บทที่ 10 My Ghost 10
<พุดดิ้ง>
หลายวันผ่านไปฉันก็ใช้ชีวิตอยู่กับเขาติวเตอร์นั้นแหละ เบื่อๆ วันเขาไม่ไปเรียนก็ไปทำงาน หลังจากวันที่ไปห้างก็รู้มาว่าเขาทำห้องนอนให้ฉันด้วย อร๊ายย น่ารักที่สุดเลยผู้ชายคนนี้อ่ะถึงจะชอบดุไปหน่อยก็เถอะ แต่เขาตามใจตลอดเลยนะ
'เอาละค่ะมาว่ากันที่ข่าวต่อไปนะคะ ยังจำกันได้มั้ยคะกับนักแสดงสาวหน้าสวยที่จมน้ำอาการโคม่าจากการถ่ายละคร ล่าสุดอาการดีขึ้นตามลำดับนะคะแต่ว่านอนเป็นเจ้าหญิงนิทรามาได้เกือบเดือนแล้วนะคะ แฟนคลับแห่กันไปให้กำลังใจเธออย่างคับคั่ง '
ฉันมองข่าวบันเทิงในทีวีในทีวีแล้วก็รู้สึกหดหู่กับข่าวพวกนี้มากเลย ไม่รู้สิฉันว่ามันน่าสงสารอ่ะ ไม่ดูตัวเองเลยเนาะน่าสงสารกว่าอีก
"พุดดิ้ง ทำอะไรอ่ะ"
ติวเตอร์เดินเข้ามาหาฉันพร้อมกับดูจอโทรทัศน์สักพักเขาอ้าปากค้างอย่างตกใจก่อนจะวิ่งไปหยิบโทรศัพท์มากดอะไรสักอย่าง เขาเอาโทรศัพท์มายื่นตรงหน้าฉันก่อนจะอ้าปากค้าง
"พุดดิ้ง"
"หืม ว่าไงคะ"
"ใช่จริงๆด้วย"
ฉันมองเขาอย่างงงๆคือเขาทำท่าทางตกใจมากๆจนฉันทำหน้าไม่ถูก เขามองโทรศัพท์ในมือแล้วกำแน่นฉันค่อยๆลุกขึ้นแล้วเกินไปประจันหน้ากับเขา
"มีอะไรคะติวเตอร์"
"พุดดิ้ง ฉันรู้แล้วว่าเธอเป็นใคร"
ฉันมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ แต่ที่ตื่นเต้นขึ้นมานิดหน่อยก็เพราะเขาบอกว่าเขารู้แล้วว่าฉันเป็นใครอย่างนั้นเหรอ เขาวิ่งกลับไปที่โต๊ะทำงานเขา ฉันก็รีบวิ่งตามทันที เขาเปิดโน๊ตบุ๊คที่วางอยู่บนโต๊ะก่อนจะค้นหาอะไรสักอย่าง
'พุดดิ้งดารา'
ฉันถึงกับชะงักไปมองหน้าจอด้วยหัวใจที่เต้นรัว นะ...นี่มันรูปฉันทั้งนั้นเลยนี่นา มะ..ไม่จริง
"นะ..นี่มะ..มัน พุดดิ้ง"
"ใช่ นี่คือพุดดิ้งที่เป็นดาราดัง ปัญหาคือทำไมฉันไม่รู้จักเธอวะ"
ฉันหันไปมองหน้าเขาก่อนจะเอ่ยออกไปอย่างน้อยใจ
"ใช่สิพุดดิ้งไม่สวย พุดดิ้งไม่น่ารักนี่นา ติวเตอร์ถึงไม่เคยมองพุดดิ้งเลย"
กลับสู่โหมดดราม่าจนเขาอ้าปากค้างไปเลยอารมณ์แบบตามฉันไม่ทันนั้นแหละ น่าหมั่นไส้มัวแต่เจ้าชู้นะสิถึงได้ไม่สนใจฉันอ่ะ ว่าแต่ฉันเป็นดาราเหรอเนี้ย มิน่าหละฉันถึงสวย อร๊ายยย
"ไม่ใช่อย่างนั้นคือวันๆเธอก็เห็นฉันดูทีวีที่ไหนกัน "
.
.
<ติวเตอร์>
"ไม่ใช่อย่างนั้นคือวันๆเธอก็เห็นฉันดูทีวีที่ไหนกัน "
ผมพยายามจะอธิบายให้เธอเข้าใจผมบอกแล้วไงว่าเจอกันครั้งแรกเธอสวยมาก สวยแบบต้องเหลียวหลังมามองเลยอ่ะ แต่ที่ผมไม่รู้จักเพราะผมไม่ได้ชอบดูละครอะไรพวกนั้นอยู่แล้ว ไม่แปลกที่ผมจะไม่รู้จัก แต่ถ้าเป็นเพื่อนๆผมอาจจะรู้จักก็ได้
"ช่างมันเถอะ"
นั้นไงดราม่าใส่ผมอีกแล้วไง ผมถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะหันไปค้นหาว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ
"จมน้ำในทะเลงั้นเหรอ จมจากการถ่ายละคร แล้วทำไมเธอถึงไปลงน้ำเองแบบนั้นกัน พวกถ่ายละครเขาไม่เซฟกันหรือไงวะ"
ผมบ่นออกไปก่อนจะค้นหาข้อมูลต่อ
"พุดดิ้ง พีรกมล กรกนกการ อายุ21ปี เธอเป็นน้องฉันหนิพุดดิ้ง"
ผมหันไปคุยกับเธอเสียงเรียบ เธอมองประวัติของตัวเองบนหน้าจอก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
"ถ้างั้นพุดดิ้งต้องเรียกพี่ว่าพี่ติวเตอร์ใช่มะ"
ผมพยักหน้ายิ้มๆก่อนจะหันไปค้นหาข้อมูลต่อ
"ชื่อบิดา มารดา อ่ออันนี้ต้องจดไว้จะได้ไปหาครอบครัวของเธอง่ายๆ ตอนนี้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล S ชั้น 12 VVIP 1204 หืมมม คนรวยนะเนี้ย"
ผมพูดลอยๆซะมากกว่า แสดงว่าที่บ้านฐานะทางบ้านเธอก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะถึงขั้นนอนที่โรงพยาบาลนี้ได้นานถึงขนาดนี้อ่ะ
"งั้นเหรอ"
พุดดิ้งเอ่ยเสียงเบาก่อนจะเดินหนีไปทางอื่น ผมมองตามเธอไปอย่างไม่เข้าใจอะไรของเธอกันเนี่ยทำอย่างกับไม่ดีใจที่รู้ว่าตัวเองเป็นใครงั้นแหละ ผมลุกขึ้นเดินตามเธอออกไป เปิดประตูเข้าไปหาเธอในห้องก็เจอเธอกำลังนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง
"พุดดิ้ง"
"พุดดิ้ง"
ผมตะโกนเรียกเธออีกรอบคราวนี้เหมือนเธอจะสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันมามองหน้าผม
"คะ"
"เป็นอะไรทำไมถึงไม่ดีใจที่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร"
ผมเดินไปนั่งลงข้างๆเธอ เธอมองสบตากับผมก่อนจะกระพริบตาปริบๆเหมือนจะร้องไห้
"อ่าวเห้ย ร้องไห้ทำไมเนี้ย"
"ก็ติวเตอร์ทำเหมือนอยากจะรีบให้พุดดิ้งไปไกลๆเลยอ่ะ ทำไมเหรออยากให้พุดดิ้งไปไวๆเหรอ ติวเตอร์รำคาญพุดดิ้งใช่มั้ย"
เธอมองผมด้วยแววตาเศร้าสร้อยก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ผมไม่ได้อยากไล่สักหน่อยผมก็แค่อยากจะช่วยเธอเท่านั้น ถ้าเธอกลับเข้าร่างตัวเองได้มันก็เป็นผลดีไม่ใช่เหรอไง
"มันไม่ใช่แบบนั้นแต่ฉันอยากจะช่วยให้เธอกลับร่างของตัวเองไวๆ เวลาของเธอมีไม่มากแล้วนะ"
ผมพยายามจพคุยกับเธอดีๆ ตอนนี้เธองอแงเป็นเด็กๆเลยอ่ะ เหมือนไม่อยากกลับร่างอ่ะ
"งั้นพาพุดดิ้งกลับตอนนี้เลยสิ พุดดิ้งจะได้ไปจากติวเตอร์ไวๆ พุดดิ้งจะได้ไม่อยู่ให้ติวเตอร์รำคาญใจอีก"
พูดจบก็ลุกขึึ้นทันทีก่อนจะเดินไปยืนรอผมตรงหน้าประตู
"ไปสิคะ"
ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ นี่ผมกำลังถูกประชดอยู่ใช่ไหม เห้อออ เหมือนเธอจะยังไม่อยากกลับร่างของตัวเองแน่ๆแล้วต้องการอะไรเนี้ย
"ไม่ไปล่ะ มานี่พุดดิ้งมานั่งตรงนี้มาคุยกันก่อน"
เธอเดินเข้ามามานั่งตรงข้ามผมอย่างว่าง่ายก่อนจะสะบัดหน้าใส่ผมอย่างงอนๆ
"นี่ตกลงงอนฉันใช่มั้ย ไหนบอกมาสิทำไมถึงงอนทั้งๆที่ฉันกำลังจะช่วยให้เธอกลับเข้าร่างไวๆนะ"
ผมมองสบตากับเธอแล้วเอ่ยถามผมต้อการคำตอบที่มันสมเหตุสมผลที่สุด ถ้ามันฟังขึ้นผมก็จะยังไม่ช่วยให้เธอได้กลับเข้าร่างตอนนี้เพราะเวลามันก็ยังพอมีอยู่
"ว่าไงมีเหตุผลมั้ย"
"เหตุผลเหรอ ก็พุดดิ้งกลัวไม่ได้เจอติวเตอร์อีกไง พุดดิ้งกลัวว่าตัวเองจะจำติวเตอร์ไม่ได้ พุดดิ้งไม่อยากกลับแล้ว พุดดิ้งแค่อยากอยู่กับติวเตอร์พุดดิ้งผิดมากเหรอไง อยากไล่ก็ไล่สิอยากช่วยก็ช่วยเลยไปตอนนี้แหละ ถ้าติวเตอร์รำคาญพุดดิ้งก็พาไปเลยตอนนี้เลย ฮึกๆๆ พาไปเลย ฮือออออ"
