บทที่ 9 ขย้ำครั้งที่ 8 - เจ้าแผนการ

วิลล์แปลกใจเล็กน้อยที่เจ้านายเดินออกมาจากเพนท์เฮ้าส์เพียงคนเดียว และดูท่าทางอารมณ์ดีกว่าตอนแรก ไม่รู้ว่าในนั้นเกิดอะไรขึ้น แต่นับว่าเป็นเรื่องดีเพราะเขาไม่อยากถูกบอสกินหัว

“คุณไอรินไม่มาส่งบอสเหรอครับ” อดถามออกไปไม่ได้ ไอรินเป็นเลขา ถึงครั้งนี้จะบินไปอิตาลีด้วยไม่ได้แต่อย่างน้อยก็ควรมาส่งเจ้านาย

“เธอพักผ่อนอยู่ อย่าให้ใครเข้าไปรบกวน บอกป้าปานด้วยว่าอย่าปลุกเธอ”

“ไม่สบายหรือเปล่าครับ ให้ผมตามหมอให้ไหม”

“แค่อ่อนเพลีย” พลชตอบสั้น ๆ ก่อนจะเดินนำลูกน้องไปที่ลิฟต์โดยสาร ไม่เปิดโอกาสให้วิลล์ได้ถามให้มากความอีก

มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เมื่อนึกถึงสภาพของเลขาคนสวยที่แทบไม่มีแรงยืนเพราะถูกเขารังแกซ้ำแล้วซ้ำเล่า พลชเหลือเวลาก่อนไปสนามบินชั่วโมงกว่า และเขาใช้เวลาช่วงนั้นสัมผัสไอรินจนเธอน้ำตานอง ร้องขอเสียงสั่นให้เขาหยุดก่อนที่เธอจะขาดใจ

ผู้หญิงอะไร ขนาดมีอารมณ์ยังสวยไม่สร่าง ยิ่งพอมีอารมณ์แล้วใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำเยิ้ม ร้องขอเสียงสั่นให้หยุด มันยิ่งทำให้เขาอยากรังแกเธอซ้ำ ๆ

วิลล์ปิดปากเงียบทั้ง ๆ ที่เห็นว่าบอสหลุดยิ้มออกมาคนเดียว เขาไม่กล้าสอดปากถาม ได้แต่เดาไปเองว่าคุณไอรินคงถูกใจบอสมาก

วิลล์ไม่รู้เลยว่าเขาจะเดาได้ถูกเผง

พลชล้วงมือเข้าไปในกางเกง นึกถึงแผนการของตัวเองที่ตั้งใจทิ้งร่องรอยวาบหวามไว้บนร่างกายไร้เดียงสาของหญิงสาว ตัวอยู่ไกล แต่เขาจะไม่ยอมให้ไอรินลืมสัมผัสของเขาเด็ดขาด

กลับมาเมื่อไหร่ เขาจะไม่ปล่อยเธอไว้อีกแล้ว

.

.

ไอรินเผลอหลับบนโซฟาจนตะวันตกดิน ร่างบางขยับขึ้นนั่งเพื่อคลายความเมื่อยขบ มองไปรอบ ๆ เพนท์เฮ้าส์ที่เงียบสนิทแต่ยังมีไฟเปิดไว้ ก้มมองผ้าห่มที่คลุมเนื้อตัวท่อนล่างแล้วเม้มริมฝีปากเบา ๆ

“ร้ายกาจ”

รังแกเธอจนลุกไม่ไหวแล้วหนีไปดื้อ ๆ ทิ้งความร้อนผ่าวและสัมผัสวาบหวามไว้ตามร่างกาย ขนาดตัวไม่อยู่แล้วเธอยังจดจำทุกพื้นที่ที่ปลายนิ้วร้ายกาจนั้นแตะต้องได้ พลชไม่ใช่คนที่จะต่อกรได้ง่าย ๆ เทียบกับเขาแล้วเธอเป็นแค่เด็กน้อยคนหนึ่ง

“คุณไอริน ตื่นแล้วเหรอคะ”

แม่บ้านที่มีหน้าที่ดูแลเพนท์เฮ้าส์ร้องทักเลขาคนสวย เธอพาเด็ก ๆ เข้ามาทำความสะอาดตั้งแต่เจ้านายออกไปได้ราวครึ่งชั่วโมง เห็นไอรินกำลังนอนหลับสบายบนโซฟาในห้องรับแขกก็ไม่กล้าปลุก ปล่อยให้เธอพักผ่อนแล้วเลี่ยงไปทำความสะอาดส่วนอื่นก่อน

“คุณป้าคือ...”

“อ๋อ ป้าเป็นแม่บ้านที่คอยดูแลที่นี่ค่ะ ชื่อปาน เรียกปานเฉย ๆ ก็ได้ค่ะคุณไอริน”

“ค่ะ ป้าปาน”

แม่บ้านวัยห้าสิบกว่ายิ้มกว้าง ตอนแรกแอบเกร็งเล็กน้อยเพราะเลขาของคุณชายสวยขนาดนี้ คิดไปเองว่าต้องหยิ่งมากแน่ ๆ แต่พอได้พูดคุยแค่สั้น ๆ ก็พอจะมองออกว่าไอรินไม่ได้หยิ่งอะไร

ดูน่ารักกว่าที่คิดไว้ด้วยซ้ำ

แม่บ้านอาวุโสยิ้มกว้าง อย่างน้อย ๆ มาทำงานวันนี้ก็ได้เรื่องน่าสนใจไปเล่าให้คุณหญิงฟังแล้ว

ที่จริงปานไม่ใช่แม่บ้านธรรมดาทั่วไป เธอเป็นแม่นมของคุณชาย เลี้ยงดูพลชมาตั้งแต่แบเบาะ พอชายหนุ่มย้ายออกมาอยู่ที่นี่ก็อาสาตามมาดูแล แต่พลชอยากอยู่ตามลำพังจึงให้เธอไปกลับแทน อนุญาตให้พาเด็กรับใช้เข้ามาทำความสะอาดได้เฉพาะเวลาที่เขาไม่อยู่เท่านั้น

“คุณไอรินอยากพักผ่อนต่อไหมคะ เด็ก ๆ ทำความสะอาดห้องนอนคุณเสร็จแล้ว”

“ไม่ดีกว่าค่ะ รินว่าจะทำมื้อเย็นทาน”

“เอ๋ ทำมื้อเย็นเหรอคะ” ปานเอียงคอเล็กน้อย “คุณไอรินทำอาหารเป็นด้วยเหรอคะ”

“นิดหน่อยค่ะป้าปาน แค่พอเอาชีวิตรอดได้”

“แบบนี้นี่เอง มิน่าป้าถึงเห็นของสดในตู้เย็น อย่างนั้นก็ตามสบายเลยนะคะ ขาดเหลืออะไรบอกป้าได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ”

“ขอบคุณค่ะ”

หญิงสาวยกมือไหว้อย่างไม่ถือตัว ก่อนจะเลี่ยงไปที่ครัวเพื่อทำมื้อเย็นให้ตัวเอง

ตอนที่ป้าปานบอกว่าเห็นของสดในตู้เย็น ไอรินคิดว่าคงมีไก่สักแพ็ค ผักสดสักกำ แต่พอเปิดประตูตู้เย็นออกก็ทำเอาเธอตะลึงงัน ตู้เย็นขนาดใหญ่อัดแน่นไปด้วยของสดที่มีประโยชน์มากมาย ทั้งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และเครื่องปรุงต่าง ๆ นานา

ไหนบอสบอกว่าสั่งอาหารจากโรงแรมมาทานประจำ ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่น่าจะมีข้าวของสำหรับทำอาหารมากมายขนาดนี้

“ปกติไม่มีของพวกนี้หรอกค่ะ” ป้าปานที่ผ่านมาเห็นเฉลย “ป้ายังแปลกใจว่าทำไมคุณชายให้คนเอาของสดมาใส่ตู้เย็นเยอะขนาดนี้ ปกติห้องครัวก็แทบไม่ได้ใช้ด้วยซ้ำ”

ไอรินนึกไปถึงวันที่เธอบอกพลชว่าจะทำอาหารให้เขาทาน ไม่อยากเข้าข้างตัวเองว่าบอสสั่งของพวกนี้มาให้เธอ แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ ก็อดรู้สึกดีไม่ได้

มีเจ้านายดีเหมือนถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง

หญิงสาวทำมื้อเย็นอย่างอารมณ์ดี เป็นสลัดอกไก่ง่าย ๆ เพราะเธอไม่มีเวลามากนักและต้องรีบเข้านอน ถึงบอสจะไม่อยู่แต่เลขาอย่างเธอก็ยังต้องทำงานเหมือนเดิมไม่ได้หยุดพัก

หลังจากจัดการมื้อเย็นที่ค่อนไปทางดึกเสร็จ ไอรินก็ไม่เห็นคนอื่น ๆ ในเพนท์เฮ้าส์แล้ว หญิงสาวเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง ถอดเสื้อผ้าออกเพื่อเตรียมอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย

เธอเลือกแช่ตัวในอ่างเพราะยังไม่ดึกมาก ชุดคลุมสีขาวสะอาดถูกปลดออกจากร่างกายแล้วพาดไว้อย่างเป็นระเบียบ ขาเรียวก้าวข้ามขอบอ่างจากุชชี่ลงไปนั่งแช่ตัวในน้ำอุ่นที่ไหลวน เหมือนกำลังถูกสายน้ำบีบนวดร่างกายจากความเมื่อยล้า

“อืม สบายจัง”

สวัสดิการจากพลชดียิ่งกว่าอะไรทั้งหมด คอนโดของเธอถึงจะมีอ่างอาบน้ำ แต่ก็เป็นแค่อ่างธรรมดาและมีขนาดเล็กแคบ ไม่ใช่อ่างจากุชชี่ที่ลงมาแช่ได้สองสามคนแบบนี้ ไอรินไม่ใช่คนรักสบาย แต่บางครั้งเวลาที่ทำงานมาหนัก ๆ เธอก็อยากบำบัดตัวเองบ้าง

หญิงสาวหลับตาลง ปล่อยร่างกายให้ผ่อนคลายกับสายน้ำอุ่นที่ไหลวนรอบตัวจนเคลิ้มหลับไป

.

“ไอริน”

“คะ”

“ห้ามลืมสัมผัสของผมเด็ดขาด”

“ทำไมคะ”

“ถ้าลืม ผมจะกลับมาตอกย้ำจนกว่าคุณจะจำได้ แบบนี้”

“อ๊า บอสขา”

.

เฮือก!

ไอรินสะดุ้งตื่น ดวงตาคู่งามเปิดกว้างแล้วมองไปรอบ ๆ ห้องน้ำกว้างใหญ่ ที่มีเธอเพียงคนเดียวเหมือนเดิม แต่ทำไมเสียงของบอสมันถึงได้ชัดเจนเหมือนเขามาพูดอยู่ข้าง ๆ หูขนาดนั้น

แค่ฝันเอง..

หญิงสาวขยับตัวขึ้นนั่งกอดเข่า น้ำอุ่นจัดในตอนแรกเริ่มเย็นลง ทว่าร่างกายเธอกลับร้อนผ่าวขึ้นอย่างไร้สาเหตุ โดยเฉพาะส่วนเร้นลับที่ถูกมือใหญ่บีบคลึงนานนับชั่วโมงเมื่อตอนเย็น

มันเหมือนว่ามือของเขายังอยู่ตรงนี้ ยังสัมผัสเธออย่างร้อนแรงไม่ได้หายไปไหน แม้ว่าตอนนี้ตัวตนของเขาจะอยู่ไกลแค่ไหนก็ตาม

“คนเจ้าแผนการ”

พลชจงใจสัมผัสเธอก่อนไปอิตาลี เขาอยากให้เธอลืมเขาไม่ลง และเอาแต่คิดถึงสัมผัสจากเขาเหมือนคนบ้า มันคือแผนการของเขาตั้งแต่แรก และมันดันได้ผลดีมากจนน่าหงุดหงิด

เธอคิดถึงสัมผัสของเขา

อยากให้เขาสัมผัสเธอเหมือนเมื่อเย็น มอบความสุขสมที่แสนทรมานแบบนั้นให้อีกหลาย ๆ ครั้ง

“เมื่อไหร่คุณจะกลับมา”

.

.

“หน้าบูดเป็นตูดลิง” เจ้าบ่าวในชุดขาวแต่ร่างกายเต็มไปด้วยรอยสักเดินเข้าไปหาเพื่อนสนิท ตั้งแต่มาถึงพลชเอาแต่ทำหน้าไม่สบอารมณ์ ไม่มีใครเข้าหน้าติดสักคน

“สำบัดสำนวนภาษาไทยของมึงยังดีเหมือนเดิม” พลชอดแขวะไม่ได้ “อ้อ จะมีเมียเป็นคนไทยเลยต้องเก่งภาษาไทยสินะ”

“เมียกูพูดอิตาลีได้น้ำไหลไฟแล่บ กูไม่จำเป็นต้องพูดไทยได้ก็ได้ แต่ที่กูยังต้องพูดได้เพราะกลัวว่ามึงกับไอ้หมอจะแอบด่าแล้วฟังไม่ออก”

“น่าภูมิใจซะไม่มี” พลชยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ บ่งบอกว่าเขาไม่ได้ภูมิใจกับมันจริง ๆ

สองร่างที่สูงพอ ๆ กันยืนมองสวนจากระเบียงคฤหาสน์หรู ด้านล่างถูกจัดตกแต่งอย่างสวยงามสำหรับงานเลี้ยงเย็นนี้ พลชมาถึงอิตาลีตั้งแต่เมื่อวาน ผ่านพิธีเอ่ยคำสาบานในโบสถ์เมื่อเช้าเรียบร้อย ตอนนี้เหลือแค่งานเลี้ยงที่เพื่อนรบเร้าให้อยู่ต่อแล้วค่อยบินกลับไทย

น่าเบื่อจะตาย

“ทำไมถึงอยากกลับไทยนัก”

ราฟาเอลตั้งคำถาม ตั้งแต่มาถึงเพื่อนสนิทก็เอาแต่ถามว่าเมื่อไหร่จะได้กลับไทยไม่หยุด ทำเหมือนว่าซุกใครไว้ที่นั่นยังไงยังงั้น

“หรือว่ามึงซุกเมียไว้ที่ไทย”

“พอเลย กูไม่ใช่มึง” พลชรีบยกมือห้าม เอ่ยปฏิเสธเสียงแข็ง เขาไม่ได้โกหก เพราะเขาไม่ได้ซุกเมียไว้จริง ๆ มีแต่เลขา..

วันหนึ่งเขาต้องมีเมีย ต้องแต่งงานเพื่อมีทายาทกับผู้หญิงที่เหมาะสม แต่ไม่ใช่ตอนนี้ และถึงมีเขาก็ไม่มีทางคลั่งเมียแบบมันแน่นอน

“แล้วทำไมต้องทำท่าทางเหมือนอยากกลับไทยขนาดนั้นด้วย”

“กูแค่มีเรื่องต้องทำ ไม่ได้ว่างงานเหมือนมึง”

“อย่าให้รู้นะ” ราฟาเอลชี้หน้าเพื่อน กลับไทยเมื่อไหร่เขาต้องรู้ให้ได้ว่าเพื่อนแอบซุกใครไว้หรือเปล่า

“ไม่ต้องมาจับผิดกู มึงไม่ใช่เมียกู”

“แต่กูอยากเห็นหน้าเมียมึงนะ เมื่อไหร่”

พลชถอนหายใจ “ตอนที่พ่อกับแม่ต้องการ”

ราฟาเอลไม่ได้ถามอะไรต่อ เขากับพลชเป็นเพื่อนสนิทที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว พลชเป็นทายาทตระกูลดัง แม็กซ์เวลคือตระกูลที่สืบทอดสายเลือดมาจากขุนนางชั้นสูงในอดีต ส่วนรอสซีเป็นแค่ตระกูลไร้ชื่อเสียงที่ดันมือขึ้น ทำธุรกิจสีเทาจนร่ำรวย ไม่ต้องพูดถึงการอบรมสั่งสอน ในขณะที่คุณชายอย่างพลชกำลังเรียนเต้นรำเพื่อเข้าสังคมชั้นสูง ตัวเขาก็กำลังต่อยตีกับคนอื่น

แต่ข้อดีของรอสซีคือไม่บังคับเรื่องคู่ครอง จะเป็นใครก็ได้ ต่างจากแม็กซ์เวลที่ต้องเป็นคนที่คู่ควรเท่านั้น

“นายครับ ถึงเวลางานเลี้ยงแล้วครับ พวกมันมากันแล้ว”

บอดี้การ์ดของมาเฟียหนุ่มเข้ามาแจ้งข่าวสำคัญ ราฟาเอลมองหน้าเพื่อนสนิทวูบเดียว ก่อนจะแยกตัวออกมาเพื่อไปรับแขกที่มาใหม่ด้วยตัวเอง

แขกที่เจ้าของงานไม่ได้เชื้อเชิญมา แต่พวกมันถือวิสาสะมากันเอง

พลชไม่ได้สนใจเรื่องของเพื่อนเท่าไหร่ เขารู้มาบ้างว่าราฟาเอลมีศัตรูเต็มไปหมด ชนิดที่ว่างานแต่งก็อาจจะมีการนองเลือดได้ถ้าไม่ดูแลอย่างรัดกุม โชคดีที่ช่วงพิธีสาบานตนผ่านมาได้ด้วยดี แต่เย็นนี้คงมีเรื่องน่าตื่นเต้นไม่น้อย

ดวงตาคมละจากภาพเพื่อนสนิทกับกลุ่มชายอีกฝั่งที่มาในชุดดำเต็มยศ แสดงออกชัดเจนว่าไม่ให้เกียรติงานแต่งของมาเฟียใหญ่แห่งอิตาลีเลย เขาหยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาคนที่อยู่อีกซีกโลก ต่อสายตรงหาเลขาสาวด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก

(สวัสดีค่ะ)

“ไอริน ผมเอง”

(บอสเหรอคะ)

“อืม”

(บอสโทรหารินมีเรื่องอะไรสำคัญเหรอคะ)

น้ำเสียงไอรินเต็มไปด้วยความแปลกใจ พลชยกยิ้มมุมปาก ไม่แปลกใจสิแปลก เพราะนอกจากเพื่อนและครอบครัวแล้ว เขาไม่เคยติดต่อใครเป็นการส่วนตัวโดยไม่ผ่านวิลล์หรือไมค์แม้แต่ครั้งเดียว

ตอนแรกไอรินถึงไม่รู้ว่าเขาเป็นคนโทรหา เบอร์ส่วนตัวของพลชไม่ได้ให้ใครง่าย ๆ มีคนรู้แค่ไม่กี่คนเท่านั้น

“ไม่มี”

(คะ?)

“ไม่มีเรื่องสำคัญอะไร” น้ำทุ้มเน้นย้ำทีละคำช้า ๆ “แค่อยากให้คุณรู้เบอร์ส่วนตัวของผมเอาไว้ เผื่อติดต่อเรื่องงาน”

(รินก็ติดต่อผ่านคุณวิลล์คุณไมค์อยู่แล้วนี่คะ)

“ไอริน”

(คะ)

“อย่าดื้อ”

(ริน รินไม่ได้ดื้อนะคะ) ปลายสายเถียงเสียงอุบอิบกลับมา

“ผมใกล้จะกลับแล้ว คุณลืมสัมผัสผมไปหรือยัง ไอริน” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่อง นี่คือเหตุผลหลักที่เขาโทรหาไอริน พลชอยากรู้ว่าเธอลืมสัมผัสที่เขาจงใจฝากไว้หรือยัง

เพราะถ้าลืม กลับไปเขาจะทบทวนให้อย่างหนักหน่วงจนเธอไม่กล้าลืมมันอีกแน่นอน

.

.

.

.

.

TBC

บทก่อนหน้า
บทถัดไป