บทที่ 5 ตอนที่5
“ผมขอแนะนำให้รู้จักกับ หวังลี่จูลูกสาวของผม” หวังจงรีบแนะนำลูกสาวให้มาเฟียหนุ่มรู้จัก
“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณหนูหวัง”
หลิวเฟยหลงยิ้มรับที่มุมปากนิดหนึ่ง แล้วก็คลายยิ้มทำหน้าเคร่งเหมือนเดิม ทำเอาคุณหนูหวังยิ้มแห้งๆ พลางก้มหน้าหลบสายตาคมของเขาอย่างหวาดหวั่น
“แล้วนี่หวังเล่ยเทียน ลูกชายคนเล็กของผมครับ อาเล่ยฝากเนื้อฝากตัวกับคุณหวังสิ”
คนเป็นพ่อดันหลังลูกชายให้ก้าวออกไปทำความเคารพผู้ทรงอิทธิพลสูงคนหนึ่งของฮ่องกง อนาคตครอบครัวของเขาต้องพึ่งพาหลิวเฟยหลง ลูกชายกับลูกสาวจะอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของมาเฟียผู้นี้ เขามั่นใจว่าอีกฝ่ายจะปกป้องครอบครัวของเขาให้ปลอดภัยจากอำนาจมืดของเฉินจิ้งหัวหน้าแก๊งพยัคฆ์ดำได้
“ผมหวังเล่ยเทียนครับ”
หวังเล่ยเทียนขยับไปยืนตรงหน้าหลิวเฟยหลง ค้อมศีรษะทำความเคารพเขาอย่างนอบน้อมตามคำสั่งของบิดา เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบของเจ้าพ่อมาเฟีย ก่อนจะใจสั่นหวิวเมื่อสบนัยน์ตาคมเข้มคู่นั้น เขาถอยออกมายืนด้านหลังบิดา ไม่กล้าสบตาต่อ ยืนนิ่งฟังหลิวเฟยหลงพูดคุยอะไรบางอย่างโดยจับใจความไม่ได้ สายตามองเลยไปสำรวจบรรดาลูกน้องของมาเฟียหนุ่ม ก่อนจะนิ่วหน้าเมื่อเห็นไป่หลาง หัวใจเต้นรัวตาเบิกกว้างขึ้น นึกออกในทันทีว่าอีกฝ่ายคือคนที่เคยช่วยเขาจากกลุ่มคนร้ายเมื่อห้าปีก่อน ตอนนั้นเขาอายุสิบห้ายังเรียนไฮสคูล ตอนเกิดเรื่องเขามีนัดทำรายงานที่บ้านเพื่อน จึงกลับบ้านคนเดียวโดยไม่ให้คนขับรถมารับ แต่โชคร้ายถูกแท๊กซี่ปล้นเกือบเอาตัวไม่รอด ในนาทีชีวิตนั้นเขาคิดว่าตัวเองคงไม่รอดแน่ แท็กซี่โจรกำลังจะเอามีดจ้วงแทงเขา หลังจากที่มันลากเขาลงมาซ้อมที่พงหญ้าข้างทางจนน่วม และปลดทรัพย์สินมีค่าไปจนหมด
แต่เขาไม่ยอมให้มันเอาล็อกเกตที่แม่ของเขาทิ้งไว้ให้ก่อนตายไป จึงเกิดการต่อสู้กันอีกครั้ง เขาตัวเล็กสู้ไม่ไหวโดนทำร้ายจนหน้าตายับเยิน แท็กซี่ดึงมีดมาหมายจะจ้วงแทงเขาให้ตาย โดยไม่คิดไว้ชีวิตเหยื่ออย่างเขา แต่
เปรี๊ยง!!!
ร่างของแท็กซี่โจรที่กำลังเงื้อมีดหงายหลังก่อนจะทันได้ปักมีดบนตัวเขา คนที่มาช่วยชีวิตเขายืนจังกล้าในมือถือปืนอยู่ ก่อนจะลดปืนลงเดินมาดุสภาพของเขาที่ตอนนี้นอนหายใจรวยรินหน้าแตกยับมีแต่เลือดเต็มหน้า ชายคนนั้นเก็บปืนเหน็บเอวแล้วยอบตัวลงยืนมือมาแตะไหล่ของเขา
“เป็นยังไงบ้าง ไหวไหมไอ้หนู” เสียงนั้นแม้ไม่นุ่มนวล แต่ก็มากพอจะทำให้คนฟังรู้สึกดี
“ผมเจ็บ… ช่วยผมด้วย” เขาพูดออกมาได้แค่นั้น
“เดี๋ยวฉันโทรเรียกรถพยาบาลให้ นายคงลุกไม่ไหวนอนนิ่งๆ นะ เดี๋ยวหมอก็มาช่วย”
เขายกโทรศัพท์กดโทรเรียกรถพยาบาล แล้วเรียกลูกน้องให้มาจัดการกับศพของแท็กซี่
“คุณไป่หลางครับ พวกเราเคลียร์พื้นที่เรียบร้อยแล้ว ขอตัวก่อนครับ”
ลูกน้องของไปหลางจัดการเอาแท็กซี่ยัดใส่รถ แล้วขับออกจากบริเวณนั้น ปล่อยให้หวังเล่ยเทียนกับไป่หลางรอรถพยาบาลอยู่ตรงนั้น
“คุณชื่อ ไปหล่างเหรอครับ”
หวังเล่ยเทียนเอ่ยถาม เขามองใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่าย คล้ายต้องการจดจำผู้มีพระคุณเอาไว้ในลึกสุดใจ สักวันหากมีโอกาสเขาจะตอบแทนชายคนนี้บ้าง
“ใช่ แต่อย่าสนใจเลย เราคงไม่ได้เจอกันอีก รถพยาบาลมาแล้วฉันคงต้องไปก่อน ระวังตัวหน่อยนะ ครั้งหน้าอาจจะไม่โชคดีเหมือนครั้งนี้”
ไป่หลางตบบ่าเขาก่อนจะเดินหนีขึ้นรถ ปล่อยให้หมอและพยาบาลพาร่างของเขาขึ้นรถพยาบาลไป หลังจากเกิดเหตุบิดาก็ส่งเขาไปเรียนต่อที่อังกฤษ ห้าปีผ่านไปเขาเพิ่งได้พบผู้มีพระคุณอีกครั้งในวันนี้เอง แต่ไป่หลางจะจำคนที่เขาเคยช่วยได้หรือเปล่า หวังเล่ยเทียนได้แต่จ้องมองชายหนุ่มอยู่แบบนั้น
“เชิญข้างในดีกว่าครับ ผมสั่งให้ทางร้านเตรียมอาหารรสเลิสไว้ต้อนรับคุณหลิว เชิญทางนี้ครับ” เสียงของบิดา ทำให้หวังเล่ยเทียนหลุดจากมโนภาพในอดีต เขาขยับเดินตามหลังทุกคน โดยปล่อยให้บิดาเดินนำไปพร้อมหลิวเฟยหลงและพี่สาว โดยเลือกเดินตามไป่หลางไป เมื่อทุกคนเดินเข้าไปในห้องอาหาร มีไป่หลางและเขาเดินรั้งท้าย คล้ายเป็นโอกาสอันดีให้หวังเล่ยเทียนได้พูดคุยกับอีกฝ่าย เขายื่นมือไปจับข้อศอกของไป่หลางไว้รั้งให้หยุดเดิน อีกฝ่ายหันมามองหน้า
“มีอะไรหรือเปล่าครับคุณชายหวัง” ไป่หลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ
หวังเล่ยเทียนคลายมือที่จับออก “พี่ชาย พี่ชื่อไป่หลางใช่ไหมครับ” เขาเอ่ยถาม
ไป่หลางนิ่วหน้า “ครับ ผมไป่หลางเป็นเลขาของคุณหลิวเฟยหลงครับ คุณชายรู้จักผมด้วยหรือครับ” เขามองหน้าคุณชายตระกูลหวังด้วยความสงสัย ว่าอีกฝ่ายรู้จักชื่อเขาได้อย่างไร
“พี่จำผมได้ไหมครับ เมื่อห้าปีก่อน พี่เคยช่วยผมไว้”
หวังเล่ยเทียนรีบทวนความหลัง เขายิ้มกว้างขึ้นใบหน้าดูกระจ่างใสเบิกบานอย่างคนดีใจ เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ได้จำคนผิด
“ห้าปีก่อน...” ไป่หลางย่นคิ้ว ทบทวนความจำ ก่อนจะส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ผมจำไม่ได้ครับ”
รอยยิ้มบนใบหน้าอ่อนใสคลายลง เมื่อได้ยินคำตอบนั้น หัวใจพองฟูพลันห่อเหี่ยวราวกับผักโดนน้ำร้อนลวก นี่ไป่หลางจำเขาไม่ได้จริงๆ ใช่ไหม หวังเล่ยเทียนถอนหายใจแรง
“พี่จำผมไม่ได้ แต่ผมจำพี่ได้ครับ เมื่อห้าปีก่อนตอนเดือนกุมภา พี่เคยช่วยเด็กผู้ชายคนหนึ่งจากการถูกปล้น พี่ช่วยชีวิตผมไว้ผมจำได้ไม่ลืม พี่คือผู้มีพระคุณของผมครับ” หวังเล่ยเทียนเล่าความหลังให้อีกฝ่ายฟัง
