บทที่ 4 แค่เพื่อน
ที่ตั้งใจจะเลี้ยงเหล้าเพื่อนในคืนนี้ดูท่ากวินนาคงจะไม่ต้องจ่ายเงินเองแล้ว เมื่อเหล้านอกราคาแพงที่เพิ่งเปิดขวดยังไม่ทันหมดไปถึงครึ่ง คนที่คาดว่าจะเป็นเจ้ามือในคืนนี้ก็เดินตรงมาทางโต๊ะที่พวกเธอนั่งอยู่
"พวกมึงมาแดกเหล้า ไม่ชวนกูเลยนะ"
เสียงทักทายของเจ้านายใหญ่ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟายาวอีกตัวที่เหลืออยู่ พร้อมกับสาวสวยที่ควงแขนเขาไว้ตลอดเวลา
"อ้าว กูเห็นแฟนมึงมา คิดว่าจะไปออกเดตกันที่ไหน" ยศกรเป็นคนตอบ
"แป้งดื่มคอกเท็ลนะ" เสียงถามอ่อนโยนคนตอบก็เพียงพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มหวาน จอมพลจึงสั่งเครื่องดื่มที่เธอชอบให้ ส่วนเขาจึงร่วมวงเหล้าดีกรีแรง
"แล้วมึงไม่เจ็บแผลบ้างหรือไงมากินเหล้าแบบนี้ ยาไม่ต้องกินหรือ"
พอคล้อยหลังพนักงานเสิร์ฟ จอมพลก็หันมาถามคนเจ็บที่นั่งไขว่ห้างเอนตัวพิงโซฟาในท่าสบายๆ เรียวขายาวอวดสายตาดูขัดกับท่าทางบุคลิกทะมัดทะแมงนั่นไม่น้อย แต่แท้ที่จริงมันคงดูขัดตาคนมองนั่นแหละ จอมพลจึงได้โยนเสื้อเชิ้ตที่ถือติดมือมาด้วยไปที่หน้าตักของกวินนา
"คลุมขาซะหน่อย เห็นแล้วทุเรศลูกตาฉิบหาย"
"พี่จอม ไปว่าพี่กวางแบบนั้นได้ไงคะ ขาพี่กวางออกจะสวย ยาวเรียวอย่างกับนางแบบ แป้งยังอิจฉาเลย" คนตัวเล็กที่ยังเกาะแขนเขาไว้แน่นตีไปที่มัดกล้ามแน่นๆ เสียงดัง คนขายาวจึงได้แต่ยิ้มเจื่อนส่งให้แม่สาวตัวเล็ก
"มึงเป็นอะไรไอ้กวาง"
"มึงเป็นอะไรไอ้กวาง"
ยศกรและศรัณแทบจะเอ่ยถามขึ้นพร้อมกัน มองหน้ากวินนาอย่างรอคำตอบ
"จะเป็นอะไรล่ะ รถคว่ำน่ะซิ เขียวไปทั้งแถบ ถึงต้องใส่กระโปรงขับรถเก๋งมานี่ไง" จอมพลต้องเป็นคนตอบเสียเอง เมื่อเจ้าตัวได้แต่เสยกแก้วขึ้นดื่ม
"เหี้ยกวาง แล้วเสือกชวนกูมาเลี้ยงเหล้าเนี่ยนะ" ศรัณโวยขึ้นทันที จอมพลจึงได้แต่ส่ายหน้าเอือมระอา
"ไม่ได้เป็นไรมาก แค่ช้ำๆ"
"กูสั่งห้ามเลยนะกวาง ห้ามมึงไปแข่งรถอีก เป็นเหี้ยไรมาแม่งไม่คุ้ม ใครจะดูแลมึง แถมงานก็ต้องหยุด"
กวินนาเกือบจะซึ้งอยู่แล้วเชียว แต่พอฟังคำสั่งห้ามของเจ้านายในประโยคสุดท้ายก็ได้แต่พยักหน้าให้ตัวเอง
…กลัวต้องหยุดงาน...
"ถ้ากูมีคนดูแล เอ่อ..หมายถึงมีแฟนงี้หรอ งั้นกูก็แข่งได้ใช่ป่ะ" เธอจึงแกล้งยียวนกวนประสาทมันบ้าง จอมพลจึงได้แต่ถอนหายใจหนักๆ
"แหม รู้งี้เมื่อคืนกูน่าจะแกล้งแพ้ ไม่งั้นได้มีผัว เอ๊ย แฟนเป็นเจ้าของสนามแข่งไปแล้ว"
"หมายถึงไอ้คนที่มาวันนี้น่ะหรือ" จอมพลถาม พลอยทำให้อีกสองคนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
"คนไหนวะ" ศรัณถามขึ้นทันที
"พวกมึงไม่เจอ วันนี้มันเข้ามา"
"ไอ้โปรเจกต์ขยายสนามกับอาคารน่ะหรือ"
"นั่นแหละ"
"โอ๊ะ กูเพิ่งรู้ว่าเพื่อนกูสวยก็วันนี้แหละ" ศรัณแกล้งแซวคนสวยที่นั่งข้างๆ แต่คนสวยกลับทำสีหน้าไม่สบอารมณ์
"มึงไปสนใจแฟนมึงเหอะ เรื่องกู กูจัดการเองได้" กวินนาจึงตัดบท เพราะสาวคนสวยที่นั่งข้างจอมพลดูจะเหมือนไร้ตัวตนขึ้นมา
และเพียงเท่านั้น เหมือนโลกทั้งใบในเวลานี้คงมีแต่มันกับแฟนต่อจากนั้นทุกเรื่องราวในวงเหล้า แทบจะมีเธอสามคนที่คุยกันเองเสียมากกว่า ส่วนสองคนนั้นก็ได้แต่แอบกระซิบกระซาบอาศัยเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ กลบเสียงกระเซ้าเย้าแหย่ของกันและกัน
"มีบุหรี่ปะ ขอตัวนึง" กวินนาหันไปกระซิบถามยศกร
"ไม่มีว่ะ มีแต่พอต"
"เหี้ย เดี๋ยวตำรวจจับ"
กวินนาจึงได้ลุกออกจากโต๊ะ เดินไปทางห้องน้ำระหว่างที่ผ่านเคาน์เตอร์หน้าบาร์เธอจึงได้แอบซื้อบุหรี่จากทางร้าน เพราะขี้เกียจรำคาญฟังไอ้จอมมันบ่นอีกรอบและไม่อยากดูภาพหวานแหววตรงหน้า
ควันบุหรี่สีเทาจางๆ ที่พวยพุ่งออกจากริมฝีปากอิ่ม ความอึดอัดคับแน่นในใจตลอดทั้งวันเหมือนได้ผ่อนคลายลงทันที ร่างสูงเพรียวยืนพิงกำแพงในท่าสบายๆ ดูขัดกับกระโปรงตัวสั้นไม่น้อยและแทบจะไม่ได้สนใจว่าไอ้กำแพงตรงนั้นมันจะเลอะฝุ่นหรืออะไร บุหรี่ที่สูบได้เพียงครึ่งมวนกำลังจะถูกกดลงที่เขี่ย แต่กลับถูกมือของใครบางคนรั้งไว้
จอมพลคว้าข้อมือบางไว้ได้ทัน ก่อนจะคว้าบุหรี่ครึ่งตัวนั้นมาสูบต่อเสียเอง
"กูห้ามอะไรมึงไม่เคยเชื่อสักอย่าง" น้ำเสียงไม่ดุเหมือนตอนอยู่ในร้าน แต่เหมือนคนพูดออกจะเหนื่อยหน่ายที่ต้องพูดซ้ำอีกรอบในเรื่องเดิมๆ ที่เคยเตือนมาหลายครั้ง
"มึงเป็นผัวกูเหรอ"
กวินนาฉีกยิ้มกว้าง เมื่อสายตาเข้มหรี่ตาจ้องมองคนตรงหน้า แม้เธอจะสูงเกือบร้อยเจ็ดสิบ แต่เมื่อเทียบกับคนที่สูงร้อยแปดสิบเก้าก็ทำให้คนตรงหน้าดูตัวเล็กตัวน้อยขึ้นทันที
ยังไร้เสียงจากคนที่อัดบุหรี่เข้าปอด กวินนาจึงได้ตบไหล่จอมพลเบาๆ ตอนที่กำลังจะเดินผ่าน
"เพราะงั้นชีวิตใครชีวิตมัน เรื่องมึงกูไม่ยุ่ง เรื่องกูก็ช่างแม่งมันบ้างก็ได้"
"แต่กูเป็นเพื่อนมึงนะ ไอ้กวาง"
กวินนาได้แต่ยกยิ้มมุมปาก มองชายหนุ่มตรงหน้า ริมฝีปากเม้มแน่นพยักหน้าให้หนักๆ ราวกับคำนั้นมันช่วยย้ำเตือนเธอได้อย่างดี
'แค่เพื่อน' แค่เพื่อนเท่านั้น และคงไม่มีทางเปลี่ยนเป็นอื่นได้
ตลอดเก้าปีที่ผ่านมา ความเป็นเพื่อนที่เป็นมาอย่างไร มันก็คงต้องเป็นไปเช่นนั้น
ความชินชาที่เธอมองคนตรงหน้าเปลี่ยนแฟนมาไม่รู้กี่คน ในครั้งแรกๆ ที่เขามีแฟนเธอยังรู้สึกเจ็บจี๊ดจนแอบร้องไห้เสียหลายครั้ง แต่เดี๋ยวนี้บางครั้งมองผู้หญิงที่ควงแขนเขาด้วยความรู้สึกว่างเปล่า และน้อยของน้อยครั้งที่เธอจะรู้สึกแปลบขึ้นมาในใจ ได้แต่หวังว่าในระยะเวลาอีกไม่นานนี้เธอจะไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว เมื่อผู้หญิงสมบูรณ์แบบคนที่ควงอยู่กับเขาตอนนี้ตกลงแต่งงานกัน
"ขอบุหรี่อีกตัว"
เพราะความที่เป็นบุหรี่มวนเล็กสลิมบางเป็นพิเศษแถมยังเย็นจนกลบกลิ่นใบยาสูบ ทำให้คนที่สูบรสเข้มจัดต้องขอเพิ่มอีกตัว
กวินนาส่งให้ทั้งซอง แล้วก็เดินกลับเข้าไปภายในร้าน ระหว่างที่เดินกลับมาก็แวะบ้วนปากที่ห้องน้ำเสียด้วย แม้กลิ่นใบยาแทบจะไม่ติดปากแต่เพราะความเคยชินทำให้เธอต้องบ้วนปากทุกครั้ง
"อ้าว เมื่อกี้ไม่เห็นพี่กวางเลย" น้องแป้งคนสวยเอ่ยทักคนที่กำลังบ้วนปาก
"อ๋อ พี่ออกไปสูบบุหรี่น่ะ"
"เจอพี่จอมไหมคะ"
"อือ สูบบุหรี่อยู่ข้างนอกน่ะ"
ออกมาจากห้องน้ำพร้อมแฟนสาวเจ้านาย ก็พอดีกับจอมพลที่เดินกลับมาจากที่สูบบุหรี่หลังร้าน เธอจึงได้เร่งฝีเท้าเดินหนีคนทั้งคู่ไปก่อน
"กูกลับก่อนนะ เหมือนระบมแผลเลยว่ะ"
กวินนากลับมาถึงโต๊ะก็เอ่ยบอกยศกรกับศรัณทันที เพราะออกจะเสียอารมณ์เมื่อครู่ไม่น้อย ไม่ลืมที่จะหยิบเงินปึกใหญ่เกือบสองหมื่นส่งให้เพื่อนไว้ด้วย ศรัณเผลอรับมาด้วยความมึนงง จะคืนให้ก็ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อคนขายาวเดินลิ่วออกไปทันที เสื้อเชิ้ตตัวนั้นจึงได้พาดไว้ตรงที่นั่งเขาด้วย
"อ้าว ไอ้กวางล่ะ" กลับมาไม่เห็นคนที่เดินนำมาก่อน ก็เอ่ยถามอีกสองคนที่นั่งทำสีหน้างงๆ อยู่
"มันขอกลับก่อน บอกปวดแผล" ศรัณยังเป็นคนตอบ มือก็ยังถือเงินไว้แบบนั้น จนจอมพลขมวดคิ้วมอง และก็พอจะเดาได้ว่าเงินค่าอะไร
"มึงเอาเงินไปคืนมันด้วย"
"เออ กูรู้แล้ว เมื่อกี้กูคืนไม่ทัน มึงไปด่าอะไรมันอีกหรือเปล่า"
"กูแค่เตือนมันเรื่องบุหรี่" จอมพลถอนหายใจพรืดใหญ่ตอนที่เอ่ยตอบ
"มึงก็ปล่อยมันบ้างเหอะ มันก็อายุเท่ามึงนั่นแหละ ไม่ใช่เด็กแล้ว"
"พวกมึงก็ควรจะเตือนมันบ้าง เรื่องอะไรไม่ดี อย่างน้อยมันก็เป็นผู้หญิงนะ"
"กูคิดว่าแม่งเป็นทอมไปซะแล้ว" ยศกรแทรกขึ้นก็ถูกจอมพลด่าขึ้นทันทีเช่นกัน
"พวกมึงก็เป็นซะอย่างเงี้ย"
"พี่กวางยังไม่มีแฟนจริงๆ หรือคะ" แฟนสาวเจ้านายถามขึ้น อีกสองคนก็ได้แต่นิ่งเงียบ
"ยัง" จอมพลจึงต้องเป็นคนตอบ
"ไม่อยากเชื่อเลย พี่กวางออกจะสวย หุ่นก็อย่างกับนางแบบ นี่ถ้าแป้งเป็นผู้ชายแล้วอยู่ใกล้พี่กวางคงต้องหลงเสน่ห์แน่เลยค่ะ"
"ถ้าจะไม่ถูกมันด่าเอาน่ะนะ" ศรัณเอ่ยขึ้นพร้อมทำท่าสยองยิ่งเมื่อนึกถึงคำด่าของเพื่อน
รอยเขียวที่หลังเริ่มจางจนเกือบเป็นสีผิวปกติ แต่กว่าจะหายจนถึงวันนี้ก็กินเวลาเกือบสองอาทิตย์
เจ้าของอู่ก็ยังคอยส่งข้อความมาถามอยู่เรื่อยๆ รวมถึงเจ้าของสนามแข่งด้วยเช่นกัน เพียงแต่เธอเลือกตอบเฉพาะข้อความเกี่ยวกับงานเท่านั้น
กวินนานั่งมองปฏิทินบนโต๊ะทำงาน เพื่อที่จะแพลนงานในช่วงวันหยุดยาวสิ้นปีที่จะถึงในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า เพราะเดี๋ยวเข้าประชุมในวันนี้เธอคงจะถูกถามเรื่องนี้แน่นอน
"ปีใหม่ไปเที่ยวไหนวะ" ศรัณเอ่ยถามเธอตอนที่เดินออกมาจากห้องประชุมใหญ่
"ญี่ปุ่น"
"เฮ้ย จริงดิ โห ไม่รู้งั้นได้ไปด้วย" ยศกรที่ได้ยินก็เอ่ยขึ้นทันที
"ไม่ต้องไปแหละดีแล้ว กูอยากไปคนเดียวมากกว่า"
"คนเดียวจะสนุกยังไงวะ เขาดื่มกินกันเฮฮา มึงไปเดินโด่เด่อยู่คนเดียวเนี่ยนะ เหงาตายห่า" ศรัณก็เสริมขึ้น
"แล้วทำไมกูต้องไปเดิน กูก็แช่น้ำอุ่น จิบสาเก มองดูหิมะบนยอดภูเขาไฟฟูจิอยู่ที่โรงแรมซิ ฟินจะตาย"
"ยังไม่เคยเที่ยวคนเดียวเลยว่ะ มันต้องรู้สึกยังไงวะ" จอมพลที่เดินตามมาได้ยินเรื่องที่ลูกน้องในคราบเพื่อนคุยกันก็เอ่ยถามขึ้น พลางแอบมองคนที่บอกชอบเที่ยวคนเดียว
เขาไม่ได้รู้สึกไปเองแน่ เมื่อครู่เขาทันได้เห็นแววตาของเธอ มันเป็นแววตาของความเหงา ราวกับดวงตาคู่นั้นมีความเศร้าแอบซ่อนอยู่ภายใน และเพียงพริบตาเดียวทุกอย่างก็ปรับเป็นปกติ ราวกับคนที่ไม่แคร์ต่อสิ่งใดในโลก
"ตอบไม่ได้หรอก ไว้สักวันมึงลองมีที่ที่อยากไป หรือที่ที่เป็นความทรงจำอะไรสักอย่าง แล้วลองไปคนเดียวดูสิ วันนั้นมึงอาจจะไม่พูดแบบนี้ก็ได้"
จอมพลเหลือบสายตามองคนข้างๆ เหมือนคำตอบมันยิ่งย้ำสิ่งที่เขาเห็นเมื่อครู่ได้อย่างดี เธอมีความทรงจำอะไรที่ญี่ปุ่นอย่างนั้นหรือ และเหมือนว่าทุกปีกวินนาจะต้องไปเยือนมันสักครั้ง บางครั้งก็เป็นเทศกาลปีใหม่ หรือสงกรานต์ในบางปีที่เธอชอบหนี
ความวุ่นวายไปต่างประเทศ หรือแม้แต่บางปีก็ขอลาพักร้อนทีเดียวหมดเพื่อไปญี่ปุ่น
