บทที่ 2 แรกพบสบตา

(Talk: มาติณห์)

"วันนี้เป็นวันสำคัญอีกหนึ่งวันในชีวิตเพลย์บอยของผม... วันที่ผมต้องจำใจยอมแบกหน้ามาร่วมพิธีนัดดูตัวกับลูกสาวเพื่อนสนิทของคุณแม่ตามคำสั่งเฉียบขาด ผมเกลียดนักไอ้การคลุมถุงชนหรือการที่ผู้ใหญ่มาคอยจัดแจงหาคู่ครองให้ตามใจชอบแบบนี้เป็นที่สุด เพราะผมเชื่อมั่นในเรื่องความรักที่เกิดจากความรู้สึกและหัวใจของตัวเองมากกว่า แต่ก็เอาเถอะ... อย่างน้อยในความโชคร้ายก็ยังมีช่องทางรอดอยู่บ้าง เพราะคุณแม่เคยเอ่ยปากรับปากเอาไว้แล้วว่า ถ้าหากผมเดินทางไปนัดดูตัวแล้วเกิดความรู้สึกไม่ชอบหน้าหรือไม่ถูกอกถูกใจเธอขึ้นมาจริง ๆ ท่านก็จะไม่บังคับฝืนใจให้ผมต้องแต่งงานกับเธอเป็นอันขาด... โอเค ในเมื่อมีทางเลือกนี้เปิดกว้างอยู่ งั้นแผนการในวันนี้ของผมก็คงไม่มีอะไรมาก แค่ทำตัวให้ดูน่าเบื่อหน่าย พูดจาขวานผ่าซากใส่ หรือหาข้อบกพร่องสักข้อเพื่อให้เธอกล้าปฏิเสธผมกลับมา เพียงเท่านี้อิสรภาพอันหอมหวานของผมก็จะยังคงอยู่ต่อไปอย่างแน่นอน หึ ๆ..."

(Talk: นรินดา)

"โอ้ย... เช้าวันนี้มันช่างเป็นเช้าที่น่าปวดหัวและน่าหงุดหงิดเสียจริง ๆ! ฉันควรจะนอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่น ๆ ในห้องนอนของตัวเองแท้ ๆ แต่กลับต้องมายืนง้องแง้งเลือกชุดหน้าตู้เสื้อผ้าตั้งนานสองนานว่าจะใส่ชุดไหนดี เพื่อให้ผู้ชายคนนั้นเห็นแล้วรู้สึกขัดหูขัดตาจนไม่อยากจะชายตามองฉันอีก... 'ใส่ชุดไหนดีนะที่เขาจะเกลียดและไม่ชอบเรา?' ฉันพึมพำกับตัวเองด้วยความกลุ้มใจ เห้อ... วันนี้แล้วสินะที่ฉันต้องจำใจเดินทางมาเผชิญหน้ากับการนัดดูตัวว่าที่เจ้าบ่าวคนรวยตามสัญญาบ้าบอของผู้ใหญ่

...สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายแหล่ในสากลโลก พระภูมิเจ้าที่ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนก็แล้วแต่ ถ้าท่านได้ยินเสียงคำอธิษฐานของฉันในตอนนี้ ได้โปรดเถอะค่ะ... ช่วยดลบันดาลให้ผู้ชายคนนั้นเกลียดขี้หน้าฉัน ไม่ชอบฉัน และปฏิเสธการแต่งงานครั้งนี้ไปซะทีเถอะนะ! สาธุ... เพี้ยง!"

หลังจากผ่านพ้นความวุ่นวายในการแต่งตัวและเดินทางมาถึงจุดนัดพบตามเวลาเป๊ะ ๆ ทว่านาฬิกาข้อมือก็บอกเวลาล่วงเลยไปเล็กน้อย

07:30 AM

@ ห้างสรรพสินค้า TJ (โซนลักชูรี)

ณ ร้านอาหารหรูบรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัว คุณแม่ของทั้งสองฝ่ายนัดหมายกันไว้ที่โต๊ะวีไอพีตัวริมกระจกใส เมเบล (คุณแม่ของรินดา) และคุณหญิงมณีรัตน์ (คุณแม่ของมาติณห์) นั่งยิ้มแย้มรออยู่ก่อนแล้ว

ไม่นานนัก นรินดาในชุดเดรสเรียบร้อยที่ตั้งใจเลือกมาแบบขอไปที ก็เดินเคียงคู่มากับคุณแม่ของเธอ ส่วนมาติณห์ชายหนุ่มมาเฟียผู้รักอิสระก็ก้าวเดินตามหลังผู้เป็นแม่มาด้วยท่าทางเบื่อหน่ายไม่แพ้กัน

"สวัสดีค่ะคุณน้า..." นรินดายกมือไหว้ทักทายผู้ใหญ่ฝั่งตรงข้ามด้วยความนอบน้อมตามมารยาทอันดีงาม ก่อนจะหันไปสบตากับชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตรที่ยืนอยู่ข้าง ๆ "สวัสดีค่ะ... เอ่อ... นี่พี่ติณห์ใช่ไหมคะ?"

มาติณห์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้เห็นหน้าว่าที่คู่หมั้นสาวชัด ๆ แวบแรกที่สบตากัน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระตุกวูบอย่างไม่คาดคิด "อ่า... สวัสดีครับน้องริน ตัวจริง... น่ารักกว่าในรูปที่แม่เอาให้ดูเยอะเลยนะครับเนี่ย"

"เอ่อ... ขอบคุณค่ะ" นรินดาตอบรับเสียงเบา ใบหน้านวลขึ้นสีแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อเจอสายตาแพรวพราวคมกริบคู่นั้นมองตรงมา

"มาจ้ะ ๆ เด็ก ๆ ยืนนิ่งกันอยู่ทำไม รีบมานั่งลงก่อนสิลูก" คุณแม่ของมาติณห์เอ่ยชวนด้วยรอยยิ้มกว้าง "สั่งอาหารกันเลยนะจ๊ะ อาหารร้านนี้ขึ้นชื่อและอร่อยทุกอย่างเลย น้า... เอ๊ย แม่พาลูกชายมาทานบ่อย ๆ"

"เอ่อ... ค่ะคุณน้า..." นรินดาเผลอหลุดปากเรียกตามความเคยชิน

"อุ๊ย! 'คุณน้า' อะไรกันล่ะลูก... เปลี่ยนคำเรียกใหม่ได้แล้วนะ ไหน ๆ พวกเราก็กำลังจะกลายเป็นครอบครัวเดียวกันในเร็ว ๆ นี้อยู่แล้วเชียว" คุณแม่แย้งขึ้นยิ้ม ๆ

"เอ่อ... คงจะไม่ดีมั้งคะคุณแม่... เอ๊ย!" นรินดาหน้าเหวอ รีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน

"ไม่ดีตรงไหนกันจ่ะลูกรัก... หนูสิกำลังจะได้มาเป็นลูกสะใภ้คนโปรดของแม่นะจ๊ะหนูริน" คุณแม่หัวเราะชอบใจ

"เอ่อ... ค่ะคุณแม่..." นรินดาได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาด้วยความเขินอายจนทำตัวไม่ถูก

(Talk: มาติณห์)

"ให้ตายเถอะ... นี่น่ะเหรอผู้หญิงที่ม๊าหามาจับคู่ดูตัวให้ผม? ตอนแรกผมตั้งใจไว้แล้วเชียวว่าจะทำตัวแย่ ๆ พูดจาขวานผ่าซากใส่เพื่อให้เธอเกลียดและขอถอนหมั้นไปเอง... แต่พอได้มาเห็นหน้าเธอจริง ๆ จัง ๆ ในระยะประชิดแบบนี้... โห... ให้ตายสิแม่เจ้าโว้ย! น้องรินคนนี้มีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างเหลือล้น ดวงตากลมโตสุกใส ริมฝีปากอิบอิ่มจิ้มลิ้มพริ้มเพรา และผิวพรรณขาวเนียนละเอียดราวกับหยวกกล้วย... เธอน่ารักน่าเอ็นดูจนหัวใจเพลย์บอยอย่างผมสั่นไหววูบวาบไปหมด แถมกิริยามารยาทก็เรียบร้อยงดงาม ตรงสเปกไทป์ในฝันของผมทุกระเบียดนิ้วเลยทีเดียว ชักจะชอบเธอเข้าจริง ๆ ซะแล้วสิเรา...

ตั้งแต่เกิดมาจนโตจนป่านนี้ ผ่านผู้หญิงมาก็ตั้งมากมาย แต่บอกเลยว่ามีน้องรินนี่แหละที่ทำให้หัวใจผมเต้นแรงผิดจังหวะตั้งแต่แรกเห็น เห็นทีว่างานนี้... ผมคงจะปล่อยตัวเธอให้หลุดมือไปไม่ได้อีกแล้วล่ะครับ! ผมตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าผู้หญิงคนนี้แหละคือคนที่เหมาะสมและเพอร์เฟกต์ที่สุดที่จะมาเป็นแม่ของลูกผมในอนาคต หึ ๆ... งานนี้ต่อให้ใครหน้าไหนก็ไม่มีทางแย่งว่าที่ภรรยาของผมไปได้หรอกนะ!"

(Talk: นรินดา)

"โอ้ยยย... ให้ตายเถอะคุณพระคุณเจ้าช่วยลูกด้วยเถอะ! ไหนตอนแรกบอกว่าผู้ชายคนนี้เป็นพวกเพลย์บอยสำมะเลเทเมาเจ้าชู้ตัวพ่อไงล่ะทำไมตัวจริงถึงได้หล่อเหลาฟ้าประทานปานนี้เล่าแม่เจ้าโว้ยยย! หล่อแบบตะโกน หล่อแบบวัวตายควายล้ม หล่อจนแทบจะละลายกองลงไปกองกับพื้นตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอด พี่เขาหล่อตรงไทป์สเปกหนุ่มในฝันของฉันทุกอย่างเลยแม่จ๋า! แถมบุคลิกท่าทางยังดูดีสมชายชาตรีในระดับพรีเมียมอีกต่างหาก โอ๊ย หน้าตาฟ้าประทานมากกก... ก.ไก่ล้านตัวเลยค่ะคุณผู้ชม!

วินาทีแรกที่สบตากับดวงตาคมกริบคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมของฉันก็เต้นโครมครามรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ทั้งที่ตลอดชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้ชายคนไหนทำให้ใจฉันเต้นแรงเป็นพิเศษได้ขนาดนี้มาก่อนเลยสักคนเดียวในชีวิต!

โอ๊ย... งานนี้ฉันอยากจะกราบขอบพระคุณคุณแม่ผู้บังเกิดเกล้าดัง ๆ สักร้อยครั้งพันครั้งเลยทีเดียวที่เลือกผู้ชายคนนี้มาให้ฉัน หรือว่านี่คือ 'รักแรกพบ' ของจริงที่เขาเล่าลือกันนะ? หรือว่าพี่เขาคนนี้แหละคือเนื้อคู่และเป็นพ่อของลูกในอนาคตอันใกล้นี้ของฉันจริง ๆ อร๊ายยย... เขินจนตัวจะแตกอยู่แล้วนะเนี่ยแม่จ๋า! งื้อออ~"

ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังจมดิ่งอยู่ในภวังค์ความคิดและความเคลิบเคลิ้มของตัวเอง เสียงทุ้มของคุณแม่ก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะความฟิน

"ติณห์ลูก... ตาติณห์จ๊ะ!"

"ห้ะ... เอ้อ... ครับแม่? มีอะไรหรือเปล่าครับ?" มาติณห์สะดุ้งสุดตัวหลุดออกจากภวังค์ความเพ้อเจ้อรีบขานรับหน้าตาตื่น

"แหม... ดูทำหน้าทำตาเข้าสิ หรือว่าน้องรินจะสวยถูกใจจนมองตาค้างไม่กกระพริบเลยล่ะสิเราน่ะ หึ ๆ" คุณแม่เอ่ยแซوةลูกชายด้วยรอยยิ้มรู้ทัน

"เอ่อ... ครับ" มาติณห์ตอบรับอ้อมแอ้มหน้าแดงขึ้นสีเล็กน้อยอย่างเสียฟอร์มมาเฟีย

"ถ้างั้นแม่จะวานให้ลูกช่วยทำหน้าที่เป็นพี่ชายที่ดี พา

น้องรินเดินทางไปส่งที่บ้านให้หน่อยนะจ๊ะ พอดีว่าแม่กับคุณป้าเขามีธุระสำคัญด่วนจะต้องรีบเดินทางไปตรวจดูความเรียบร้อยที่ร้านเพชรสาขาใหญ่ต่อ ลูกคงไม่ติดขัดอะไรใช่ไหมจ๊ะ? แต่ถ้าพวกหนูลูก ๆ ยังไม่อยากรีบกลับบ้านกัน จะพากันเดินเล่นช็อปปิ้งหาอะไรอร่อย ๆ ทานกันต่อแถว ๆ ห้างนี้ก่อนสักพักแล้วค่อยไปส่งน้องที่บ้านก็ได้นะจ๊ะ แม่ตามใจ"

นรินดาได้ยินดังนั้นก็รีบออกอาการเกรงอกเกรงใจทันที "เอ่อ... คุณแม่คะ เกรงใจแย่เลยค่ะ ให้หนูเรียกแท็กซี่กลับเองก็ได้ค่ะ คงจะดูไม่ค่อยงามเท่าไหร่..." (อันที่จริงนั่นคือข้ออ้างเขิน ๆ ของฉันเองแหละค่ะคุณแม่ขา!)

"โอ๊ย... ไม่รบกวนอะไรเลยจ่ะลูก! ดีซะอีก ตาติณห์จะได้ดูแลทำคะแนนกับหนูด้วย... ไป ๆ ๆ ลูก รีบพาน้องเขาไปส่งที่บ้านได้แล้วไป" คุณแม่โบกมือไล่ส่งยิ้ม ๆ

คุณแม่แอบโน้มตัวเข้าไปกระซิบกระซาบที่ข้างหูของมาติณห์เบา ๆ ด้วยสายตาดุแกมคาดโทษ "ม๊าฝากความหวังไว้ที่แกนะตาติณห์... ห้ามทำอะไรให้ลูกสาวเขาเสียหายเด็ดขาด ไม่งั้นแกเจอดีแน่!"

"ครับม๊า... เดี๋ยวผมอาสาพาน้องไปส่งให้ถึงบ้านอย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนแน่นอนครับผม!" มาติณห์รับคำขันแข็งด้วยแววตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์

"งั้นพวกน้าขอตัวเดินทางไปทำธุระก่อนนะจ๊ะเด็ก ๆ ตามสบายเลยจ้า" คุณแม่ทั้งสองท่านลุกขึ้นหยิบกระเป๋าเตรียมตัวแยกย้าย

"งั้น... เราไปเดินเล่นช็อปปิ้งกันต่อสักหน่อยดีไหมครับน้องริน ก่อนที่พี่จะอาสาขับรถพาน้องรินไปส่งที่บ้านอย่างปลอดภัย" มาติณห์หันมาส่งยิ้มละลายใจให้กับหญิงสาวตรงหน้า

นรินดาหลบตาเขินอายเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ "เอ่อ... ก็ได้ค่ะพี่ติณห์"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป