บทที่ 11 ไอ้นั่น

  "หึ...กลัวมันรู้รึไงว่าฉันเป็นอะไรกับเธอ" ก้องพูด ส่วนฉันไม่ได้มีท่าทีตกใจอะไรกับคำพูดของเขาหรอก แต่ดินเนี่ยสิ...เขาโอบไหล่ของฉันเอาไว้แน่นมาก ฉันได้ยินเสียงเขาขบเคี้ยวเขี้ยวฟันอย่างพยายามจะข่มกลั้นอารมณ์บางอย่างของตัวเองเอาไว้

  "ทำไมฉันต้องกลัว" ฉันโต้ตอบก้องออกไปทั้งที่ไม่อยากจะพูดกับเขาสักเท่าไหร่ พวกเราสองคนจบกันไม่ค่อยดี ฉันตัดใจจากเขาได้นานแล้ว ไม่ว่าเขาจะพูดยังไงฉันก็ไม่มีทางหวั่นไหว แต่ที่ฉันชวนดินกลับเพราะฉันไม่อยากเจอหน้าเขา เข้าใจไหมว่าคนมันเกลียดไปแล้ว แม้แต่หน้าเขาฉันก็ไม่อยากจะมอง

  "ไม่กลัว แล้วเธอจะรีบกลับทำไม ไง...ไม่คิดจะแนะนำฉันกับผู้ชายคนใหม่ของเธอหน่อยเหรอ เผื่อจะได้ทำความรู้จักกันเอาไว้" ก้องยืดตัวขึ้นจนเต็มความสูงพร้อมกับสาวเท้าเข้ามาหาฉันกับดินก่อนที่จะยื่นมือมาตรงหน้าดินหวังจะให้ดินยืนมือไปสัมผัสกับฝ่ามือแกร่งของเขา

  ผู้ชายคนใหม่ของฉันงั้นเหรอ...

  "ไม่จำเป็นหรอกครับ ผมไม่ค่อยสะดวกที่จะรู้จักกับของเก่าๆ" ดินหยุดพูดพร้อมกับมองไปที่ก้องด้วยสายตาครมกริบ ก่อนที่เขาจะพูดประโยคที่ทำให้ก้องแสดงอาการหัวร้อนออกมา "กลัวจะอดล่อหน้าไม่ไหว มือยิ่งไวอยู่ด้วย"

  "ไอ้เหี้ย!!"

  "กลับก่อน เรื่องอื่นช่างมัน" ฉันหันไปพูดกับดินพร้อมทั้งกระตุกฝ่ามือเขาที่ตอนนี้กลับมาอยู่ข้างตัวเรียบร้อยแล้ว สายตาของดินนั้นมีความหงุดหงิดอยู่พอสมควรแต่มันก็หายไปหลังจากที่ฉันเอื้อมมือไปสัมผัสที่ฝ่ามือของเขาและบีบอย่างแผ่วเบา

  "ปากดี อยากมีสีติดสักหน่อยมั้ยล่ะ" ก้องทำทีจะเข้ามาผลักอกดิน แต่ฉันเลือกที่จะเดินเข้าไปขวางไว้ซะก่อน

  "เลิกทำตัวต่ำๆสักที นายควรจะรักษาภาพพจน์ตัวเองบ้างนะ" ฉันเงยหน้าพูดกับเขา

  "หนึ่ง…" เขาเรียกฉัน

  "กลับกันเถอะดิน" แต่ฉันกลับหันไปให้ความสนใจกับดินก่อนที่จะเป็นฝ่ายจูงมือเขาออกจากห้องตรวจมา

  ระหว่างอยู่ในรถ ฉันกับดินไม่มีใครพูดอะไรกันแม้แต่ประโยคเดียว เขาเงียบ ฉันเงียบ ซึ่งเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดมาก่อนหน้านี้มันทำให้ฉันอึดอัดพอสมควร

  "ขอโทษนะ" ฉันเป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบระหว่างพวกเราสองคนออกไป ซึ่งระหว่างที่พูดประโยคนี้ทำให้ฉันอดเหลือบมองคนที่กำลังขับรถด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดไม่ได้ 

  "เรื่อง?" ดินเอ่ยถามแล้วหันมามองฉันแค่เพียงเสี้ยววินาที จากนั้นเขาก็หันไปสนใจถนนตรงหน้าต่อ 

  "ก็...เรื่องเมื่อกี้" ฉันเอ่ยออกไปเสียงแผ่ว

  "หนึ่งไม่ต้องขอโทษหรอก ดินต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษ" อยู่ๆดินก็เอ่ยประโยคที่ทำให้ฉันแปลกใจขึ้นมา 

  "ขอโทษที่เมื่อกี้ล่วงเกินหนึ่ง ไม่ได้ตั้งใจ..." เขาว่า 

  "แค่ไม่อยากเห็นคนนั้นสาดคำพูดไม่ดีใส่หนึ่ง" ฉันเหลือบมองเสี้ยวหน้าที่หล่อหมดจดของดิน พลันคำพูดของก้องก็แวบเข้ามาในหัว

  'หึ...กลัวมันรู้รึไง ว่าฉันเป็นอะไรกับเธอ'

  'ไม่คิดจะแนะนำฉันกับผู้ชายคนใหม่ของเธอหน่อยเหรอ'

  "ไม่เป็นไร ยังไงก็ขอบคุณดินด้วยนะ แล้วก็ขอโทษด้วย" ฉันเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างแผ่วเบาอีกครั้ง 

  "บอกแล้วไงว่าไม่ต้องขอโทษ หนึ่ง..." 

  "หื้ม?" ดินเรียกชื่อฉันก่อนที่เขาจะเงียบไปหลายวินาที 

  "ช่างเถอะ ไม่มีอะไร" หลังจากที่เขาพูดประโยคนี้จบพวกเราสองคนก็ไม่พูดอะไรกันอีกเลยจนกระทั่งดินขับรถมาถึงคอนโดของฉัน 

  อ่อ ระหว่างทางฉันเห็นเขาแวะลงไปซื้ออะไรก็ไม่รู้ ฉันไม่ได้สังเกตน่ะ มัวแต่ตอบไลน์แม่อยู่

  "ขอบคุณนะ ขับรถดีๆล่ะ เอ่อดิน พรุ่งนี้หนึ่งว่าจะลางานวันนึงนะ อยากนอนพักสักหน่อยน่ะ" ฉันเอ่ยความต้องการของตัวเองออกไป ส่วนดินก็หันไปค้นอะไรบางอย่างที่วางอยู่หลังรถก่อนที่จะยื่นมาให้ฉัน 

  "นี่โจ๊ก ส่วนนี่ก็ยา กินตามฉลากเลย แล้วก็นอนพักเยอะๆ พรุ่งนี้เดี๋ยวดินลงลาให้ แล้วก็อันนี้...แค่อยากให้เฉยๆ จะเก็บไว้หรือจะทิ้งก็ตามใจ" หลังจากที่ส่งของถุงสุดท้ายให้ฉันเสร็จ เขาก็เบนสายตาไปทางอื่นทันที ซึ่งถ้าฉันมองไม่ผิด...เมื่อกี้เขาแสดงสีหน้าเหมือนเขิน ว่าแต่...เขาเขินทำไมล่ะ?

  "ขอบคุณนะ ยังไงถึงแล้วก็ไลน์มาบอกด้วยล่ะ หนึ่งเป็นห่วง" ฉันกำชับดินพร้อมกับเตรียมตัวจะลงจากรถอีกครั้ง ส่วนดินอยู่ๆเขาก็นิ่งเงียบไป แต่ระหว่างที่ฉันกำลังจะเปิดประตูเพื่อลงจากรถอีกรอบนั้นฝ่ามือแข็งแกร่งตามแบบฉบับผู้ชายก็เอื้อมมาคว้าท่อนแขนฉันเอาไว้ซะก่อน 

  "เดี๋ยวสิหนึ่ง" ดินเรียกฉันด้วยน้ำเสียงที่เว้าวอนประมาณนึง ตอนนี้ยังไม่มืด ทำให้ฉันเห็นสีหน้าของเขาได้ชัดเจน ไอ้สีหน้าที่เหมือนจะเขินเมื่อครู่น่ะตอนนี้มันหายไปแล้ว เท่าที่ฉันเห็นอยู่ตอนนี้คือสีหน้าที่ค่อนข้างข้องใจ(?) ของดิน 

  "ว่า?" ฉันมองฝ่ามือของดินที่จับท่อนแขนฉันอยู่ ก่อนที่จะเลื่อนสายตาขึ้นไปมองเขา 

  "หนึ่ง...คนนั้น เอ่อ..."

  "คนนั้น?" ฉันทวนคำพูดของดิน 

  "ก็...ที่โรงพยาบาล" น้ำเสียงของดินแผ่วเบามาก ยังดีที่ว่าในรถมีแค่พวกเราสองคนไม่มีเสียงจากภายนอกรบกวน ฉันเลยได้ยินเขาพูดชัดเจน 

  "ตามที่ดินเข้าใจนั่นแหละ" ฉันพูดออกไปเพราะรู้ว่าดินเองก็ต้องรู้เหมือนกันว่าระหว่างฉันกับก้องเป็นยังไง เพียงแต่เขาอยากได้ยินคำยืนยันจากปากฉันก็เท่านั้นเอง เพราะสิ่งที่ก้องแสดงออกมันไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้เลย นอกจากคนเคยผูกพันธ์คนเก่าๆ

  "ดูคนนั้นยังรักหนึ่ง" ประโยคนี้ดินพูดกับฉันนะ แต่เขาไม่แม้แต่จะมองหน้าฉันเลย ให้ความรู้สึกเหมือนคนเป็นแฟนกำลังงอนกัน แต่ประเด็นคือฉันกับเขาพวกเราไม่ได้เป็นอะไรกันเลยนะ นอกจากเพื่อนร่วมงานที่ดี ถึงดินจะแสดงออกว่าสนใจและจีบฉันอยู่ก็เถอะ แต่ว่าฉันยังไม่ได้เอ่ยหรือทำอะไรที่ให้ความหวังเขาออกไปเลยแม้แต่นิดเดียว 

  แล้วฉันเองก็ไม่สามารถไปบังคับจิตใจให้เขาไม่รู้สึกกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น คือจะพูดยังไงดี ว่ากันตามทฤษฎีก็คือ ถ้าเราสนใจใครอยู่แล้วมีอีกคนโผล่มาแสดงตัวว่าเป็นคนที่เคยมีความสัมพันธ์กันในระดับหนึ่ง มันก็ทำให้เราเกิดความรู้สึกไม่พอใจ ไม่ชอบใจ และอาจทำให้ไม่ชอบหน้าคนอีกคนก็เป็นได้ 

  "ไม่หรอก เขามีแฟนแล้ว" ฉันตอบดินออกไป

  "แล้วหนึ่ง?" 

  "ก็แค่เคยรักน่ะ ตอนนี้ไม่รู้สึกอะไรแล้ว" แล้วทำไมฉันจะต้องมาอธิบายความรู้สึกของตัวเองให้ดินฟังด้วยล่ะ ไม่เห็นจำเป้นเลยสักนิด ฉันแค่ตอบไปว่าแค่เคยรักก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่หรือไง พูดแบบนี้…มันจะเหมือนเป็นการให้ความหวังเขารึเปล่านะ 

  "อื้ม งั้นหนึ่งขึ้นห้องเถอะ ไว้ถึงห้องแล้วดินจะไลน์บอก" อยู่ๆน้ำเสียงของดินก็ระริกระรี้ขึ้นมาซะอย่างนั้น ฉันล่ะตามอารมณ์เขาไม่ถูกจริงๆ 

  -หนึ่งชั่วโมงต่อมา-

  ฉันกินข้าวกินยาอาบน้ำเพื่อเตรียมจะนอนพักผ่อน ระหว่างที่กำลังรอผมแห้งก็เล่นมือถือไปด้วย สไลด์นิ้วจนเบื่อก็ไม่มีอะไรน่าสนใจสักที จนกระทั่งฉันกดเข้าไอจี พอกดเข้ามาก็ต้องเจอเข้ากับโพสต์ของดิน ฉันกำลังจะกดไลค์ให้เขาแต่ฝ่ามือก็ชะงักทันทีที่เห็นแคปชั่น 

  ฉันขมวดคิ้วแล้วกำลังจะกดเลื่อนไปดูโพสต์อื่น แต่ไม่รู้ว่ากดอีท่าไหนมือเจ้ากรรมถึงได้กดเข้าไปดูคอมเม้นใต้ภาพของเขาซะได้ วูบหนึ่งนั้นฉันรู้สึกตะหงิดๆกับแคปชั่นของเขา หวังว่าคงไม่ได้หมายถึงฉันหรอกนะ 

  ไม่หรอก เขาเป็นคนหน้าตาดี เห็นๆกันอยู่ว่าสาวๆเข้ามาคอมเม้นใต้รูแเขามากขนาดไหน เขาน่ะฮอตจะตายไป ไม่มีทางที่เขาจะหมายถึงฉันหรอก 

  หลังจากที่เล่นไอจีรอผมแห้งจนเบื่อ ฉันก็กดเข้าไปดูแชตไลน์ที่คุยทิ้งไว้ เป็นแชตที่ฉันคุยกับแม่น่ะ 

  Mom : แกจะกลับบ้านเมื่อไหร่ 

  Me : น่าจะสิ้นเดือนหน้าน่ะแม่

  Mom : หายไปตั้งหลายเดือน ลืมฉันแล้วหรือไง

  Me : เปล่าสักหน่อยแม่ ช่วงนี้หนูงานยุ่งน่ะ

  Mom : กลับมาให้เห็นหน้าบ้าง ถ้าฉันตายไปแกจะรู้เหรอ หายหัวไปนานขนาดนี้ 

  ฉันถอนหายใจแล้วปิดแชตลงทันที ยิ่งอ่านแชตที่คุยกับแม่แล้วอดน้อยใจไม่ได้ ไม่เคยเลยสักครั้งที่แม่จะพูดดีกับฉัน ท่านไม่ค่อยทักหาฉันหรอก ถ้าไม่มีเรื่องจำเป็นจริงๆ 

  แล้วฉันอยากกลับบ้านซะเมื่อไหร่ล่ะ ใช่ว่าฉันไม่ห่วงแม่ แต่ฉันไม่อยากกลับไปเจอครอบครัวใหม่ของแม่ที่มองฉันเหมือนตัวน่ารังเกียจ มองฉันเหมือนเป็นแค่ส่วนเกินระหว่างพวกเขา 

  KONG

  "เบาได้เบามึง จะแดกให้ตายไปข้าง?" ไอ้นัทปรามพร้อมเอื้อมมือมาดึงแก้วเหล้าไปจากมือผม มันพูดเหมือนไม่รู้จักผมดี คนอย่างผมต้องซดเหล้าเพียวๆกรมนึงถึงจะเมา นี่ผมดื่มไปได้ไม่กี่แก้วไอ้นัทมันก็ห้ามซะแล้ว 

  "ไม่ได้แดกกูน่าจะตายก่อน" ผมหันไปมองค้อนมัน 

  ไอ้ห่านี่ชอบขัดใจผม 

  "ไอ้โน่นก็หน้าเป็นส้นตีน ส่วนมึงก็หน้าเป็นเล็บขบ มาเที่ยวกะกูทั้งทีทำหน้าให้มันดีๆหน่อยไม่ได้?"  ไอ้นัทตะโกนแข่งเสียงเพลงที่กำลังดังอยู่ในผับ ส่วนผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแหละ ถึงไอ้นัทมันจะพูดกรอกหูผม แต่ผมกลับนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นไม่ได้ 

  เคล้ง!

  "แม่ง!!" ผมวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะพร้อมสบถออกมาอย่างหงุดหงิด หงุดหงิดฉิบหาย หงุดหงิดจนไม่สามรถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เลย 

  "มาเหี้ยละ เป็นไรอีกวะ? ทะเลาะกับแม่?" เป็นเจ้าเดิมที่เอ่ยถามผมพร้อมกับส่งแก้วเหล้าเพียวๆไปให้ไอ้เจฟ

  "ทะเลาะกับเมีย(เก่า)" ผมต่อคำว่าเก่าในใจ 

  "เพลง?" ไอ้นัทมันกวนตีนผมพลางยักคิ้วหลิ่วตาไปด้วย ไอ้นี่มันวอน

  "หนึ่งแม่งมีแฟนใหม่" ผมพูดพลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกง

  "แล้ว?" ไอ้เจฟหันมาสนใจผมบ้าง 

  "มึงติด?" ไอ้นัทถามต่อ

  "เออ กูติด" ผมพูดออกไป ผมแม่งติดหวงฉิบหาย หวงเหี้ยๆ ไม่อยากให้หนึ่งมีคนอื่น ไม่อยากให้หนึ่งมีแฟนใหม่ เชื่อมั้ยว่าเมื่อเย็นหนึ่งกับผู้ชายคนใหม่ของเธอทำผมแทบคลั่ง 

  "มึงจะติดเหี้ยไร ทีมึงมีคนอื่นหนึ่งยังไม่เคยมาวอแว แมนๆหน่อยเพื่อน" เป็นไอ้นัทเจ้าเดิมที่พูดเหมือนจะเตือนสติผม 

  "กูอยากเอากระโปรงผู้หญิงใส่แล้วลั่นใส่หน้าแม่งไปที คนอื่นม่ีตั้งเยอะทำไมไอ้เหี้ยนั่นต้องมายุ่งกับหนึ่งด้วยวะ?"

  "ไอ้เหี้ยนั่น? ใครวะมึง?"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป