บทที่ 15 My Ghost 15

<ติวเตอร์>

ผมเท้าคางนอนตะแคงมองพุดดิ้งที่หลับสลบไสลไปเกือบสามชั่วโมงแล้วยังไม่ยอมตื่นนอนสักที ผมจิ้มแก้มเธอบ้าง เขี่ยจมูกบ้างก็ไม่มีทีท่าจะตื่นเลย อยากจะแกล้งด้วยการเอาอาหารมาล่อก็กลัวจะรีบตื่นจะนอนหลับไม่อิ่มนะสิ

"อื้ออออออออ"

เสียวครางในลำคอก่อนจะค่อยๆกระพริบตาปริบๆมองผมตาแป๋ว เหมือนจะเพิ่งรู้สึกตัวเธอก็เลยยิ้มหวานให้ผมแล้วบิดขี้เกียจไปมา

"ตื่นแล้วเหรอคะ"

"อื้ม ค่ะ ว่าแต่ว่ายังไงดีคะ"

"ยังไงคือ"

ผมถามออกไปอย่างงงๆ ยังไงคือยังไงหละผมนี่งงไปหมดแล้วนะ

"ยังไงก็คือพุดดิ้งหิวแล้วอ่ะ"

ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ จ๊ะพุดดิ้งหิวอีกแล้วจ้า เห้ออออ ผมลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะหยิบกระเป๋าเงินพร้อมที่จะออกไปหาอะไรทานข้างนอก จริงๆทานในโรงแรมก็ได้แต่ดูๆแล้วคุณหนูพุดดิ้งไม่ยอมแน่ๆคงจะอยากทานอาหารทะเลสดๆตามร้านอาหารมากกว่า

"อยากทานอะไรคะ"

"กุ้ง หอย ปู ปลาาาา ทานหมดเยยยยย"

ผมพยักหน้าเบาๆก่อนจะเดินนำเธอไปก่อน ร่างเล็กค่อยๆกระดึบๆตามมาอย่างกับคนขี้เกียจตื่นอ่ะ แต่คงจะหิวจัดก็เลยยอมตื่นเพื่อไปหาอะไรทาน

"พี่โทรศัพท์หาแม่หนูแล้วนะ"

"จริงเหรอคะ แล้วท่านว่ายังไงบ้างคะ"

พุดดิ้งทำหน้าอยากรู้สุดๆก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ๆผมแล้วเงี่ยหูฟังให้ผมบอกเธอ ผมบีบแก้มเธออย่างขำๆก่อนจะกอดอกแล้วเดินออกไปไม่ตอบอะไร

"หือออ บอกสิคะพุดดิ้งอยากรู้ นะๆๆ"

"ไปทานข้าวก่อนแล้วจะเล่าให้ฟัง เคนะ"

โอเคๆๆๆ"

.

..

"ทานเยอะๆนะ"

พุดดิ้งยิ้มหวานพร้อมกับนั่งทานกุ้งของเธอไป ส่วนผมนั้นนั่งมองเธอทานก็อิ่มแล้วล่ะ ทุกวันนี้ผมสั่งอะไรทานนี่แค่ทำบุญให้พุดดิ้งแค่นั้นแหละ จากนั้นก็ทิ้งอย่างเดียวเพราะผมทานมากขนาดนี้ไม่ไหวจริงๆ

"กินมั้ยอร่อยน้า"

"ตามสบายเถอะค่ะ เห็นพุดดิ้งทานพี่ก็อิ่มแล้ว"

ผมยิ้มหวานให้เธอก่อนจะยกไลน์ขึ้นจิบ ผมวางแก้วลงแล้วมองหน้าเธอยิ้มๆ

"แม่พุดดิ้งบอกว่าพุดดิ้งตามหาสร้อย"

พุดดิ้งเงยหน้ามองผมทั้งๆที่กุ้งยังคาอยู่ตรงปากเธออยู่

"สร้อยที่ในรูปหรือเปล่าคะ"

"คงงั้นแหละ ว่าแต่จะไปตามหาที่ไหนกันละเนี้ย เราทำตกตรงทะเลมันคงลอยไปไหนต่อไหนแล้วหละมั่ง งี้จะทำยังไงกันดีล่ะ"

ผมถามพุดดิ้งที่ทำหน้าครุ่นคิดเหมือนกังวลอะไรสักอย่างก่อนจะสบตากับผม

"งั้นพุดดิ้งกินให้หมดก่อนนะแล้วค่อยคิด"

ผมถึงกับกุมขมับทั้งๆที่เธอจะต้องซีเรียสมากๆสิแต่ทำไมถึงมาคิดถึงเรื่องกินก่อนซะงั้น เห้อออ เด็กคนนี้นี่นะ

"กองทับต้องเดินด้วยท้องนี่นา ในละครก็บอกว่าจะให้คิดอะไรดีๆต้องทานให้อิ่มก่อน"

"อิ่มจังเยยยยยยยย"

พุดดิ้งลูบท้องตัวเองป้อยๆหลังจากที่เราสองคนทานกันเสร็จก็เดินตามชายหาดเพื่อกลับโรงแรม แต่พุดดิ้งก็ยังคือพุดดิ้งไม่ยอมเจียดเข้าไปใกล้ทะเลอีกเลย แล้วงี้จะทำอะไรขึ้นมาเพิ่มอีกมั้ยเนี้ย

"ไม่ลองไปตรงทะเลอีกรอบเหรอ"

"ไม่เอาค่ะพุดดิ้งปวดหัว"

ผมพยักหน้ายิ้มๆไม่ขัดใจเธอหรอกเพราะดูไปแล้วเธอคงปวดหัวมากจริงๆถึงขั้นทำให้วิญญาณปวดหัวได้ขนาดนี้คงเป็นเรื่องที่หนักหนาอยู่พอควร ผมเดินมาตามทางก็เจอกับพระธุดงค์รูปหนึ่ง เห้ยยยย นี่มันทะเลนะเว้ยทำไมมีพระมาธุดงค์แถวนี้วะ

"กราบนมัสการครับหลวงพ่อ"

ผมนั่งคุกเข่าลงพร้อมกับพุดดิ้ง พุดดิ้งเงยหน้ามองท่านยิ้มๆ

"เจอกันอีกแล้วนะคะหลวงพ่อ ทำไมเดินทางมาไกลจังเลยค่ะเนี้ย"

ผมมองพุดดิ้งอย่างงงๆ ทำไมเธอทำเหมือนเธอเคงเจอท่านมาก่อน ผมมองพุดดิ้งเหมือนต้องการคำตอบ เธอยิ้มหวานให้ผมแล้วเอ่ยออกมา

"ก็หลวงพ่อท่านนี้ไงคะที่พุดดิ้งบอกว่าเคยเจออ่ะ ตอนแรกๆที่เราเจอกันเลยอ่ะ"

ผมทำหน้าร้องอ่อออกมาก่อนจะหันไปยิ้มให้ท่าน ที่แท้ก็ท่านนี่เองว่าแต่ไกลไปป่ะ เจอที่กรุงเทพฯแล้วมาเจออีกทีที่ภูเก็ตเนี้ยนะ

"เวลาของเจ้าเหลือไม่มากแล้วนะโยม จะรีบทำอะไรก็รีบทำเถอะ"

"ผมยังหาวิธีไม่ได้เลยครับ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าก่อนเธอจะวิญญาณออกจากร่างเธอตามหาสร้อยของเธออยู่ครับ"

หลวงพ่อมองผมสลับกับพุดดิ้งก่อนจะยิ้มออกมา

"หาทำไมไกล วิญญาณอยู่ตรงไหน ทำไมโยมไม่เอ๊ะใจล่ะว่าทำไมวิญญาณถึงมาอยู่ใกล้ๆโยม ของบางอย่างในความทรงจำสุดท้าย วิญญาณจะตามไปหาสิ่งนั้นแหละ หาให้เจอนะแล้วรีบนำไปสวมที่คอของร่างเธอก่อนเวลาจะหมดลง อาตมาแนะนำได้แค่นี้ ลาก่อน"

ผมกับพุดดิ้งก้มลงกราบท่านพอเงยหน้าขึ้นมาท่านก็หายไปแล้ว ผมขมวดคิ้วเป็นปม นี่อย่าบอกนะว่าท่านหายตัวมาอ่ะ

"พุดดิ้งงงที่ท่านพูดจัง"

"พี่ก็งง ไว้เรามานั่งวิเคราะห์กันเนาะแต่ตอนนี้รีบกลับเถอะเพราะมันดึกมากแล้ว"

พุดดิ้งลุกขึ้นก่อนจะกระโดดโลดเต้นซนตามประสาเธอนั้นแหละ เมื่อมาถึงโรงแรมเธอก็รบเร้าให้ผมเปิดละครให้เธอดู ตบตีแย่งชิงแย่งผัวชายบ้านอีกแล้วนะสิสนุกตรงไหนกันนะ 😔

"ตบมันเลยอย่าไปยอมนะ"

อันนี้ก็อินกับบทละครมากจริงๆ ผมไปอาบน้ำกลับมาเธอยังอินกับละครตรงหน้าอยู่ เชียร์นางเอกให้ตบตัวร้ายสุดใจ เออทำไมผู้หญิงถึงชอบความรุนแรงวะ

"อย่าอินมากเราอ่ะ นั่งดูเฉยๆ"

"พี่ติวเตอร์ดูสิ แย่งผัวคนอื่นแท้ๆยังมีหน้ามาท้าตบเมียหลวงอีก หน้าด้านจริงๆ นี่ถ้าพี่ติวเตอร์มีเมียน้อยนะพุดดิ้งตามไปกระทืบแล้วไม่ปล่อยให้มาปากดีแบบนี้หรอก พูดแล้วขึ้น"

ผมยิ้มออกมาทันทีไม่รู้ว่าตั้งใจพูดหรือหลุดปากออกมาจากจิตใต้สำนึกก็ไม่รู้แหละแต่ผมว่ามันทำให้ผมรู้สึกใจเต้นเอามากๆเลยแหละ

"ยิ้มอะไรคะ"

"เปล่านี่คะ ดูต่อสิพี่ไม่กวนหรอกพี่จะอยู่เงียบๆนะ"

ผมหยิบโทรศัพท์มากดส่งข้อความขอคุยกับเมียไอ้กอไผ่หน่อยเถอะ คือผมคาใจในคำพูดของหลวงพ่อเมื่อสักครู่อยู่อ่ะ มันหมายความว่ายังไงกันนะ

'ขอถามอะไรเมียมึงหน่อย กอไผ่'

'ว่ามาสิติวเตอร์ เมเปิ้ลกำลังพิมพ์อยู่'

'คือจะถามว่า ของบางอย่างในความทรงจำสุดท้าย วิญญาณจะตามไปหาสิ่งนั้นแหละ มันหมายความว่ายังไงกัน'

ผมนั่งรอโทรศัพท์อย่างใจจดใจจ่อ คือผมคิดว่าเมเปิ้ลน่าจะเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องสิ่งลี้ลับพวกนี้ดี สักพักข้อความก็เด้งขึ้นมาพร้อมกับผมที่ขมวดคิ้วอย่างงงๆกว่าเดิม

'ของสิ่งนั้นอยู่ที่ติวเตอร์รึเปล่า'

บทก่อนหน้า
บทถัดไป