บทนำ
ติณภพ (จางเหยนโย่)
"หึ ผมไม่แต่ง ป๊าม๊าผมจะให้ผมแต่งานกับใครไม่รู้ ผมไม่ชอบที่สุดก็คือโดนคลุมถุงชน ยังไงผมก็ไม่แต่ง"
"เราไม่จำเป็นต้องมีความสุขกันแค่บนเตียงอย่างเดียวนะครับ"
"แต่งงานกับพี่แล้วเธอจะเหนื่อยแค่เรื่องเดียว"
นรินดา (ลี่หลิน) ต่อมาแต่งงานใช้สกุลจาง (จางลี่หลิน)
"ฉันต้องแต่งงานกับใครที่ไหนไม่รู้ นิสัยใจคอยังไม่รู้เลย ป๊าม๊าบังคับแต่ยังไงฉันก็ไม่แต่ง"
"ดูดาวแบบไหนหรอคะ"
"ในหัวมีแต่เรื่องอย่างว่าหรอคะ"
"เหนื่อยแล้วค่ะ พักก่อนได้มั้ย"
"พี่มีวิธีดูดาวอีกแบบนึงสนใจมั้ย"
"แบบไหนคะ"
"หึ หันหลังแล้วเกาะริมระเบียงไว้สิเด็กดี"
บท 1
@บ้านพัชระเมธากุล
บรรยากาศยามสายของวันหยุดสุดสัปดาห์ควรจะเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอันแสนสงบสุข ทว่าภายในคฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหฬารของตระกูลพัชระเมธากุลกลับอบอวลไปด้วยความเร่งรีบและเสียงฝีเท้าที่เดินวนเวียนไปมาอยู่หน้าห้องนอนของลูกสาวคนสวย
10:30 AM
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...!
เสียงเคาะประตูดังติดต่อกันหลายครั้งด้วยจังหวะที่คุ้นเคย ก่อนที่เสียงแหบพร่าด้วยความเอ็นดูของแม่บ้านเก่าแก่จะดังแทรกผ่านบานประตูเข้ามา
"คุณหนูคะ... ตื่นได้แล้วค่ะคุณผู้หญิงให้ป้ามาปลุกค่ะ"
ร่างบางที่นอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มหนานุ่มขยับตัวพลิกซ้ายพลิกขวาด้วยความงอแงเล็กน้อย ดวงตากลมโตค่อย ๆ ปรือขึ้นมารับแสงแดดอ่อน ๆ ที่เล็ดลอดผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาภายในห้อง
"ค่า... ป้านมเดี๋ยวหนูอาบน้ำแต่งตัวลงไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ" นรินดาตะโกนตอบกลับออกไปด้วยน้ำเสียงงיתงัวเงียเล็กน้อยจากอาการง่วงนอน
(Talk: นรินดา)
วันนี้เป็นวันที่ฉันตั้งใจเอาไว้เป็นดิบเป็นดีเลยค่ะว่าจะนอนตื่นสายโด่งให้หนำใจ ชดเชยความเหนื่อยล้าจากการเรียนหนักหน่วงตลอดทั้งสัปดาห์ เพราะคิดว่านี่คือวันหยุดยาวที่ไม่มีแพลนจะต้องออกไปเผชิญโลกกว้างที่ไหน ฉันตั้งอกตั้งใจว่าจะใช้วันหยุดนี้ให้คุ้มค่าและมีความสุขกับการนอนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่สุดท้ายความฝันอันสวยงามก็ต้องพังทลายลง เพราะเสียงเคาะประตูปลุกของป้านมแท้ ๆ เลยเชียว!
หลังจากจัดการอาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จสรรพ ฉันก็เดินลงมาจากชั้นบนด้วยความสงสัยแกมง่วงเหงาหาวนอน ว่าทำไมอยู่ ๆ ถึงมีเสียงเรียกตัวด่วนจากคุณแม่ผู้บังเกิดเกล้าในเวลาสายปานนี้
"มีอะไรเหรอคะคุณแม่... เรียกินมาพบแต่เช้าแบบนี้ มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าคะ?" ฉันเอ่ยถามพลางหย่อนตัวลงนั่งลงบนโซฟาตัวยาวในห้องรับแขก
คุณแม่และคุณป๊านั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม สีหน้าของท่านทั้งสองดูแปลกไปจากทุกที มันมีความกังวล ความอึกอัด และความลังเลฉายชัดอยู่บนแววตา จนฉันเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเอาเสียเลย
"เอ่อ... คือว่านะรินลูก... ป๊ากับม๊ามีเรื่องสำคัญบางอย่างอยากจะปรึกษาและคุยกับเราน่ะลูกนะ" คุณพ่อเริ่มต้นเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติผิดวิสัย
"เรื่องอะไรเหรอคะ? ท่าทางดูเคร่งเครียดกันจัง มีอะไรว่ามาได้เลยค่ะรินรับฟัง" ฉันเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัยระคนระแวง
"คือ... ป๊ากับม๊ามีสัญญาใจกับเพื่อนสนิทเอาไว้ตั้งแต่สมัยพวกท่านยังหนุ่มสาวว่า ถ้าฝั่งเรามีลูกสาวและฝั่งโน้นมีลูกชาย เมื่อไหร่ที่ลูกสาวของเราอายุครบ 22 ปีบริบูรณ์และเรียนจบการศึกษาแล้ว... เราจะต้องให้เด็กทั้งสองคนแต่งงานกันเพื่อเป็นการเชื่อมสัมพันธ์อันดีงาม" คุณแม่เอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงเว้าวอน
"เพื่อเป็นการดองทองแผ่นเดียวกันและเสริมสร้างความมั่นคงทางธุรกิจของครอบครัวเรานะลูก... ทำเพื่อม๊าสักครั้งเถอะนะลูกนะ ถือว่าม๊าขอร้องล่ะ..."
ปึง!!
เหมือนมีสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางใจฉันในวินาทีนั้น สมองตื้อตันจนแทบหยุดทำงาน หัวใจเต้นรัวแรงด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยวระคนกัน
"อะไรนะคะ...แต่งงานเหรอคะ!? นี่ม๊ากับป๊าล้อรินเล่นใช่ไหมเนี่ย!" ฉันโวยวายเสียงดังลั่นบ้านทันทีด้วยความเหลืออด
"ไม่ค่ะ! ยังไงรินก็ไม่แต่งเด็ดขาด! ชีวิตของริน รินต้องเป็นคนเลือกเองสิคะ ทำไมต้องเอาอนาคตและความสุขของรินไปผูกติดกับสัญญาบ้าบออะไรนั่นด้วย รินไม่ยอมหรอกนะ!"
"แต่แกต้องแต่ง!! ป๊าเป็นคนให้สัญญาไว้แล้ว ป๊าไม่มีทางตระบัตสัตย์ผิดสัญญากับฝั่งนั้นเด็ดขาด!" คุณพ่อเริ่มเสียงดังขึ้นตามอารมณ์ที่เริ่มคุุกรุ่นเมื่อลูกสาวปฏิเสธเสียงแข็ง
"นี่ป๊ากล้าตะคอกใส่เสียงใส่รินหรอคะ... ป๊าไม่เคยทำแบบนี้กับรินเลยนะ! ฮือ... ใจร้ายที่สุด!" น้ำตาคลอเบ้าไหลรินอาบแก้มนวลด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
"ยัยริน! ยัยริน! กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้เลยนะเด็กคนนี้นี่!" คุณพ่อตะโกนไล่หลังเสียงดังลั่นบ้าน เมื่อฉันหันหลังกลับแล้ววิ่งหนีขึ้นบันไดห้องนอนทันทีด้วยความเสียใจ
ฉันรีบก้าวเท้าฉับ ๆ เข้ามาในห้องนอน คว้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่แล้วกวาดเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ยัดใส่กระเป๋าอย่างลวก ๆ ด้วยความโกรธระคนเสียใจ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะหอบเสื้อผ้าหนีออกจากบ้านหลังนี้ เพื่อไปตั้งหลักอยู่ที่คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองที่ป๊าเคยซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดปีที่ผ่านมาซะให้เข็ด!
ก๊อก ๆ ๆ ๆ...!
ขณะที่ฉันกำลังหัวเสียกับการยัดเสื้อผ้าลงกระเป๋า เสียงเคาะประตูก็ดังรัวขึ้นติดต่อกัน พร้อมกับเสียงเรียกอันคุ้นเคยที่ดังลอดเข้ามา
"ริน... รินลูก... เปิดประตูให้ม๊าก่อนนะคนสวย ม๊าขอร้องล่ะ เปิดประตูคุยกับม๊าหน่อยนะลูกนะ..."
เฮ้อ... เสียงม๊านั่นเอง ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างจนใจ ถึงจะโกรธป๊าแค่ไหนแต่กับม๊าฉันก็ใจแข็งไม่ค่อยลงอยู่ดี
"ม๊ามีอะไรคะ? ถ้าม๊าจะมาพูดเรื่องแต่งงานบ้าบอนั่นอีก รินบอกเลยนะคะว่ารินไม่แต่งเด็ดขาด ไม่มีวันเปลี่ยนใจด้วยค่ะ!" ฉันตะโกนตอบกลับไปผ่านบานประตู
เสียงข้างนอกเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ม๊าจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและยอมผ่อนปรนลงอย่างเห็นได้ชัด
"ม๊ายังไม่บังคับให้หนูแต่งงานตอนนี้ก็ได้ลูก... แต่ว่าพรุ่งนี้ หนูยอมไปดูตัวกับพี่เขาหน่อยได้ไหมคะคนสวย? ถ้ารินไปเจอหน้าแล้วไม่ชอบพี่เขา ไม่ถูกใจเขาจริง ๆ ม๊าก็จะไม่บังคับและจะยกเลิกเรื่องนี้ให้ทันทีเลย หนูยอมไปให้ม๊าหน่อยนะลูกนะ ถือว่าไปทานข้าวเป็นเพื่อนม๊าก็ได้ ถ้าไม่ชอบจริง ๆ ม๊าไม่ห้ามแน่นอน"
ฉันนิ่งคิดทบทวนคำพูดของม๊าครู่หนึ่ง... เออ อย่างน้อยการไปดูหน้าเพื่อให้จบ ๆ ไปแล้วปฏิเสธด้วยเหตุผลทีหลัง ก็น่าจะดีกว่าการหนีออกจากบ้านไปดื้อ ๆ แบบนี้ล่ะนะ
"เดี๋ยวค่ะม๊า... ถ้ารินไปดูตัวด้วย พรุ่งนี้ต้องไปวันไหนและเวลากี่โมงคะ?" ฉันเอ่ยถามผ่านประตูออกไป
เมื่อได้ยินคำถามนั้น คุณแม่ที่ยืนอยู่หน้าห้องก็ถึงกับคลี่ยิ้มกว้างออกมาทันทีด้วยความดีใจ
"พรุ่งนี้ เจ็ดโมงเช้าค่ะคนสวย!"
"โอเคค่ะรินจะยอมไปตามนัด... แต่ม๊าต้องจำคำพูดของตัวเองไว้นะคะว่าถ้ารินไปแล้วไม่ชอบเขา จะต้องไม่มีงานแต่งงานเกิดขึ้นเด็ดขาด!"
"ตกลงจ่ะลูกรัก! ม๊าไปบอกข่าวดีนี้กับป๊าก่อนนะ ฝันดีนะจ๊ะคนสวยของม๊า"
ฟอดดดดด...! เสียงหอมแก้มผ่านอากาศดังแว่วมา
"ฝันดีเช่นกันค่ะม๊า..." ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาเบา ๆ อย่างโล่งอก ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วยความเหนื่อยล้าจากการปะทะคารมเมื่อครู่
@ศิริพันธ์วราธร
ในขณะเดียวกัน ณ คฤหาสน์หรูอีกแห่งหนึ่งของตระกูลศิริพันธ์วราธร บรรยากาศช่วงสายวันเดียวกันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากสนามรบขนาดย่อมเลยแม้แต่น้อย
(Talk: มาติณห์)
อะไรนะครับบบบ...!?
ผมแทบสำลักน้ำลายตัวเองทันทีที่ได้ยินประโยคประกาศิตจากปากผู้เป็นพ่อ "ผมไม่แต่งงานนะป๊า! ป๊าจะมาคลุมถุงชนหาคู่ชีวิตให้ผมตามใจชอบแบบนี้ไม่ได้นะ สมัยนี้มันยุคไหนกันแล้ว!"
"แต่แกต้องแต่ง!! ไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น!" คุณพ่อตบโต๊ะเสียงดังลั่นห้องทำงาน "ฉันไปให้สัญญาผูกมัดเอาไว้กับเพื่อนสนิทฝั่งโน้นแล้ว ฉันไม่มีวันตบหน้าตัวเองโดยการผิดสัญญาเด็ดขาด!"
"แล้วอีกอย่างนะ... แกควรจะเลิกนิสัยเจ้าชู้กินไม่เลือกแบบนี้เสียที ต่อไปนี้แกกำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝาและต้องสร้างครอบครัว" คุณพ่อเทศน์ยาวเหยียดด้วยสีหน้าจริงจัง
"แกจะมาทำตัวเหลวแหลก สำมะเลเทเมา เที่ยวผู้หญิงไม่เลือกหน้าเหมือนเดิมอีกไม่ได้แล้วนะไอ้ลูกคนนี้!"
ผมยืนกุมขมับด้วยความหงุดหงิดพลางสบถในลำคออย่างหัวเสีย ชะตาชีวิตบ้าบออะไรวะเนี่ย อยู่ ๆ ก็จะมาบังคับให้แต่งงานกับใครก็ไม่รู้ที่หน้าตาก็ยังไม่เคยเห็น!
"ม๊า...! ม๊าอยู่ไหนเนี่ย... ช่วยลูกด้วย!" ผมตะโกนเรียกหาคุณแม่ผู้เป็นที่พึ่งสุดท้ายลั่นบ้าน
"ม๊าแกไม่อยู่หรอก... ออกไปตรวจความเรียบร้อยที่ร้านเพชรสาขาใหญ่โน่น" เสียงป๊าตอบกลับมาอย่างไม่ยี่หั่น
"อ้าวนั่นไง... พูดถึงก็เดินมาพอดีเลย"
คุณแม่เดินหิ้วกระเป๋าแบรนด์เนมใบหรูเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พอเห็นผมยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ก็เอ่ยทักขึ้นทันที
"เอ๊ะ... ใครกันนะตะโกนเรียกชื่อม๊าซะเสียงดังลั่นบ้านเชียว หูแทบแตกแน่ะ"
"ม๊าค้าบ... ช่วยผมด้วยนะ ป๊าจะบังคับให้ผมแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ ผมไม่แต่งนะม๊า!" ผมรีบพุ่งเข้าไปฟ้องคุณแม่ทันที
แต่อนิจจา... ความหวังของผมพังทลายลงในพริบตา เมื่อคุณแม่ยิ้มหวานแล้วตบไหล่ผมเบา ๆ
"เรื่องนั้นม๊ารู้เรื่องดีจ่ะ... และม๊าก็ช่วยอะไรแกไม่ได้หรอกนะ เพราะแกจำเป็นจะต้องแต่งงานกับลูกสาวเพื่อนสนิทของม๊าตามสัญญา"
"ไม่เอาหน่าม๊า! ผมไม่แต่ง! ยังไงก็ไม่แต่งเด็ดขาด!" ผมโวยวายเสียงดังลั่น
"ถ้างั้น... ฉันจะสั่งอายัดบัญชีและสั่งปิดคาสิโนในเครือทั้งหมดของแกให้เกลี้ยงซะเดี๋ยวนี้เลยดีไหมล่ะ!" คุณพ่อขู่เสียงกร้าวด้วยสายตาเฉียบคม
"ป๊าาาา... ป๊าจะทำแบบนี้กับผมไม่ได้นะ! ป๊าทำแบบนี้มันเกินไปแล้วนะ! ม๊าดูป๊าสิ ม๊าไม่ยอมให้ป๊าทำแบบนี้กับผมนะ!" ผมหันไปขอความเห็นใจจากคุณแม่สุดที่รัก
"ถ้างั้นลูกก็ต้องยอมแต่งงานกับน้องเขาง่าย ๆ ซะ... ดีไหมล่ะจ่ะ?" คุณแม่พยายามเกลี้ยกล่อมด้วยรอยยิ้มใจดี
"ไม่ครับ! ถ้าป๊าอยากจะปิดคาสิโนหรือยึดอะไรก็เชิญตามสบายเลย! ถึงไม่มีคาสิโนพวกนั้น ผมก็ยังมีธุรกิจสีขาวตั้งมากมายมหาศาล ไหนจะบริษัทนำเข้าส่งออกอีกตั้งหลายแห่ง ผมไม่มีวันอดตายหรอกน่า!" ผมเชิดหน้าปฏิเสธเสียงแข็งอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดของป๊า
คุณพ่อหรี่ตามองผมด้วยรอยยิ้มเยาะ "หึ... แล้วธุรกิจค้ายาเสพติดกับค้าอาวุธสงครามเถื่อนที่แกแอบทำอยู่เบื้องหลังล่ะวะ... ถ้าตำรวจกองปราบรู้เข้า ไม่ติดคุกหัวโตหัวดำหัวแดงคาตาราง ก็โชคดีแค่ไหนแล้วไอ้ลูกชายตัวแสบ!"
ผมชะงักกึกไปชั่วขณะ... เออวะ ลืมคิดข้อนี้ไปสนิทเลยแฮะ แต่ถึงอย่างนั้นมาเฟียใหญ่อย่างผมก็ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็นง่าย ๆ หรอกน่า
"ผมไม่กลัวหรอกครับป๊า... มือระดับผมแล้ว ใครมันจะกล้าบุกเข้ามาจับมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลอย่างผมกันล่ะ" ผมยักไหล่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
คุณพ่อมองผมด้วยสายตารังเกียจแกมสมเพช "แค่คิดจะต่อรองกับฉัน แกก็โง่สิ้นดีแล้วไอ้ลูกไม่รักดีเอ้ย!"
"เอาหน่าลูกชาย... อย่าเพิ่งหัวเสียไปเลยนะ" คุณแม่รีบเข้ามาไกล่เกลี่ยสถานการณ์ตึงเครียด "ถ้าลูกยังไม่อยากจะตกลงปลงใจแต่งงานทันทีตอนนี้ อย่างน้อยก็ไปลองเปิดใจดูตัวทำความรู้จักกับน้องเขาก่อนสักครั้งเถอะนะจ๊ะ... ม๊าขอร้องทำเพื่อม๊าสักครั้งเถอะนะลูกนะ พรุ่งนี้แม่นัดหมายทางโน้นไว้เรียบร้อยแล้ว ตอนเจ็ดโมงเช้า... ห้ามสาย ห้ามเรท และห้ามเบี้ยวเด็ดขาด! ไปเจอกันที่ห้างสรรพสินค้า โซนลักชูรี!"
"โธ่ม๊า... ทำไมต้องเป็นพรุ่งนี้เช้าตรู่ขนาดนั้นด้วยเล่า ผมยังไม่อยากไป!" ผมโวยวายเสียงหลง
"แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ! นี่คือคำสั่งเด็ดขาดจากแม่แก!" คุณพ่อตัดบทเสียงเข้ม
"แล้วทำไมม๊าถึงไม่ให้ยัยอีฟลินน้องสาวผมแต่งงานกับลูกชายบ้านโน้นแทนล่ะครับแม่? ทำไมต้องเป็นผมด้วยเล่า!" ผมพยายามหาทางหนีทีไล่โบ้ยความซวยไปให้น้องสาวจอมแสบ
"ก็น้องมันยังเด็กเพิ่งจะอายุ 20 ปีบริบูรณ์เองนะ จะรีบให้แต่งงานไปไหนกันเล่า เรียนหนังสือก็ยังไม่ทันจะจบปริญญาตรีเลย... แต่จะว่าไป ทางบ้านโน้นเขาก็มีลูกชายคนเล็กอีกคนเหมือนกันนะ ไว้รอน้องอีฟลินเรียนจบเมื่อไหร่ ม๊าก็คิดว่าจะให้หมั้นหมายกับฝั่งนู้นเหมือนกันแหละจ่ะ" คุณแม่ตอบหน้าตาเฉย
"โอเคตามนี้นะ! พรุ่งนี้ลูกต้องตื่นแต่เช้าแต่งตัวให้หล่อเนี้ยบ แล้วไปตามนัดให้ตรงเวลา... ห้ามสายเด็ดขาด แยกย้ายไปนอนได้แล้ว!"
ผมได้แต่ยืนกุมขมับถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเซ็งจัดในชะตาชีวิตพรุ่งนี้เช้าผมคงต้องจำใจแบกหน้าไปเป็นเหยื่อให้ยายผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ดูตัวตามคำสั่งเฉียบขาดของม๊าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้สินะ... ให้ตายเถอะ ชีวิตอิสระของมาเฟียหนุ่มเพลย์บอยอย่างผมกำลังจะหมดสิ้นลงแล้วจริง ๆ หรือนี่!
บทล่าสุด
#33 บทที่ 33 End of special episode
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#32 บทที่ 32 Special episode 2
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#31 บทที่ 31 Special episode
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#30 บทที่ 30 ของขวัญที่ดีที่สุด (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#29 บทที่ 29 ปั้มลูกคนที่สาม NC
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#28 บทที่ 28 นรกบนดิน
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#27 บทที่ 27 จับกุม
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#26 บทที่ 26 อาการหนัก
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#25 บทที่ 25 ยาพิษที่ไว้วางใจ
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#24 บทที่ 24 ขาดความรัก
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักไม่หลอก
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
ปะป๊าของพริกหวานคือท่านประธานสุดหล่อ
เขาตื่นมาพร้อมความว่างเปล่า... จำอะไรไม่ได้แม้แต่หน้าผู้หญิงที่นอนด้วย
ส่วนเธอตื่นมาพร้อมความทรงจำที่ฝังใจ... และ 'หนึ่งชีวิต' ที่กำลังก่อตัวขึ้นในครรภ์
เมื่อความลับเริ่มปิดไม่มิด ยลลดาจึงตัดสินใจหนีไปพร้อมโซ่ทองคล้องใจ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกายหอมกรุ่นที่ทำให้เพลิงกัลป์แทบคลั่ง ทว่าสามปีต่อมา... โชคชะตากลับเหวี่ยง 'เครื่องจักรทำงาน' คนเดิมให้มาอยู่ตรงหน้า พร้อมเด็กหญิงตัวจิ๋วที่มีดวงตาคมกริบเหมือนเขาราวกับพิมพ์เดียว
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
รักระรินใจ
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
ทะลุมิติมาเป็นเมียตัวร้ายธงแดงในนิยายยุค80
ฟ่านเหวินเจี๋ย คือหมาป่าเดียวดายแห่งตลาดมืดที่ขึ้นชื่อเรื่องความอำมหิตและเด็ดขาด เขาเกลียดชังภรรยาที่เห็นแก่ตัวเข้ากระดูกดำ แต่ในวันที่เขาตั้งใจจะปลิดชีวิตเธอ ดวงตาที่เคยหลุกหลิกกลับนิ่งสงบแฝงไปด้วยสติปัญญาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
เธอไม่ได้มาตัวเปล่า แต่มาพร้อมกับ ระบบห้างสรรพสินค้าไร้พรมแดน ที่สามารถเนรมิตได้ทุกอย่างจากโลกอนาคต!
ท่ามกลางยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพง เซี่ยชิงหรันจึงเริ่มแผนปฏิวัติชีวิตใหม่ เธอใช้ระบบสร้างอาณาจักรเครื่องสำอางพันล้าน กวาดล้างพวกญาติปลิงดูดเลือดให้สิ้นซาก และเปลี่ยนจากเมียขยะที่ใคร ๆ ก็รังเกียจ กลายเป็นราชินีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในมณฑล
ทว่าสิ่งที่เหนือความคาดหมายที่สุดคือผู้ชายที่ชื่อฟ่านเหวินเจี๋ย จากหมาป่าที่เคยแยกเขี้ยวใส่ ทำไมตอนนี้ถึงกลายเป็นสามีสายเปย์ที่คลั่งรักหวงก้าง และพร้อมจะขย้ำทุกคนที่กล้ามาแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บ!
“สามีคะ... ไหนบอกว่าครบเจ็ดวันจะหย่าไง แล้วที่กอดฉันไว้แน่นแบบนี้คืออะไรกัน!”
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
คืนซ่านเมื่อสบตากับคุณหมอ
คืนนั้นเขาจัดหนักจัดเต็มจนเธอระบมไปทั้งตัว... รุนแรงจนต้องหอบสังขารไปโรงพยาบาลในวันรุ่งขึ้น
แต่โลกมันจะกลมเกินไปไหม หมอที่เดินเข้ามาตรวจภายในให้เธอดันเป็น 'หมอปูลวัชร' ผู้ชายที่เธอเพิ่งทิ้งเงินค่าตัวไว้ให้บนหัวเตียงเมื่อคืน
เธอกลั้นใจทำเป็นจำไม่ได้ แต่หมอเจ้าของสถิติ 'ของใหญ่' กลับจัดยาชุดใหญ่พร้อมยาคุมฉุกเฉินให้ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
ซ้ำร้ายไปกว่านั้น... เปิดเรียนวันแรก เขาดันโผล่มาในฐานะ 'อาจารย์ที่ปรึกษา' และเจ้าของคลินิกที่เธอต้องไปฝึกงาน
"ถ้าไม่อยากให้เรื่องคืนนั้นหลุดไปถึงหูพ่อแม่เธอ... คืนนี้มาติวหนังสือที่ห้องหมอนะครับ... นักศึกษา"
งานนี้ไม่ได้เรียนฟรี แต่ต้องจ่ายค่าหน่วยกิตเป็น 'ร่างกาย' ยายลีวายจะรอดจากหมอหิวโซคนนี้ได้ยังไงก่อน!













