดี๋ยวค่อยกรี๊ด
...หยุดทุกอย่างที่อยากพ่นไฟตอนนี้ก่อนม่านไหม มันเสียไปแล้วก็หยุดอารมณ์ก่อน หยุดแล้วรอคิดบัญชีให้หนัก ๆ เอาให้มันคุ้มกับจูบแรกในชีวิตเธอ!
