บทที่ 6 ตอนที่6
“นายคือเด็กคนนั้นเหรอ…”
ไป่หลางนิ่งงัน ไม่คิดว่าคนที่เขาเคยช่วยไว้จะเป็นหวังเล่ยเทียน ตอนนั้นเขาขับรถแล้วปวดปัสสาวะเลยแวะข้างทาง บังเอิญเจอเด็กหนุ่มกำลังถูกทำร้ายเลยช่วยไว้ เขาจำแทบไม่ได้แล้วว่าเคยช่วยเด็กชายไว้ ผ่านมาตั้งห้าปีมันนานจนเขาแทบลืม
“ครับ ขอบคุณพี่มากที่ช่วยชีวิตผมไว้ ขอโอกาสให้ผมทดแทนบุญคุณพี่ได้ไหมครับ”
หวังเล่ยเทียนมีสีหน้าดีขึ้น เมื่อเห็นว่าไป่หลางจำเขาได้แล้ว อยากตอบแทนพระคุณของอีกฝ่าย
“ไม่เป็นไร เรื่องมันผ่านไปแล้ว” ไป่หลางส่ายหน้าปฏิเสธ “เข้าไปข้างในเถอะ ไปช้าจะเสียมารยาท”
ไป่หลางไม่อยากโอ้เอ้ต่อ เขาไม่อยากคุยกับหวังเล่ยเทียนให้มากความ แต่เด็กหนุ่มไม่ยอมจับข้อมือเขารั้งไว้ ไม่ให้เข้าไปในห้องอาหาร
“คุณพ่อกับเจ้านายพี่ชายกำลังคุยเรื่องสำคัญกัน เขาไม่สนใจพวกเราหรอกครับ พี่มาทางนี้ดีกว่าผมมีเรื่องอยากถามพี่เกี่ยวคุณหลิว”
หวังเล่ยเทียนลากแขนไป่หลางพาเดินออกมาข้างนอกภัตตาคาร ไป่หลางจำยอมให้เด็กหนุ่มลากออกมา ตัวเขาเองไม่จำเป็นต้องเข้าไปเฝ้าผู้เป็นนายในห้องนั้นก็ได้ แค่ดูแลอยู่ภายนอกก็พอ ที่สำคัญเขาไม่อยากฟังเรื่องการหมั้นหมายของหลิวเฟยหลงกับหวังลี่จูนัก ออกมาคุยเล่นกับหวังเล่ยเทียนคงไม่เป็นไร เพราะมีบอดี้การ์ดดูแลอยู่โดยรอบห้องอาหาร คงไม่มีใครกล้าทำอะไร
“หยุดเรียกฉันว่าพี่ชายได้แล้ว ฉันชื่อไป่หลางเรียกชื่อฉันสิ”
ไป่หลางนั่งลงที่ม้านั่งในสวนสาธารระ ใกล้ๆ ภัตตาคาร โดยมีหวังเล่ยเทียนตามมานั่งข้างๆ ท่าทางของเด็กหนุ่มดูตื่นเต้นและเข้ามาใกล้ชิดเขาเกินเหตุ จึงต้องปรามให้หยุดดี้ด้า
“ครับพี่หลาง เรียกแบบนี้ได้ใช่ไหมครับ พี่ก็เรียกผมว่าอาเล่ยก็ได้นะครับ ดูสนิทสนมดี” หวังเล่ยเทียนไม่วายกวนอารมณ์
“อยากเรียกอะไรก็ตามใจนาย มีอะไรอยากถามก็ถามมา ฉันให้เวลาสิบห้านาที” ไป่หลางบอกเสียงขรึม คล้ายรำคาญ
หวังเล่ยเทียนยังยิ้มแป้นแล้น ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะหงุดหงิดเข้าใส่เขา ตอนนี้เขาอารมณ์ดีมีความสุขเกินกว่าจะสนใจสิ่งเล็กน้อยๆ นี่
“มีแฟนหรือยังครับ”
คำถามของเด็กหนุ่ม ทำเอาคนฟังขมวดคิ้ว ก่อนจะทำหน้าไม่ถูกเมื่ออีกฝ่ายหัวเราะชอบใจ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ผมหมายถึงคุณหลิวครับ ไม่ได้หมายถึงพี่หลางสักหน่อย อย่างพี่หลางหล่อๆ แบบนี้ คงมีสาวข้างกายเยอะแยะ ใช่ไหมครับ”
“ไม่มี ฉันหมายถึงเจ้านายของฉันยังโสด ส่วนฉันก็ยังไม่มีใครเหมือนกัน”
ไป่หลางสะบัดเสียงตอบห้วนๆ อยากตบหัวคนที่หัวเราะคิกคักนี่สักทีสองที ให้เลิกปีนเกลียว หน้าตาใส่ซื่อแบบนี้ แสบไม่ใช่เล่น ถึงจะคล้ายคิมมินจุนคนรักเก่าของผู้เป็นนาย แต่หวังเล่ยเทียนนิสัยต่างกันคนละขั้ว คิมมินจุนไม่ช่างพูด สุภาพ และกิริยาเรียบร้อยน่าเอ็นดู ไม่เคยพูดเล่นกับเขาแบบนี้ คิมมินจุนให้ความสำคัญแค่หลิวเฟยหลงไม่ลงมาคลุกคลี หรือพูดคุยกับคนรับใช้เช่นเขา ตอนนั้นเขายังไม่มีความสัมพันธ์กับผู้เป็นนาย ถูกส่งไปเรียนด้วยกันเพื่อคอยรับใช้หลิวเฟยหลง พอคิมมินจุนตายเขาถูกหลิวเฟยหลงใช้เป็นเครื่องระบายอารมณ์ ในยามที่ปรารถนา เป็นความสัมพันธ์ที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้
“ค่อยสบายใจหน่อย พี่ลี่จูเขาจะได้ไม่มีปัญหากับผู้หญิงของคุณหลิว พี่สาวผมเขาไม่สู้คน ถ้าต้องรับมือกับผู้หญิงของคุณหลิว พี่ลี่จูคงเอาแต่ร้องไห้กระอืดๆ” หวังเล่ยเทียนนินทาพี่สาวให้ฟัง
“ถ้าพี่สาวนายแต่งงานกับคุณหลิว แล้วนายล่ะ” ไป่หลางถามบ้าง
“ก็คงกลับไปเรียนต่อ อีกสองปีผมก็เรียนจบแล้ว จากนั้นค่อยกลับมาช่วยคุณพ่อทำงาน”
หวังเล่ยเทียนวางอนาคตของตัวเองง่ายๆ เขาแค่ตั้งใจเรียนให้จบ กลับมาช่วยบิดาทำงาน พี่สาวก็แต่งงานไปแล้ว จะมีอะไรให้ห่วงอีก
“ก็ดี ฉันว่าเรากลับเข้าไปข้างในเถอะ ฉันต้องดูแลคุณหลิว”
ไป่หลางขยับลุกขึ้น เดินนำเข้าไปในภัตตาคาร หวังเล่ยเทียนเดินตามมาจนทัน เขายิ้มแป้นเดินเคียงข้างผู้มีพระคุณของตนด้วยหัวใจเบิกบาน พอมาถึงหน้าประตูห้องอาหาร ก็ยืนรอผู้เป็นนายอยู่ตรงนั้น หวังเล่ยเทียนยังตามเป็นเงาไม่ยอมเข้าไปข้างใน แต่ยืนคุยกับไป่หลางต่อ
“พี่หลางต้องตามคุณหลิวไปทุกที่เลยหรือครับ”
“ใช่ ฉันทำงานกับคุณหลิวนี่”
“แล้ว มีเวลาส่วนตัวไหมครับ เช่นวันหยุดอะไรแบบนี้”
“ก็มีอาทิตย์ละวัน นายถามทำไม”
ไป่หลางมองหน้าคนถาม อีกฝ่ายยิ้มกว้างพูดขึ้นว่า
“ผมอยากเลี้ยงข้าวตอบแทนพี่หลาง วันหยุดพี่วันไหนบอกผมได้ไหม”
ไป่หลางถอนหายใจแรง “วันพรุ่งนี้ แต่ไม่ต้องตอบแทนหรอก ฉันไม่ได้หวังอะไรหรอกน่า” เขาส่ายหน้าปฏิเสธ
“ผมอยากเลี้ยง เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เราเจอกันที่หมงก๊กนะครับ ไปเดินเล่นแล้วหาข้าวกินกัน นี่เบอร์ผม หรือเอาไอดีไลน์ด้วยก็ดีนะครับ พี่เบอร์อะไร จะได้กดแอดไป”
ดูเหมือนหนุ่มน้อยจะรุกหนัก ทำเอาไป่หลางปวดหัว เขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับหวังเล่ยเทียนเลย แต่อีกฝ่ายช่างตอแยเสียจริง
“น่าพี่หลาง ขอเบอร์หน่อย”
หวังเล่ยเทียนทำเสียงอ้อนได้น่าถีบนัก ไป่หลางได้แต่ถอนหายใจแรงๆ แต่ก็ยอมส่งโทรศัพท์ให้อีกฝ่ายไปกดเมมเบอร์ไว้
