บทที่ 9 ขโมยเสื้อ
"ไอ้เหี้ยจอม ปล่อยกูนะ มึงเมาแล้ว นอนเลย"
กวินนาผลักแขนล่ำๆ ของมันให้พ้นจากรอบเอวตัวเอง ตอนที่เธอเซจนล้มมันก็ตวัดแขนมากอดเอวเธอไว้แน่น
"อื้อ อย่าดื้อซิ"
"ดื้อเหี้ยอะไร ไอ้เวร ปล่อยกูนะ กูจะกลับแล้ว"
"แป้ง แป้ง อยู่กับพี่ก่อนนะ"
เสียงคนเมายังงัวเงีย พอเธอผลักแขนมันออกได้ มันก็ตวัดกลับมาใหม่แถมยังรัดแน่นขึ้นกว่าเดิม
"ไอ้จอม กูกวางนะ แป้งส้นตีนซิ"
"กวางเหรอ"
มันเงยหน้าขึ้นมาปรือตามองเธอ ถามเสียงยานคาง ก่อนจะเอนศีรษะลงที่นอนอย่างเดิม
"มึงลุกก่อนเลย กูจะกลับแล้ว"
"ค้างที่นี่นะ กวาง"
เสียงกระเส่าที่เอ่ยถาม พอถูกเรียกด้วยชื่อตัวเอง หัวใจที่ที่เคยด้านชากลับเต้นไม่เป็นจังหวะขึ้นมา แต่เมื่อได้สติก็รีบผลักแขนมันอย่างแรงอีกครั้ง
เหมือนคนเมาจะหงุดหงิด อยู่ๆ มันก็ดันตัวเองลุกขึ้นมานิด จับข้อมือบางของคนที่ผลักและทุบตีตัวเองตรึงกับที่นอนสปริงนุ่ม
ดวงตาแดงก่ำของคนเมาจ้องมองเธอผ่านความมืด ในตอนนี้เวลาเช่นนี้ ซ้ำอยู่ยังอยู่บนเตียงกว้าง นอกจากจะไม่ไว้ใจคนเมา หัวใจของเธอในตอนนี้มันก็เสียจังหวะเช่นเดียวกันจนกลัวจะเผลอใจ
ยิ่งใบหน้าหล่อคมสันแม้จะมีเชื้อสายจีนจากทางพ่อแต่ก็ไม่ได้ทำให้คนตรงหน้าดูเป็นอาตี๋ซะทีเดียว
กวินนาแทบจะกลั้นลมหายใจของตัวเองไว้ ตอนที่ใบหน้าหล่อนั้นก้มต่ำลงมาแทบจะแนบชิดกับเธออยู่แล้ว ราวกับโลกทั้งโลกสงบนิ่งอยู่ตรงนี้ ดวงตาคมหลุบตาต่ำลงตอนที่มองตาเธออยู่ ก่อนที่สายตานั้นจะมองต่ำลงอีกนิด แม้แสงสลัวในความมืดก็ยังมองเห็นเรือนกายขาวผ่องเธอ
"กวาง นอนที่นี่นะ" คำถามในครั้งแรกที่ยังไม่ได้คำตอบ เขาจึงถามซ้ำขึ้นอีกครั้ง
ดวงตาคมที่มองริมฝีปากอิ่มไม่วางตา แค่เพียงคนด้านล่างขยับกลีบปากเพียงนิด ไม่รู้จะพูดอะไร เขาก็ประกบปากอุ่นทาบลงมา
ยิ่งริมฝีปากเธอเผยอมากขึ้นเท่าใด คนด้านบนก็ยิ่งรุกล้ำมากขึ้นเท่านั้น เมื่อปลายลิ้นของจอมพลสอดแทรกเข้ามา กวินนาก็เกร็งตัวขึ้นทันที ลมหายใจขาดช่วงไปอย่างไม่รู้ตัว ดวงตากลมที่เบิกโพลงค่อยๆ หลับลงพร้อมกับมือที่กำเอาไว้แน่นจนเล็บที่ยาวเพียงนิดจิกลงที่ฝ่ามือตัวเอง ทั้งที่แขนสองข้างยังถูกตรึงไว้อย่างนั้น
จอมพลคลายริมฝีปากออก เธอก็ต้องหอบอากาศเฮือกใหญ่เข้าปอด และยังไม่ทันได้หายใจอิ่ม เขาก็ประกบริมฝีปากลงมาอีกครั้ง ครั้งนี้มันร้อนแรงหนักหน่วงขึ้นกว่าเมื่อครู่จนสติอันน้อยนิดแตกกระเจิงไม่รู้ว่าตัวเองไปสนองจูบกับเขาได้อย่างไร ลมหายใจที่กลั้นไว้เมื่อครั้งแรก ครั้งนี้เธอกับเขาแทบจะผสานลมหายใจเป็นหนึ่งเดียว กลิ่นแอลกอฮอล์กรุ่นปลายจมูกทั้งกระไอร้อนแรงที่ออกมา ไม่ได้ทำให้เธอนึกรังเกียจ กลับยิ่งปลุกอารมณ์ดิบแห่งความต้องการ ลืมแม้แต่ความเป็นเพื่อนที่พึงมี
เสียงครางกระเส่าเบาๆ ตอนที่เขาปล่อยริมฝีปากอิ่มให้เป็นอิสระแล้ว ฝ่ามือใหญ่ที่ขึงข้อมือเธอไว้ทั้งสองข้างก็ถูกปล่อยเช่นกัน
เสียงนั้นเหมือนจะยิ่งอื้ออึงอยู่ในลำคอหนักขึ้น เมื่อฝ่ามือใหญ่ของเขาที่ลูบไล้เนื้อตัว แม้จะยังมีเสื้อเชิ้ตตัวบางกั้นอยู่แต่ทุกสัมผัสนั้นกลับรู้สึกได้ชัดเจน ยิ่งตอนที่เขากอบกุมก้อนเนื้อลูกใหญ่ บีบเคล้นอย่างไม่เบามือนัก เธอก็ยิ่งเผลอส่งเสียงออกมาอย่างลืมตัว
"จอม ปล่อยก่อน"
เธอเอ่ยห้ามคนเมาอีกครั้ง เมื่อฝ่ามือนั้นแทรกผ่านเข้าไปใต้เนื้อผ้า
"อื้อ กวาง"
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยเรียกยังก้องกังวานอยู่ในหู สุดท้ายเธอก็ไม่อาจฝืนความต้องการของคนด้านบนได้อีกต่อไป และไม่แน่ใจว่านั่นมันจะเป็นเพราะความต้องการของตัวเองด้วยหรือเปล่าที่ปล่อยให้เขาเอาแต่ใจ
เสื้อเชิ้ตถูกเขากระตุกทีเดียวกระดุมเสื้อห้าเม็ดที่เรียงตัวอยู่ด้านหน้าก็กระเด็นหายไปคนละทิศละทาง บราเซียตัวสวยก็ถูกปลดออกอย่างรวดเร็ว
"จะ...จอม" เสียงที่ตั้งใจจะเอ่ยห้าม มันกระเส่าแม้แต่ตัวเองยังตกใจ ตอนที่ปากเขาครอบลงมาที่ยอดทับทิมสีชมพูอ่อน แผ่นหลังถูกยกลอยจากที่นอนอย่างคนไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเท้าก็จิกผ้าปูเอาไว้แน่น
ลิ้นอุ่นตวัดขึ้นลงลากผ่านยอดถันที่แข็งเป็นไต คนใต้ร่างก็แทบจะดิ้นพล่านเสียวเกร็งไปทั่วท้องน้อย
กางเกงยีนพอดีตัวถูกเขาปลดกระดุมออกอย่างง่ายดาย เพียงครู่เดียวมันก็ถูกดึงออกจากเรียวขาคู่งาม แพนตี้ตัวจิ๋วเข้าชุดกับด้านบนก็ถูกรั้งออกตามไปติดๆ
"สวยจัง"
ปากที่เอ่ยชมทั้งที่สายตาจับจ้องเนินอวบอิ่มกลางกายสาว กวินนาหนีบขาตัวเองด้วยความอาย แต่ก็ถูกเขาจับแยกออกห่างในท่าที่ชวนให้คนที่นอนอยู่หน้าเห่อร้อนจนต้องเอียงหน้าหนี
เมื่อได้ชื่นชมร่างอรชรจนพอใจ เขาก็ก้มลงมาชื่นชมอกอิ่มอีกข้างที่ยังไม่ได้ลิ้มชิมรส แต่ครั้งนี้ดูเธอจะยิ่งแอ่นเร่าๆ ยกสะโพกเข้าหาเมื่อไม่ได้ถูกรุกรานแค่อยู่แค่ด้านบน แต่ด้านล่างก็กลับถูกนิ้วเรียวข้อใหญ่แทรกตัวผ่านความฉ่ำแฉะเข้าไปด้านใน ซ้ำร้ายนิ้วหัวแม่มือที่อยู่ด้านนอกก็ยังช่วยกันบดขยี้กลับเกสรสีสดด้านนอก
"โอ้ว...จอม..."
เสียงร้องแทบไม่เป็นศัพท์เมื่อนิ้วมือใหญ่ด้านในกำลังทำหน้าที่อย่างแข็งขัน และในนาทีต่อมาเธอก็ต้องเกร็งสะโพกแอ่นเร่าๆ กระตุกถี่ๆ เมื่อไม่สามารถทนต่อความเสียวซ่านนั้นได้อีกต่อไป จนตัวเองก็ยังตกใจเพราะตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยรู้สึกแบบนี้สักครั้ง แม้จะพยายามห้ามท่าทางน่าเกลียดแบบนั้นไว้แล้ว แต่เหมือนร่างกายมันจะไม่ยอมฟัง
เขาดึงมือออกเธอก็รู้สึกได้ถึงความเปียกชุ่มอยู่ตรงนั้น ยังรับรู้ว่าภายในมันยังตอดรัดเป็นจังหวะ ได้แต่นอนหมดเรี่ยวแรงหายใจหอบเหนื่อย
รู้สึกตัวอีกทีก็เห็นเขาเอี้ยวตัวไปทางหัวเตียงหยิบซองถุงยางอนามัยออกมา เผลอมองตามมือเขาไปจนไปสบตาเข้ากับแท่งเอ็นอันเขื่องที่กำลังสวมปลอกป้องกันให้มัน คิดจะเอี้ยวตัวหนีก็ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อมือใหญ่รั้งสะโพกกลมดึงให้ทั้งตัวเธอขยับเข้าหา จดจ่อแท่งลำรักใหญ่โตอยู่ที่เนินอิ่มด้านล่าง
เรียวขาคู่ยาวถูกจับยกพับแบะลงจนหัวเข่าแทบจะแนบชิดลำตัว ก่อนเขาจะค่อยๆ กดแท่งเนื้อลำใหญ่แทรกผ่านช่องทางสวาทที่เปียกชุ่มลึกเข้าด้านใน แค่มันเข้ามาได้ครึ่งทาง เธอก็ต้องส่งเสียงร้องออกมาอย่างคนที่เจ็บปวด
ร่างทั้งร่างคล้ายถูกฉีกแยกออกจากกัน เขาชะงักเพียงนิด นึกรู้ว่าเธอยังไม่เคย จึงได้หยุดแช่ลำรักไว้เพียงแค่นั้น ดึงความสนใจกลับไปที่ยอดถันสีสวยอีกครั้ง ซึ่งมันก็ได้ผลเมื่อเธอเผลอแอ่นสะโพกเพียงนิดเขาก็กดมันเข้าจนสุดทาง
ด้วยความเมาทำให้การควบคุมน้ำหนักไม่ดีพอ คนใต้ร่างจึงได้ส่งเสียงอีกครั้งพร้อมใบหน้าเหยเก ทุกอย่างคับแน่นจนเขาเองก็แทบจะขยับตัวตนไม่ได้
"อย่าเกร็ง" น้ำเสียงแหบพร่าที่เอ่ยบอก ทำให้เธอค่อยคลายความกังวลลงนิดหนึ่งอย่างว่าง่าย
สะโพกกลมตอบสนองจุดเชื่อมต่ออีกครั้งก็ตอนที่เขากดจูบเธอลงมาหนักๆ ทุกอย่างจึงดูผ่อนคลายลง สะโพกสอบที่ขยับแผ่วเบาพอให้หายความคับแน่น ก่อนจะเริ่มขยับเข้าออกในจังหวะเชื่องช้า
ความเจ็บที่แผ่ซ่านอยู่กลางกายเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่านก็ตอนที่ทุกอย่างดูลื่นไหลไปอย่างถูกที่ถูกทาง ยิ่งตอนที่เขาเร่งจังหวะหนักหน่วงขึ้น สองมือใหญ่รั้งสะโพกกลมให้แอ่นเข้าหาแรงกระแทกถี่ๆ เธอก็ต้องร้องครางออกมาอีกครั้ง
"จะ...จอม..ไม่ไหวแล้ว..."
"อื้อ..."
กวินนากรีดร้องอีกครั้งทั้งที่กัดริมฝีปากตัวเองเอาไว้แน่น ไม่ต่างจากเสียงคำรามหนักๆ ของคนด้านบนตอนที่เขากระแทกหนักๆ ในจังหวะสุดท้าย ก่อนที่จะปล่อยธารน้ำขาวขุ่นพุ่งใส่เครื่องป้องกันสีใส
"อ๊า...มันฉิบหาย"
ถ้าในยามปกติเธอคงจะต้องด่ามันเสียงแปร๋เป็นแน่ แต่ในตอนนี้แม้แต่เสียงตัวเองก็แทบหาไม่เจอ นึกดีใจว่าตอนที่เธอลากมันเข้าห้องนอนมายังไม่ทันได้เปิดไฟในห้อง ได้แต่ใช้ไฟข้างนอกให้ส่องผ่านเข้ามา และในตอนนี้ที่ประตูห้องแง้มอยู่เพียงนิดทำให้ภายในห้องออกจะมืดไม่น้อย หวังว่ามันจะไม่เห็นสีหน้าของเธอในตอนนี้
กวินนาค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงความเจ็บแสบกลางกาย แต่มันก็ยังเป็นความเจ็บแบบที่ทนได้ไม่ได้ทุรนทุรายขนาดนั้น
พยายามมองหาเสื้อผ้าของตัวเอง มือที่กำลังจะคว้าบราเซียของตัวเองได้ ก็ถูกเขาดึงเข้าหาอีกครั้ง
"พี่ขออีกรอบนะ เดี๋ยวให้ทิปหนักๆ เลย ของน้องแม่งสุดยอดเลย ตอดโคตรแรง"
กวินนาเกือบจะได้ด่ามันอีกครั้งแล้วเชียว แต่เพราะสรรพนามที่สะดุดหู จึงได้รู้ว่าจอมพลคิดว่าเธอคือผู้หญิงที่เพื่อนหามาให้
จะเอ่ยปฏิเสธตอนนี้ก็ไม่กล้าเสียแล้ว ได้แต่เงียบเสียงลง ปล่อยให้คนเอาแต่ใจได้สุขสมอีกครั้ง และครั้งนี้เธอพยายามอย่างสุดกลั้นที่จะไม่เผลอเรียกชื่อเขา แต่เสียงกระเส่าที่ร้องครางมันไม่อาจห้ามได้จริงๆ
พอจบรอบสอง คนที่ขอเบิ้ลก็นอนแผ่หลาอยู่บนเตียงใหญ่ เธอจึงได้แต่นอนห่มผ้านิ่งๆ อยู่ข้างๆ และครู่ใหญ่ต่อมาจึงได้เห็นว่าจอมพลหลับไปแล้ว เธอรีบคว้าเสื้อผ้าของตัวเองหนีเข้าห้องน้ำ เสื้อเชิ้ตที่สวมเสร็จเรียบร้อยกำลังจะติดกระดุมจึงได้รู้ว่ามันไม่มีเหลือสักเม็ด
กวินนาแอบย่องเข้าห้องแต่งตัวของจอมพล เปิดตู้เสื้อผ้าแล้วจึงเห็นว่าเสื้อเชิ้ตสีขาวของมันดูจะมีหลายชุดกว่าสีอื่น จึงได้แอบหยิบมาหนึ่งตัว
เพราะต้องกลับไปเอารถบิ๊กไบก์ของตัวเองที่จอดไว้ที่บาร์ กว่าจะได้กลับถึงห้องก็เกือบจะตีสี่ ทั้งที่จริงคืนนี้ไม่อยากนอนสักนิดเพราะกลัวว่าเช้าจะไ
ม่ตื่น แต่เพราะความเพลียทำให้เธอหลับไปอย่างไม่รู้ตัว
