บทที่ 3 อยากได้

"น้องรินครับ... หลังจากที่เราเดินเลือกซื้อของกันมาสักพักแล้ว น้องรินอยากจะเดินทางกลับบ้านเลยไหมครับ หรือว่าอยากจะเดินเล่นฆ่าเวลาต่ออีกสักหน่อยดี?" มาติณห์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและแฝงความใส่ใจ ขณะที่สายตาคมกริบยังคงทอดมองใบหน้านวลเนียนของหญิงสาวข้างกายอย่างไม่ละสายตา

นรินดาชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มหวานออกมาบาง ๆ "เอ่อ... ก็ดีเหมือนกันค่ะพี่ติณห์ รินเองก็รู้สึกเบื่อ ๆ ที่ต้องอุดอู้เอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเหมือนกัน ออกมาเดินสูดอากาศข้างนอกแบบนี้ก็เพลินดีนะคะ"

"ถ้างั้นก็ตามใจน้องรินเลยครับ..." ชายหนุ่มเสนอไอเดียด้วยแววตาสดใส "ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่พาเดินไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ดีไหมครับ ช่วงนี้มีหนังเข้าใหม่น่าดูหลายเรื่องเลยนะ เผื่อน้องรินจะสนใจ"

"เอางั้นก็ได้ค่ะ... รินก็อยากดูหนังเหมือนกันไม่ได้เข้าโรงหนังมานานมากแล้วค่ะ" นรินดาพยักหน้ารับด้วยความเห็นชอบ

"โอเคครับ ถ้างั้นเราเดินไปที่โซนโรงภาพยนตร์กันเลยดีกว่าครับ"

2 ชั่วโมงผ่านไป...

หลังจากภาพยนตร์เรื่องโปรดรอบพิเศษจบลง ทั้งสองคนก็เดินเคียงคู่กันออกมาจากโรงภาพยนตร์หรูด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลายและสนิทสนมกันมากขึ้นกว่าเดิม

"หนังเรื่องเมื่อสักครู่นี้... สนุกไหมครับน้องริน?" มาติณห์หันมาเอ่ยถามพลางส่งยิ้มอบอุ่นให้

"สนุกมาก ๆ เลยค่ะ! รินชอบเนื้อเรื่องเรื่องนี้มากเลย พระเอกนางเอกเคมีเข้ากันสุด ๆ" นรินดาตอบรับด้วยรอยยิ้มกว้าง แววตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น

"จริงเหรอครับ? บังเอิญจังเลยนะ... พี่ก็ชอบเรื่องนี้เหมือนกันครับ ดูท่าทางรสนิยมของเราสองคนจะตรงกันหลายอย่างเลยนะเนี่ย" มาติณห์หัวเราะเบา ๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี

"เอ่อ... ค่ะ" นรินดาเผลอหลบสายตาคมคู่นั้นอีกครั้งเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้กว่าปกติ

ตึก... ตึก... ตึก...!

จู่ ๆ หัวใจเจ้ากรรมของฉันก็เกิดอาการเต้นรัวแรงขึ้นมาดื้อ ๆ โดยไม่ทันได้ตั้งตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดแต่กลับอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูกตีตื้นขึ้นมาจนรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งพวงแก้ม... นี่ฉันเป็นอะไรไปเนี่ย ทำไมต้องใจเต้นแรงกับผู้ชายคนนี้ขนาดนี้ด้วยนะ!

"นี่ก็ใกล้เวลาเที่ยงพอดีเลยครับ..." มาติณห์เหลือบมองนาฬิกาข้อมือราคาแพง "งั้นเราไปหาอะไรอร่อย ๆ ทานกันก่อนดีไหมครับน้องริน ก่อนที่พี่จะอาสาพาน้องรินเดินทางกลับบ้าน"

"ดีเหมือนกันค่ะพี่ติณห์ รินเริ่มรู้สึกหิวพอดีเลยค่ะ" นรินดาพยักหน้ารับอย่างเห็นพ้องต้องกัน

"ครับ งั้นเราเดินเข้าร้านอาหารอิตาเลียนฝั่งโน้นกันเลยดีกว่า บรรยากาศดีและอาหารอร่อยมาก พี่รับรองเลย"

"ไปกันค่ะ"

@ร้านอาหารอิตาเลียนสุดหรู

ภายในร้านตกแต่งด้วยสไตล์ยุโรปโมเดิร์นให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นส่วนตัว ทั้งคู่เลือกนั่งโต๊ะมุมติดกระจกใสที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกได้อย่างชัดเจน

"รินอยากทานอะไรเป็นพิเศษ สั่งได้เต็มที่เลยนะครับไม่ต้องเกรงใจ... มื้อนี้พี่ติณห์เป็นคนเลี้ยงเองครับ" มาติณห์ผายมือส่งเมนูอาหารเล่มหนาให้หญิงสาว

นรินดารับเมนูมาเปิดดูคร่าว ๆ ก่อนจะเอ่ยรายการอาหารที่ตัวเองชื่นชอบ "รินอยากทานสเต็กเนื้อวัวยัดไส้ความสุกกำลังดี แล้วก็พาสต้าซอสวอลนัท... ขอสลัดผักสดกรอบกับน้ำส้มคั้นคั้นสดสักแก้วก็พอแล้วค่ะ แล้วพี่ติณห์ล่ะคะ อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมเดี๋ยวรินช่วยสั่งให้"

"ตามใจน้องรินได้เลยครับ พี่ทานอะไรก็ได้หมด ง่าย ๆ อยู่แล้ว" ชายหนุ่มยิ้มรับด้วยความเอ็นดู

"งั้นรินสั่งเพิ่มให้นะคะ... เอาเป็น Penne alla vodka, Spaghetti with tomato sauce, Pasta primavera แล้วก็เพิ่มน้ำส้มให้อีกแก้วค่ะ... เอาแค่นี้ก่อนค่ะ" นรินดาหันไปบอกพนักงานเสิร์ฟ

"ขอประทานโทษด้วยนะครับ... ทางเราขออนุญาตแนะนำไวน์แดงชั้นดีสัก 1 ขวด เพิ่มเข้ามาในรายการอาหารด้วยไหมครับคุณผู้ชาย?" พนักงานหนุ่มเอ่ยเสริมอย่างนอบน้อม

มาติณห์พยักหน้ารับทันที "อ่า... ดีครับ งั้นรินขอไวน์แดงเพิ่มอีก 1 ขวดด้วยนะครับ... เอาแค่นี้แหละครับสำหรับอาหารคาว"

"รับทราบครับผม ขอเวลาสักครู่นะครับระหว่างรออาหารหลัก ทางเรามีชีสเค้กเนื้อเนียนนุ่มท็อปปิ้งวิปครีมสดสูตรพิเศษของทางร้าน เสิร์ฟให้ทานเล่นรองท้องก่อนครับ" พนักงานโค้งตัวรับออเดอร์ก่อนจะเดินผละไปยังห้องครัว

"ขอบคุณค่ะ" นรินดายิ้มรับ

"ครับผม"

หลังจากพนักงานเดินลับตาไป มาติณห์ก็หันกลับมาสบตากับหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาจริงจังขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย

"น้องรินครับ... พี่มีเรื่องอยากจะถามสักหน่อย..." มาติณห์เว้นจังหวะไปเล็กน้อย "น้องริน... อยากจะแต่งงานกับพี่จริง ๆ หรือเปล่าครับ?"

นรินดาชะงักมือที่กำลังถือแก้วน้ำทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนประหลาดใจ "ทำไมอยู่ ๆ พี่ติณห์ถึงถามรินแบบนี้ล่ะคะ?"

"พี่ก็แค่อยากรู้ความรู้สึกที่แท้จริงจากใจน้องรินน่ะครับ... ถ้าน้องรินรู้สึกอึดอัด หรือไม่อยากที่จะแต่งงานกับพี่จริง ๆ ล่ะก็... น้องรินปฏิเสธได้เลยนะครับ พี่ไม่ถือสาและพร้อมที่จะเคารพการตัดสินใจของน้องเสมอ" ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลจริงใจ

นรินดาก้มหน้าลงมองมือตัวเองที่ประสานกันอยู่บนตัก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวสับสน "คือ... ริน..." เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะตัดสินใจพูดความจริงออกไป "คือริน... เอ่อ... รินยังไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเท่าไหร่หรอกค่ะ เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา รินไม่เคยมีแฟนและไม่เคยมีความรักแบบนี้มาก่อนเลย... รินกลัวความผิดหวัง กลัวการเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ และรินก็ยังไม่กล้าพอที่จะตัดสินใจแต่งงานตอนนี้หรอกค่ะ... พี่ติณห์คงจะไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ ถ้ารินจะบอกว่ารินยังไม่พร้อมจริง ๆ..."

มาติณห์ยิ้มละมุนออกมาทันทีเมื่อได้ยินคำสารภาพอันจริงใจของหญิงสาว "ครับ... พี่เข้าใจ และพี่รอได้ครับ... แต่ว่านะ... เอ่อ... จริง ๆ แล้วตั้งแต่แรกเจอ พี่รู้สึกดีกับน้องรินมากจริง ๆ นะครับ... ถ้าน้องรินไม่รังเกียจ... ให้โอกาสพี่ได้พิสูจน์ตัวเองและเรียนรู้กันไปก่อนได้ไหมครับ?"

"คือริน... เอ่อ... คือว่า..." นรินดาหน้าแดงก่ำทำตัวไม่ถูกเมื่อเจอคำหยอดตรงไปตรงมา "อาหาร... อาหารมาเสิร์ฟพอดีเลยค่ะ!" เธอรีบเปลี่ยนเรื่องทันควันเพื่อแก้เขิน

"ครับบบ..." มาติณห์หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเอ็นดูในความน่ารักของเธอ

หลังจากผ่านพ้นมื้ออาหารกลางวันอันแสนอบอุ่นและน่าประทับใจ ทั้งคู่ก็ยังคงเดินเล่นพูดคุยหยอกล้อกันไปเรื่อย ๆ ตามประสาหนุ่มสาว จนกระทั่งดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง บ่งบอกเวลาเริ่มเข้าสู่ช่วงค่ำ มาติณห์จึงอาสาขับรถพาว่าที่คู่หมั้นสาวเดินทางกลับส่งบ้านพักตามสัญญา

(Talk: นรินดา)

19:00 PM

ตอนนี้ฉันกำลังนั่งนิ่งสงบอยู่ภายในห้องโดยสารรถยนต์คันหรูราคาแพงของพี่ติณห์ บรรยากาศภายในรถเปิดเพลงคลอเบา ๆเคล้าเสียงเครื่องยนต์ที่กำลังพุ่งทะยานมุ่งหน้ากลับสู่คฤหาสน์ของครอบครัวฉันอย่างนิ่มนวล

@บ้านพัชระเมธากุล

รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบท่าสนิทบริเวณหน้าประตูกลางคฤหาสน์

"คุณผู้หญิงคะ... คุณหนูเดินทางกลับมาถึงบ้านแล้วค่ะ!" เสียงแม่บ้านเอ่ยทักทายเสียงดังลั่นเมื่อเห็นร่างของฉันเดินลงมาจากรถ

คุณแม่ผู้บังเกิดเกล้าเดินยิ้มร่าเริงออกมาต้อนรับถึงหน้าประตูบ้าน "กลับมากันแล้วเหรอจ๊ะลูก... ไปเที่ยวเดินเล่นช็อปปิ้งดูหนังกับพี่เขาเป็นยังไงบ้างสนุกไหม? แล้วพี่ติณห์เขาดูแลเอาใจใส่ลูกดีหรือเปล่าจ๊ะ?"

"ดีค่ะคุณแม่... พี่ติณห์ดูแลรินดีมาก ๆ เลยค่ะ" ฉันตอบเสียงอ้อมแอ้มด้วยความเขิน

คุณแม่หันไปส่งยิ้มกว้างให้ชายหนุ่มร่างสูงที่เดินตามหลังมาติด ๆ "แล้วเป็นไงบ้างจ่ะตาติณห์... น้องดื้อกับหนูหรือเปล่า?"

"ไม่ดื้อเลยครับคุณแม่... น้องรินน่ารักมาก ๆ เลยครับ" มาติณห์ตอบรับด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์

"อ๋อเหรอจ๊ะ... แล้วสรุปว่าชอบน้องเขาไหมล่ะเราน่ะ?" คุณแม่เอ่ยแซวตรง ๆ ตามประสาผู้ใหญ่ใจดี

ฉันรีบหันขวับไปแยกเขี้ยวใส่คุณแม่ทันที "คุณแม่คะ! ไปถามพี่เขาแบบนั้นได้ยังไงกันเล่าคะเนี่ย... งื้อออ~" ฉันเขินจนแทบจะมุดแผ่นดินหนีอยู่แล้วนะ

"น้องเขาก็น่ารักดีครับ..." มาติณห์ตอบสั้น ๆ พร้อมกับส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาทางฉันวับหนึ่ง

Rrrrrrr... Rrrrrrr... Rrrrrrr...!

จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือของคุณแม่ก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาพอดี "อุ๊ย... เดี๋ยวแม่ขอตัวไปรับโทรศัพท์แป๊บนึงก่อนนะจ๊ะ พอดีมีสายด่วนติดต่อธุระเข้ามา... พวกหนูยืนคุยเล่นกันรอแม่ตรงนี้ก่อนนะแป๊บเดียวจ่ะ"

"ครับคุณแม่" มาติณห์พยักหน้ารับ

เมื่อคุณแม่เดินแยกตัวออกไปรับโทรศัพท์ที่มุมห้องรับแขก มาติณห์ก็ฉวยโอกาสนี้ขยับเข้ามาใกล้ฉันกระซิบเสียงนุ่มทันที

"น้องรินครับ... คำถามที่พี่ถามไปก่อนหน้านี้ พี่เวลายังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนจากน้องรินเลยนะคร้าบ"

"เอ่อ... พี่ติณห์คะ คือว่าเรื่องนั้น... ริน..." ฉันอึกอักทำตัวไม่ถูก

"งั้นถ้าน้องรินยังไม่พร้อมที่จะให้คำตอบเรื่องแต่งงานในตอนนี้ ก็ไม่เป็นไรครับ... พี่ไม่รีบ แต่ว่า... อย่างน้อย ๆ เพื่อความสบายใจของพี่ และเพื่อให้น้องรินได้เปิดใจเชื่อใจพี่มากขึ้น... ขอไอดีไลน์ส่วนตัวของน้องรินให้พี่ได้ไหมครับ?"

"เอ่อ... ก็ได้ค่ะ" ฉันพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้เพราะปฏิเสธสายตาออดอ้อนนั้นไม่ลง

"เย้... สำเร็จ!" มาติณห์ยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี "งั้นวันนี้พี่คงต้องขอตัวกลับบ้านก่อนนะครับ ดึกมากแล้วเดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่จะรอนาน"

"ค่ะ เดินทางกลับบ้านดี ๆ นะคะพี่ติณห์"

"ฝันดีล่วงหน้านะครับน้องริน... อย่าลืมหลับตาแล้วฝันถึงพี่คนนี้ด้วยล่ะ ☺️❤️" ชายหนุ่มส่งยิ้มหวานหยดย้อยจนใจฉันกระตุกวูบ

"เอ่อ... เช่นกันค่ะ" ฉันตอบรับเสียงเบาหวิว

"แล้วเจอกันใหม่พรุ่งนี้นะครับ... เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าพี่มารับไปทำธุระต่อ คุณแม่โทรศัพท์นัดกับคุณแม่พี่เรียบร้อยแล้วล่ะครับ"

ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "เดี๋ยวค่ะพี่ติณห์! ไปไหนคะพรุ่งนี้? รินยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะ!"

"เจอกันพรุ่งนี้นะครับคนสวย!"

"เดี๋ยวสิคะพี่ติณห์! พี่ติณห์อย่าเพิ่งไปสิคะ... เฮ้อ! ไปไวเป็นจรวดขนาดนี้... ไม่ทันซะแล้วสิเนี่ย!" ฉันได้แต่ยืนบ่นพึมพำกับความมัดมือชกของว่าที่คู่หมั้นหนุ่ม

ในขณะเดียวกัน หัวใจเจ้ากรรมที่อยู่ในอกก็ยังคงเต้นโครมครามไม่ยอมหยุดหย่อน "โอ๊ย... หัวใจบ้าเอ๊ย! จะเต้นแรงอะไรนักหนาก็ไม่รู้ ท่องเอาไว้สิยะยายริน ห้ามหวั่นไหวเด็ดขาดนะ! ไม่ได้เด็ดขาด... หยุดเต้นแรงแบบนี้สักทีเถอะนะหัวใจ!" ฉันยกมือขึ้นทาบอกตัวเองพยายามควบคุมสติ

"ยืนพูดอะไรคนเดียวเสียงดังอยู่ตรงนั้นน่ะยายรินลูก?" เสียงคุณแม่เดินกลับเข้ามาทักด้วยความสงสัย

ฉันสะดุ้งสุดตัวรีบหันไปยิ้มกลบเกลื่อน "ม๊า...!! ป่าวค่ะคุณแม่ ไม่มีอะไรเลยค่ะหนูไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย!"

"ทำไมจะต้องตกใจหน้าตาตื่นขนาดนั้นด้วยล่ะเนี่ยเด็กคนนี้... แล้วเมื่อกี้เห็นตาติณห์รีบเดินจ้ำอ้าวกลับขึ้นรถไป... เขากลับกันไปแล้วหรอจ๊ะ?" คุณแม่เอ่ยถามพลางมองเลยไปข้างนอก

"กลับไปแล้วค่ะ... งั้นหนูขอตัวขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อนก่อนนะคะคุณแม่ เดี๋ยวลงมาทานข้าวเย็นพร้อมกันค่ะ" ฉันรีบหาทางชิ่งหนี

"จ่ะลูกรัก ไปอาบน้ำอาบท่าให้สบายตัวเถอะ อาบเสร็จแล้วค่อยลงมาทานข้าวข้างล่างนะจ๊ะ ม๊ามีเรื่องสำคัญอื่น ๆ อยากจะพูดคุยปรึกษาเพิ่มเติมด้วย"

"โอเคค่ะม๊า... รักม๊านะคะ!" ฉันรีบก้าวเข้าไปสวมกอดแล้วหอมแก้มคุณแม่ฟอดใหญ่

ฟอดดดดด... ก่อนจะรีบวิ่งหนีขึ้นห้องนอนชั้นบนไปอย่างรวดเร็วด้วยความโล่งอกโล่งใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป