บทที่ 2 ฟัดกับหมา
เสียงเครื่องยนต์ที่ถูกดัดแปลงจากรถมอเตอร์ไซค์หลากยี่ห้อ เสียดหูจนน่ารำคาญแต่ก็ไม่ได้ทำให้คนที่อยู่รวมกันตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นข้างสนามหรือแม้แต่รถอีกสองคันที่ต่อคิวแข่งสำหรับรอบต่อไปสะทกสะท้าน
สนามแข่งขันระดับมาตรฐานถูกกฎหมายในเวลากลางวัน แต่ช่วงกลางคืนเจ้าของสนามก็มักจะแอบมาตั้งก๊วนแข่งเถื่อนเดิมพันด้วยเงินหลายแสนไปจนถึงหลักล้าน ตามสไตล์คนมีอันจะกินเงินเหลือใช้
กวินนาจอดบิ๊กไบก์คันใหญ่ของตัวเองเสร็จก็ยืนมองรถคันที่กำลังจะออกสตาร์ตจากจุดปล่อยตัว
ผ้าสีแดงในมือสะบัดลง รถสองคันก็พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และหนึ่งในนั้นก็คือเคน คนที่เธอจะต้องแข่งกับเขาคืนนี้
"ไอ้พี่เคนมันลงหลายรอบจังวะ" เธอเอ่ยถามเพื่อนรุ่นน้องที่กำลังเช็กระบบของรถอีกครั้งก่อนจะลงสนาม
"สงสัยลูกน้องมันหมดสต๊อกมั้งพี่ แต่ว่าพี่โอเคไหม ลองสนามก่อนป่ะ"
"ไม่เป็นไร"
แม้จะไม่ลองสนามแต่กวินนาก็เข้าไปตรวจเช็กเครื่องยนต์กับเจ้าของอู่อย่างกันด้วยอีกครั้ง เรียวขายาวตวัดขึ้นคร่อมรถคันใหญ่ด้วยท่าทางทะมัดทะแมงไม่ต่างจากชายหนุ่ม ก่อนจะบิดคันเร่งเบิร์นล้อจนควันจากท่อไอเสียคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
หลังจากเคนแข่งในรอบนั้นเสร็จ เธอเห็นว่ามันชนะ ถัดมาอีกสองคู่ก็จะเป็นรอบของเธอ
"พี่จะเพิ่มรางวัลให้น้องกวางเป็นห้าแสน แต่ถ้าพี่ชนะเธอต้องมาเป็นแฟนพี่"
เสียงห้าวแข่งกับเสียงเชียร์ข้างสนาม หญิงสาวที่คร่อมรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่กำลังจะสวมหมวกกันน็อกหันไปมองหน้าคนพูดจาสามหาวด้วยรอยคิ้วขมวด
"พี่กวาง ไหวหรือวะ" กันกระซิบถามพี่สาวคนสวยบนรถด้วยสีหน้าออกจะกังวลขึ้นมาทันที กวินนาเพียงพยักหน้าให้เท่านั้น
"ห้าแสนเองเหรอ ดูถูกกันไปมั้ง คุณพี่เคน" น้ำเสียงออกจะยียวนท้าทายฝั่งตรงข้ามไม่น้อย
"งั้นน้องกวางอยากได้เท่าไรล่ะจ๊ะ"
"หนึ่งล้านเป็นไง"
"ได้จ้ะ น้องกวาง พี่จัดให้"
สายตาคมภายใต้หมวกกันน็อกเต็มใบจับจ้องที่ปลายผืนผ้าเล็กตรงหน้ารอแค่มันสะบัดลงเท่านั้น รถคันใหญ่ก็ทะยานพุ่งแรง เสียงท่อไอเสียที่ดังเสียดหูไม่ต่างจากเมื่อครู่ตอนเธอเดินเข้ามาสักนิด
รถของเคนตีคู่มาจนแทบไม่รู้ว่าตอนนี้ใครนำอยู่กันแน่ และเหมือนทั้งคู่จะผลัดกันนำอยู่ไม่ห่างกันมาก จนไม่กี่วินาทีสุดท้ายที่เธอบิดคันเร่งจนสุด เครื่องยนต์ดัดแปลงก็ทำงานเต็มกำลังส่งให้รถคันใหญ่พุ่งเข้าเส้นชัยไปอย่างง่ายดาย
รอยยิ้มร้ายใต้หมวกกันน็อกเกิดขึ้นตอนที่มองเส้นหมากรุกตรงหน้า และแค่เพียงล้อหน้าชนเส้นเงินหนึ่งล้านบาทก็จะกลายเป็นของเธอทันที
แต่เหมือนพระเจ้าจะไม่ชอบให้อะไรที่เธอได้มาง่ายๆ เช่นนี้ เมื่ออยู่ๆ เธอก็รู้สึกได้ถึงเครื่องยนต์ที่มันกระตุก คันเร่งที่ผ่อนแรงลงแล้วแต่รถยังไม่ได้หยุด เสียจังหวะเพียงนิดรถคันใหญ่ก็คว่ำเพราะความแรงที่ยังคงหลงเหลือทำให้ตัวรถพุ่งไปข้างหน้าอย่างไร้ทิศทาง ส่วนเธอก็กลิ้งอยู่หลายตลบก่อนที่จะไถลไปชนรถที่ตะแคงอยู่ข้างสนาม
อึก!!!
แผ่นหลังจนถึงเอวบางกระแทกเข้ากับตัวรถจนเธอจุก นอนนิ่งอยู่ครู่ก็ได้ยินเสียงกันวิ่งมาถึงคนแรก พร้อมน้ำเสียงถามร้อนรน
"พี่กวาง เป็นไรไหมวะ"
กวินนายกมือขึ้นเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นอะไร กันจึงช่วยพยุงตัวลุกขึ้น พร้อมกับเคนที่วิ่งตามมาถึงก็รีบประคองเธอลุกขึ้นเช่นกัน
"โถ่ กวาง ต้องจริงจังขนาดนั้นเลยหรือไง" น้ำเสียงถามของเคนดูไม่กวนประสาทเหมือนคราแรกออกจะเป็นห่วงคู่แข่งไม่น้อยเช่นกัน
"เฮ้ย พวกมึงเร็วๆ ซิวะ" เคนหันไปตะคอกใส่เจ้าหน้าที่กู้ภัยของสนามที่กำลังวิ่งมาพร้อมด้วยเปลพยาบาล
เธอถูกนำตัวเข้าห้องพยาบาลของสนามแข่ง นอกจากกันแล้วก็ยังมีเคนที่ยืนประกบข้างในฐานะเจ้าของสนามแข่งรถแห่งนี้ไม่ห่าง
"โอเคไหม" เคนเอ่ยถามหมอสนาม
"กระดูกไม่ร้าว ไม่หัก แค่ฟกช้ำครับ แต่พรุ่งนี้อาจจะระบมหน่อย ถ้าให้ดีพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลก็จะดีกว่านะครับ" หมอสนามชี้ให้ดูฟิล์มเอกซเรย์ตามตำแหน่งต่างๆ พร้อมเอ่ยแนะนำ
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่เป็นอะไรมาก เดี๋ยวจะกลับแล้ว" กวินนารีบแทรกเสียงขึ้นทันทีที่ถูกพูดถึงโรงพยาบาล
"จะกลับยังไง เดี๋ยวพี่ขับรถไปส่ง รถกวางเดี๋ยวให้เด็กขับตามไป" เจ้าของสนามรีบเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเธอฝืนลุกขึ้นนั่ง พร้อมใบหน้าเหยเก
"ไหวค่ะ ไม่เป็นไร"
"อย่าดื้อเลย"
"เดี๋ยวกลับกับไอ้กันดีกว่าค่ะ"
"ผมเอาแต่มอไซค์มากันน่ะซิ พี่กวาง ให้พี่เคนไปส่งน่ะดีแล้ว" กวินนามองหน้ารุ่นน้องอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"ไปๆ ยังไงกวางก็มาเจ็บที่นี่ พี่ก็ต้องดูแล พรุ่งนี้ไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกรอบดีกว่า"
รถสปอร์ตคันหรูสมฐานะเจ้าของสนามแข่งจอดที่หน้าคอนโด และรถบิ๊กไบก์คันใหญ่ของเธอก็มาจอดข้างๆ ในเวลาไล่เลี่ยกัน
"เงินพี่โอนให้แล้วนะ" กวินนาเพียงพยักหน้ารับ และก็ยื่นมือไปรับกุญแจจากลูกน้องเคน
"ขอบคุณค่ะ ที่มาส่ง"
เคนยืนดูเธอเดินกลับเข้าอาคารคอนโดไปแล้วจึงได้ออกรถไปพร้อมลูกน้อง
กวินนาตื่นขึ้นมาตอนเช้าด้วยอาการปวดร้าวไปทั้งแผ่นหลัง โดยเฉพาะบริเวณเอวแทบจะขยับไม่ได้และมันยังปวดลามไปถึงต้นขาอีกด้วย
เธอฝืนลุกขึ้นยืนเดินไปหน้ากระจกบานใหญ่ถลกเสื้อชุดนอนดูข้างเอวก็ต้องตกใจเมื่อเห็นรอยเขียวอมม่วงช้ำข้างเอวจนเกือบถึงแผ่นหลังมันดูน่ากลัวไม่น้อย ก่อนจะค่อยๆ ขยับเนื้อขยับตัวพอให้ฝืนร่างกายเข้าไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปทำงานได้
กางเกงยีนพอดีตัวที่เคยใส่อยู่ทุกวัน วันนี้เธอแทบจะไม่สามารถยกขาขึ้นสวมมันได้แม้จะนั่งอยู่บนเตียงก็ตาม จนต้องเลือกกระโปรงที่มีเพียงไม่กี่ตัวในตู้ออกมาใส่ พร้อมกับเสื้อเชิ้ตสีขาว รองเท้าผ้าใบก็ใส่ไม่ถนัดเพราะตอนที่รถล้มขาข้างซ้ายเธอกระแทกพื้นอย่างแรงและมันออกจะปวดตรงฝ่าเท้าเสียด้วย จึงได้เลือกรองเท้าแบบสวมไม่มีส้น
ยืนมองตัวเองในกระจกแล้วก็ต้องถอนหายใจหนักๆ แม้จะเคยใส่ชุดแบบนี้แต่ก็ไม่บ่อยนัก และเหมือนช่วงระยะหลังมานี่เธอจะไม่ค่อยได้ใส่กระโปรงแบบนี้ หรือถ้าจะใส่กระโปรงก็จะไม่ใช่เวลาทำงาน นึกถึงไอ้สามคนที่ออฟฟิศแล้วก็ต้องเตรียมทำใจกับปากของพวกมัน
และรถบิ๊กไบก์ที่จอดอยู่เมื่อคืนก็ยังคงจอดอยู่ตรงนั้น เมื่อวันนี้เธอต้องเลือกใช้รถเก๋งสัญชาติยุโรปทรงสปอร์ตไปทำงานแทน
"เหี้ย พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกแน่ๆ"
นั่นไงเสียงไอ้ศรัณลอยมาแต่ไกลทันทีที่เธอเปิดประตูเข้าห้องทำงานมา ยังดีนะที่ห้องออกแบบนี้มีแค่สามคนเท่านั้น
เธอจึงได้แต่ตวัดสายตาขุ่นๆ มองพวกมัน
"ระวังพระอาทิตย์จะตกใส่หัวมึงก็แล้วกัน" เสียงหัวเราะขบขันดังขึ้นทันที
"แต่แบบนี้ก็สวยดีนะ มีเดตหรือวะไอ้กวาง" ยศกรเอ่ยถามขึ้นมา
"เดตเหี้ยอะไร เกือบเดดซิไม่ว่า"
"เป็นไรวะ" น้ำเสียงของศรัณดูขึงขังขึ้นทันที
"รถล้ม"
"เดี๋ยวพ่อมึงก็แดกหัวอีกหรอก ยิ่งห้ามมึงไปแข่งรถไม่ใช่หรือ" ยศกรหมายถึงเจ้านายใหญ่ในห้องผู้บริหารอย่างจอมพล
"พวกมึงก็อย่าเสือกพูด"
"ทำเหมือนพ่อมึงโง่เนอะ"
"แล้วเมื่อคืนเป็นไงวะ พวกมึงจ่ายกูมาด้วยเลย เมื่อคืนแม่งคงเสร็จแน่" กวินนารีบเปลี่ยนเรื่อง
"ยังไม่รู้คำตอบโว้ย รอพ่อมึงมาก่อนค่อยหลอกถามมัน"
และยังไม่ทันได้มีใครพูดอะไรต่อ ประตูห้องก็ถูกเปิดออก คนที่ถูกพูดถึงแค่จะเปิดประตูเอาขนมที่น้องสาวตัวเองฝากมาให้พี่กวางแค่นั้น แต่พอเห็นเครื่องแต่งกายของลูกน้องทำให้เขาต้องเดินเข้ามาถึงในห้อง ไปยืนอยู่ข้างเก้าอี้ในระยะที่ใช้สายตาไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนรอยคิ้วจะขมวดขึ้นด้วยความสงสัย
"วันนี้อยากเป็นผู้หญิงหรือ"
"ไอ้จอม กูก็เป็นผู้หญิงทุกวันหรือเปล่าวะ"
จอมพลไหวไหล่ไม่ตอบ แล้วก็วางถุงขนมที่หน้าโต๊ะเธอ
"อะไรวะ น้องขวัญลำเอียงจังวะ มีแต่ขนมมาฝากไอ้กวาง"
"กูก็เห็นพวกมึงแย่งไอ้กวางแดกทุกที จะเดือดร้อนทำไม" ยศกรได้แต่หัวเราะศรัณที่โวยวาย เพราะสุดท้ายก็เป็นอย่างจอมพลว่า ขนมที่ฝากพี่กวางออกจะเยอะไม่น้อย จนไอ้พวกนี้แย่งไปกินทุกครั้ง
"เออ ว่าแต่เมื่อคืน มึงไปต่อกันที่ไหนวะ" ศรัณหันไปยักคิ้วหลิ่วตาให้จอมพลอย่างรู้ทัน
"ไปส่งที่บ้านเขา แค่นั้น"
"แค่นั้นเองหรือวะ" เหมือนคนถามจะยังไม่เชื่อ
"เหี้ย พวกมึงคิดอะไร นั่นลูกค้านะโว้ย เลวฉิบหาย กวางตามมานี่ด้วย" พูดจบจอมพลก็ออกจากห้องกลับไปห้องตัวเองทันที
กวินนาหันไปแยกเขี้ยวใส่ศรัณกับยศกร เพราะรู้ว่าต้องจ่ายค่าพนันเมื่อคืน ก่อนจะตามเจ้านายไปที่ห้อง
"ไปแข่งรถมาหรือ"
พอเธอเดินเข้าห้องผู้บริหารท่านก็ยิงคำถามจนแทบจะหงายหลัง
"เปล่านี่"
"แล้วทำไมแต่งตัวแบบนี้ มีเดตหรือ"
"ก็เปล่า"
จอมพลลุกจากเก้าอี้ตัวใหญ่เดินเข้ามาใกล้คนที่ตีหน้านิ่งตอบคำถามก็เหมือนไม่ตอบ
เดินวนเธอหนึ่งรอบ ก่อนจะทิ้งสะโพกสอบพิงโต๊ะทำงานในท่าสบายๆ แต่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับรู้สึกประหม่าอย่างช่วยไม่ได้
สายตาสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำเธอหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ความรู้สึกว่ากระโปรงสั้นเหนือเข่าเล็กน้อยแต่สายตาที่เขามองชายกระโปรงอย่างกับเธอไม่ได้นุ่งอะไรอย่างนั้นแหละ
"มองอะไรของมึงขนาดนี้ ไอ้จอม ถ้าถามจบแล้วกูจะกลับไปทำงาน"
เธอกำลังจะหันหลังกลับ แต่เขาเอื้อมตัวเพียงนิดรั้งแขนเธอไว้
"โอ๊ย!!"
แค่เขารั้งตัวไว้ก็ทำเธอร้องเสียงหลง ฝ่ามือใหญ่ออกแรงดึงเพียงเบาๆ เธอก็เซถลาไปกระแทกแผ่นอกกว้างของคนด้านหลัง ก่อนจะรีบขยับตัวออกห่างราวกับโดนของร้อน
"กูได้กลิ่นยาทาแก้ปวด แก้ฟกช้ำ"
"ก็กูปวดขา"
คำตอบของเธอเหมือนจะไม่ตรงกับที่เขาสงสัย เมื่อจอมพลรั้งชายเสื้
อเธอออกมาจากกระโปรงถลกขึ้นนิด สิ่งที่เขาสงสัยก็ชัดเจนอยู่ตรงหน้า
"รถล้มหรือไปฟัดกับหมามา"
