บทที่ 15 ไม่เคย...มอง
กวินนาถูกจับให้นั่งที่โซฟารับแขกภายในห้องผู้บริหาร จอมพลก็รีบเดินกลับออกไปที่ห้องกาแฟด้านนอก หยิบผ้าเย็นที่แช่อยู่หลายห่อกลับมาเห็นกวินนาเพียงนั่งจับแก้มตัวเองลูบเบาๆ
"เจ็บไหม"
"ลองโดนไหมล่ะ"
"มาประคบเย็นไว้ก่อน เดี๋ยวจะช้ำ"
กวินนาเอี้ยวหน้าหลบตอนที่เขาจับผ้าเย็นยื่นมาที่หน้าเธอ
"นั่งเฉยๆ จะหลบไปไหน"
"เดี๋ยวทำเองก็ได้"
"อยู่นิ่งๆ เลย"
เพราะมือที่ลูบแก้มถูกเขาจับออก รอยแดงรูปนิ้วจึงปรากฏชัดสายตา จอมพลประคบผ้าเย็นลงที่แก้มนวลเบาๆ
"ขอโทษนะ ทำกวางเดือดร้อนไปด้วย"
"จะคบใครนอกจากหน้าตาก็ดูนิสัยบ้างก็ได้นะ"
จอมพลได้แต่หัวเราะเบาๆ กับคำสอนของคนถูกตบ มือใหญ่ยังจับผ้าเย็นประคบไปทั่วทั้งแก้ม ก่อนจะเปลี่ยนผืนใหม่ให้เมื่อเห็นว่ามันคลายความเย็นลง
"แล้วตอนที่เข้าห้องมา มีอะไรหรือเปล่า"
"เปล่าหรอก" สายตาคาดคั้นของคนตรงหน้าทำให้เธอเอ่ยบอก "พ่อมาน่ะ แล้วอยากเจอมึงก็เลยว่าจะมาชวนไปกินข้าว ไม่รู้ว่ามีแขก ไม่เห็นเลขาอยู่หน้าห้อง เพราะกูป่ะ ถึงทะเลาะกันใหญ่โต"
"ไม่ใช่เพราะกวางหรอก"
"เมื่อคืนไปหากัน ก็นึกว่าจะดีกันแล้วซะอีก"
"เขาขอร้องให้ช่วยพาไปโรงบาล อาการก็ไม่เยอะอะไร หมอฉีดยาให้แล้วก็กลับแค่นั้น สำออย เรียกร้องความสนใจมากกว่า พอพาไปก็พูดสารพัดไม่จบทะเลาะกันตั้งแต่เมื่อคืน จนวันนี้นั่นแหละ" กวินนาขมวดคิ้วมุ่นไม่คิดจะได้ยินคำพวกนี้จากปากเพื่อน
"เขาอยากคืนดีด้วยน่ะซิ ถึงเรียกร้องแบบนั้น"
"แต่แบบนี้ก็ไม่ไหวนะ" จอมพลถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
"ว่าแต่พ่อมามีเรื่องอะไรหรือเปล่า"
"จะชวนไปทำโปรเจกต์น่ะ"
"หมายถึง" จอมพลถามเสียงเข้ม
"อาจจะมีโยนงานมาให้อะไรประมาณนี้มั้ง"
"แล้วไป ถ้าจะเอามาตัวกวางไป อย่าหวัง พ่อก็พ่อเถอะ"
"ก็ถ้ากูจะไปใครจะห้าม"
"ก็ไม่ให้ไป ลองไปดูซิ ได้เห็นจอมพลอีกเวอร์ชันแน่ ว่าแต่วันศุกร์นี้มีงานที่สมาคมไปด้วยกันนะ"
"ไม่ได้ซิ พ่อก็ชวนรับปากพ่อไปแล้ว"
"งั้นเจอกันที่งานแล้วกัน"
งานเลี้ยงประจำปีของสมาคมอสังหาริมทรัพย์และสถาปนิก ร่วมมือกันจัดงานขึ้นในทุกปี นอกจากสถาปนิกฝีมือดีที่หาตัวจับยากมารวมกัน ยังรวมนักลงทุนกระเป๋าหนัก นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อีกมากหน้าหลายตา บางคนก็คุ้นเคยกัน บางท่านก็ได้คอนเนคชันใหม่จากงานนี้
กวินนาเดินเกาะแขนคุณประจักษ์ไว้หลวมๆ อีกมือถือแก้วแชมเปญราวกับเป็นสาวสังคม
ชุดราตรีสีชมพูอ่อนแบบเรียบกระโปรงยาวถึงหน้าแข้งแต่รอยผ่าข้างขาที่สูงจนคนที่แอบมองอยู่รู้สึกหงุดหงิดในใจ และไหนจะยังแผ่นหลังขาวเนียนเกือบถึงเอว
วันนี้เธอสวยมาก รูปร่างสูงโปร่งที่ยืนเคียงคู่คุณประจักษ์ดูโดดเด่นจนหลายคนต้องเหลียวหลังหันมามอง
"อ้าว จอมพล เป็นไงบ้างเรา วันนั้นพ่อไปหาที่ออฟฟิศไม่เจอ ว่าจะทานข้าวด้วยกันเสียหน่อย"
"ขอโทษทีครับคุณพ่อ พอดีวันนั้นผมติดงานน่ะครับ ไว้วันหลังผมกับกวางเข้าไปทานข้าวด้วยนะครับ"
"ดีๆ พ่อมีโปรเจกต์จะนำเสนอด้วย พี่ชายยายเดียร์เขาไปรับโปรเจกต์ใหญ่ของรัฐมาซะก่อนแล้ว พ่อก็อดเสียดายไม่ได้ เลยนึกถึงยายเดียร์ขึ้นมา" พี่ชายที่หมายถึงพี่ชายต่างแม่
"ขอบคุณพ่อนะครับที่นึกถึงพวกเรา บริษัทเล็กๆ"
"เล็กที่ไหนล่ะ มีแต่คนพูดถึง ยิ่งพ่อบอกเจ้าของโปรเจกต์ว่าเป็น C Friend เขาตกลงไม่เกี่ยงราคาเลย"
และไม่ทันขาดคำ เจ้าของโปรเจกต์ที่ว่าก็ปรากฏตัวพร้อมด้วยลูกชาย อะไรก็คงจะไม่หงุดหงิดเท่าสายตาไอ้หน้าหล่อลูกนักธุรกิจเจ้าของคอนโดหรูที่กำลังจะมีโปรเจกต์ร่วมกันอย่าง ณภัทร
"ว้าว คุณเดียร์สวยมากเลยครับ ผมเห็นเมื่อกี้ยังนึกว่าคุณประจักษ์ควงนางแบบที่ไหนมาเสียอีกครับ" กวินนาได้แต่ยิ้มตอบเขินๆ
"หาเรื่องให้ลุงเสียแล้ว" คุณประจักษ์หัวเราะเบาๆ "พวกเด็กๆ อยู่คุยกันที่นี่ก่อนแล้วกันนะ พ่อขอตัวไปทางนั้นก่อน"
"เดียร์ที่แปลว่าที่รัก หรือเปล่าครับ" ณภัทรเน้นเสียงตรงคำแปล ยิ่งทำให้กวินนาแทบจะวางหน้าไม่ถูก
"แปลว่ากวางครับ" กลายเป็นจอมพลที่เงียบอยู่นานเอ่ยตอบขึ้นมา ณภัทรจึงได้แต่ทำสีหน้างุนงง กวินนาจึงได้รีบแนะนำ
"คุณจอมพล เจ้านายกวางเองค่ะ คุณณภัทรคงยังไม่ทราบ คุณจอมพลเป็นลูกชายของเจ้าสัวสันติน่ะค่ะ"
"อ้าวจริงหรือครับเนี่ย งั้นก็คนกันเองทั้งนั้น"
"ครับ" จอมพลเพียงรับคำสั้นๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ "ที่จริงก็เป็นมากกว่าเจ้านายกับลูกน้องนะครับ กวางยังเป็นหุ้นส่วนของผมด้วย"
"หิวหรือยัง ไปหาอะไรทานเถอะ คุณณภัทรทานอะไรหรือยังครับ" จอมพลเอ่ยถามตามมารยาทกำลังจะกันคนสวยข้างตัวหนีห่างไอ้หน้าหล่อนี่
"ยังเลยครับ งั้นคุณ..เดียร์ เราไปหาอะไรทานกันดีกว่า ผมเรียกเดียร์ได้ไหม ความหมายมันดี" กวินนาจึงได้ยิ้มแห้งๆ ส่งให้เพราะไม่รู้จะตอบอย่างไร จะปฏิเสธก็ไม่กล้า
แต่ตอนที่เดินไปทางโต๊ะตัวยาวที่จัดอาหารเรียงรายไว้อย่างน่ารับประทาน จอมพลก็ใช้แขนประคองเอวเธอไว้ฝ่ามือใหญ่ยังแตะไว้ที่เหนือสะโพกมนเสียด้วย กวินนาจึงแอบกระทุ้งข้างเอวเขาเบาๆ แต่คนที่โอบเอวเธอไว้หันมามองแล้วก็เลิกคิ้วให้อย่างน่าหมั่นไส้
จานใบเล็กในมือ ที่ได้อาหารคำเล็กๆ หลายอย่าง เพราะหนุ่มสองคนที่ยืนประกบอยู่คอยแต่จะหยิบให้ จนเธอต้องเอ่ยห้าม
และเมื่ออาหารในจานพร่องจนเกือบหมด ณภัทรถูกเรียกตัวหายไปแล้ว
"อยากกลับหรือยัง" เพราะรู้ว่าเธอไม่ค่อยชอบงานแบบนี้สักเท่าไร ขนาดเขาชวนให้มาตั้งหลายปียังไม่ยอมมาด้วย
กวินนาจึงได้แต่ทำหน้าเบื่อหน่าย แต่เพราะไอ้ท่าเบะปากแบบนั้นกลับยิ่งทำให้เธอดูน่ารักขึ้น
"งั้นเดี๋ยวไปบอกพ่อก่อน"
จอมพลยังเดินตามเข้าไปที่ด้านในด้วย และกว่าจะกล่าวร่ำลากันเสร็จ ก็กินเวลาไปอีกเกือบครึ่งชั่วโมง
กวินนาจอดรถที่หน้าคอนโด ตอนที่กำลังจะลงจากรถเห็นรถคันข้างๆ ที่กำลังเข้ามาจอดเธอก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น
"มาทำไม" เอ่ยถามคนที่เปิดประตูรถลงมาพร้อมเธอ เสื้อสูทของเขาถูกถอดออกแล้ว เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ถูกถลกแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก
"อยากมาไม่ได้หรือไง อยากกินกาแฟ"
คนอยากมาจึงได้แต่เดินตามเธอเข้าอาคารคอนโดไปด้วย กวินนาไม่ได้เอ่ยไล่ เพราะไล่มันก็คงทำหน้ามึนใส่เธอแบบนี้คงจะไม่ยอมไปง่ายๆ
แค่เพียงประตูห้องที่ปิดลง กวินนายังไม่ทันจะเปลี่ยนรองเท้า เธอก็ถูกจอมพลรวบตัวเข้าไปกอด จับเธอพลิกตัวพิงผนังห้องไว้ ยังไม่ทันได้พ่นคำด่าริมฝีปากอิ่มก็ไม่สามารถที่จะเอ่ยอะไรออกมาได้
จูบที่เพียงไล้ริมฝีปากเบาๆ หยอกเย้าดูดเม้มไล่ต้อนจนคนที่พิงผนังไว้แทบจะไร้เรี่ยวแรง ตอนที่เขาถอนปากออกแล้ว เธอก็ยังทำได้เพียงเอียงหน้าหนี
จูบอีกครั้งที่ฝ่ามือใหญ่ที่ล็อกท้ายทอยไว้แน่นจนเธอแทบจะขยับไปทางไหนไม่ได้ จูบอันแสนหวานก็กลับกลายเป็นหนักหน่วง
"ปล่อยเลยนะ ไอ้เวร"
จอมพลคลายจูบอย่างแสนเสียดาย และเพียงเขาคลายมือที่ต้นคอขาว กวินนาก็ดิ้นตัวหลุดจากการเกาะกุมออกมาได้
"ถ้ามึงยังลวนลามกูอีก กูจะไปทำงานกับคุณณภัทรซะให้สิ้นเรื่อง"
คำขู่ของเธอทำจอมพลหน้าตึงขึ้นทันที
"ก็ลองดู"
"ก็ลองดู" เธอก็ขู่กลับเช่นกัน
คนที่บอกอยากกินกาแฟ จึงได้แต่เดินหน้าตึงเข้าห้องไปก่อน เปิดตู้เย็นหยิบเบียร์เย็นเฉียบมาเปิดกินแทนกาแฟ
"พรุ่งนี้ไปไหน" จอมพลเอ่ยถามเพราะพรุ่งนี้เป็นวันหยุด
"กลับบ้าน"
"นครสวรรค์น่ะหรือ"
"อือ"
"พอดีเลย เดี๋ยวไปด้วย"
"ไม่ต้องเสือก"
"กวางพูดดีๆ หน่อยไม่ได้หรือไง"
"บอกตัวเองเถอะ ทำอย่างกับมึงพูดดีๆ กับกูงั้นแหละ" พอกับนังเด็กแป้ง ครับๆ ครับผม ได้แต่คิดแล้วก็เบะปากใส่
"ไม่ดียังไง" จอมพลถามเสียงเข้ม
เธอไม่ตอบได้แต่มองหน้า แล้วก็ทำเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะเดินเลยไปที่ตู้เย็นหยิบเบียร์ออกมาเช่นกัน
เขาเพิ่งสังเกตว่ามือเรียวของเธอเล็บยาวขึ้นมาก และมันคงไม่ได้ยาวตามธรรมชาติสีเล็บก็ดูเข้ากับชุด และไอ้ท่าเปิดกระป๋องมันจึงดูขัดตา จอมพลเดินมาคว้ากระป๋องเบียร์ไปงัดห่วงเปิดและส่งคืนให้ เธอรับมาแล้วก็เดินมาทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟาเดี่ยว เพราะเมื่อครู่เห็นเขานั่งตัวยาวอยู่
"ยังไม่ตอบเลยไม่ดียังไง"
"พูดไปงั้นแหละ"
"อย่าเปลี่ยนเรื่องกวาง หมายถึงพูดกับคนอื่นดีกว่างั้นหรือ" เธอเหลือบสายตามองไม่ตอบยกเบียร์ขึ้นกระดกอึกใหญ่ขัดกับชุดสีหวานที่เปิดลึกจนเห็นเนินอกอิ่ม
"งั้นถ้าเราพูดกันดีๆ ไม่ต้องมึงกูได้ไหม"
กวินนาส่ายหน้าพรืด "มันชินปากพูดมาเป็นสิบปีเนอะ" จอมพลจึงได้แต่ถอนหายใจหนักๆ
"กวางไม่เคยคิดชอบเราบ้างหรือ"
"ชอบมึง" เสียงถามพลางหัวเราะร่วน แต่ภายในกลับเจ็บแปลบขึ้นมา
"งั้นแป้งก็คงจะมองผิด"
"คืออะไร" เธอขมวดคิ้วถามด้วยความไม่เข้าใจ
"เขาบอกว่าสายตาที่กวางมองเรา มันไม่ใช่มองแบบเพื่อน"
กวินนายิ้มกว้างขึ้นอีก เอนตัวลงมานิดใช้แขนเท้าไปที่หัวเข่า แล้วก็ใช้คางเกยหลังมือตัวเองไว้ จอมพลเผลอมองไปที่คอเสื้อกว้างของเธอ ก่อนจะละสายตากลับมาจ้องที่ดวงตาคู่สวย
"มึงเคยเห็นแบบนั้นหรือ"
น้ำเสียงเย็นที่เอ่ยถาม ดวงตาที่เคยแต่หลบสายตามันเกือบทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ ถ้ามันจะสังเกต ณ ตอนนี้มันเป็นสายตาแบบที่เธอเคยแอบมองมันนั่นแหละ
"ไม่เคย"
กวินนาเอนตัวกลับมานั่งหลังตรงเหมือนเดิม ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะหัวเราะหึในลำคอเบาๆ
'เพราะมันไม่เคย...มองเธอไง ถึงไม่เคยเห็น'
ที่เธอกล้าถามเพราะรู้ว่ามันไม่เคยมองเธอมากกว่าเพื่อนสักครั้ง จนมันแทบจะลืมคิดไปด้วยซ้ำว่าเธอก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้นที่บังเอิญมาอยู่กลุ่มเดียวกับมัน ความใกล้ชิดสนิทสนมในฐานะเพื่อน ทุกอย่างที่เป็นเธอจึงไม่เคยอยู่ในสายตามัน
แ
ละเพราะไม่อยากให้ตัวเองคิดไปไกลกว่านั้น คำเรียกที่เคยเรียกเธอกับเรา จึงกลายเป็นมึงกับกู อย่างทุกวันนี้
