บทที่ 10 Chapter 7 ตบ-จูบ
บัดนี้ร่างบางอรชรนั้นไร้อาการขัดขืน หล่อนนอนทำตาปรือเคลิ้มราวกับว่าควบคุมอารมณ์ไม่ได้เหมือนสาวน้อยที่เพิ่งเคยต้องมือชายเป็นครั้งแรก
เรย์ฝังจูบลงไปบนซอกคอที่หอมเหลือเกินนั้น แล้วจูบไซ้อย่างเมามันเพลิดเพลินจนลืมตัว เขารู้สึกถึงไฟร้อนที่คุกรุ่นรุนแรง ต้องการรุกรานสัมผัสร่างบางนุ่มนิ่มนี้อย่างสุดจะห้ามอารมณ์ได้ มือใหญ่เอื้อมไปใต้กระโปรงที่ล่นขึ้นมาถึงขาอ่อนของหล่อนแล้วลูบไล้เข้าไปจนถึงแพนตี้ตัวจิ๋ว
ฟารีดาสะดุ้งรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากอาการเคลิบเคลิ้มเลื่อนลอยด้วยไฟพิสวาสที่เขาปลุกเร้าให้ทันที หล่อนผลักเขาออกอย่างแรง จนเรย์ซึ่งกำลังเผลออารมณ์ไปกับร่างนุ่มนิ่มหอมหวานอยู่นั้นเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ก่อนที่เขาจะกลับมารวบร่างหล่อนใหม่
“คนบ้า! คนใจร้าย! ปล่อยฟาเดี๋ยวนี้!”
ฟารีดารู้สึกตัวเต็มที่แล้ว ใบหน้างามนั้นเวลานี้โกรธจัดที่เขาบังอาจมาล่วงเกินร่างกายที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัสแตะต้องมาก่อน
“หึ..อย่าทำเป็นมายาสาไถ ฟารีดา...ตะกี้เธอยังร้องครวญครางเสียงสั่นอยากให้ฉันสัมผัสเธออยู่เลย...ฉันรู้ว่าเธอมันซ่อนความเร่าร้อนและความอยากไว้จนเต็มตัวเลยล่ะ...มันอยู่ในสายเลือดของเธอเหมือนแม่ของเธอไงล่ะ!”
ปากได้รูปนั้นยังคงกล่าววาจาเยาะหยันถากถางให้ฟารีดารู้สึกเจ็บแสบไปจนถึงในก้นบึ้งลึกสุด หญิงสาวตาลุกวาวกับคำพูดดูถูกของเขา กำปั้นน้อยทุบรัวไปบนหน้าอกแกร่งจนเรย์จุกและรีบคว้ามือบางของหล่อนไว้
“นี่หยุดเดี๋ยวนี้! ถ้าเธอไม่หยุดดิ้นและหยุดทุบ ฉันจะไม่หยุดเพียงแค่จูบเธอนะฟารีดาบอกเอาไว้ก่อน”
น้ำเสียงดุดันตะคอกใส่หน้าหญิงสาว ฟารีดาหยุดดิ้นและหยุดทุบเขาลงทันควัน น้ำตาแห่งความน้อยใจผิดหวังและคับแค้นใจที่ไม่อาจทำอะไรเขาได้ไหลบ่าลงมาราวกับทำนบกั้นเขื่อนพัง เสียงกลั้นสะอื้นจนตัวโยนของหล่อน ทำให้เรย์เบือนหน้าหนี ฮึ ไม่มีทางที่เขาจะใจอ่อนไปกับน้ำตาของผู้หญิงอย่างหล่อนหรอก!
“พี่เรย์เกลียดฟามาก แล้วมาจูบฟาทำไมฮึ..”
น้ำเสียงน้อยใจปนสะอื้นเอ่ยถามออกมา เรย์กระตุกยิ้มตรงมุมปาก
“ใครอยากให้เธอบังอาจมาตบหน้าฉันล่ะฟารีดา...อย่าคิดว่าฉันจะพิสวาสเธอนะ...ไม่มีทางเสียล่ะ เธออย่าฝันไปเลย ผู้หญิงที่ดีกว่าเธอฉันยังไม่เอา อย่างเธอนะหรือ..หึ”
เขากล่าวเสียงเยาะหยันก่อนจะอุ้มร่างของเธอลงจากโต๊ะ
“ไปล้างหน้าในห้องน้ำนั่นซะ อย่าทำสำออยให้ใครเห็น และถ้าอยากจะไปฟ้องคุณพ่อก็เชิญตามสบาย”
เขากล่าวพร้อมกับชี้ไปทางห้องน้ำหรูที่อยู่ภายในห้องนั้น ฟารีดากำมือแน่นด้วยความโกรธและปวดร้าวกับวาจาอันเผ็ดร้อนเชือดเฉือนของเขา หญิงสาวเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำแล้วยืนปล่อยเสียงสะอื้นออกมาจนหมด ก่อนจะล้างหน้า หญิงสาวมองดูริมฝีปากที่บวมเจ่อของตัวเอง น้ำตาเจ้ากรรมก็พาลจะไหลพรากออกมาอีก จนฟารีดาต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากเพื่อสะกดกั้นเสียงสะอื้น
เมื่อฟารีดาสงบสติอารมณ์ได้แล้วหญิงสาวจึงเดินออกมาจากห้องน้ำ ตรงไปนั่งยังโต๊ะทำงาน เรย์เหลือบตาขึ้นมามองร่างบางที่ก้าวมานั่งตรงโต๊ะทำงานอย่างพยายามทำสีหน้าไม่ให้เศร้า ริมฝีปากบางหล่อนบวมแดงจากน้ำมือของเขา เรย์รู้สึกสะใจที่เห็นสภาพของหล่อนแบบนั้น ไม่ใช่คุณหนูแห่งตระกูลเฟรย์ที่ร่าเริงสดใจมีความสุขอยู่เป็นนิจ ฮึ.ต่อไปเขาจะสั่งสอนหล่อนให้รู้จักโลกแห่งความเป็นจริงที่เจ็บปวดและมันไม่ได้สวยงามอย่างที่หล่อนคิด
เขาจะทำให้คุณนายอันธิกา แม่ของหล่อนเจ็บปวดดูบ้าง จะเป็นยังไงถ้าหากรู้ว่าลูกสาวสุดที่รักถูกย่ำยีและทุกข์ทรมาน ให้คุณนายอันธิกาคนนั้นรู้สึกหัวใจสลายกับการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักเหมือนอย่างที่คุณแม่ของเขาเคยรู้สึก เหมือนกับเขาและเจเดนรู้สึก
“โทรบอกปีเตอร์ว่าไม่ต้องมารับ วันนี้เธอกลับบ้านกับฉัน”
เสียงห้าวสั่งออกมา ฟารีดาเงยหน้าของไปมอง หากแต่ก็พบว่าเขากำลังก้มหน้าก้มตาเซ็นต์เอกสารบนโต๊ะโดยไม่ได้หันมาใส่ใจมองหล่อนเลย ฟารีดาถอนหายใจก่อนจะทำตามที่เขาสั่ง
วันนั้นทั้งวันเขาและหล่อนนั่งทำงานอยู่ในห้องโดยไม่มีการพูดจากันเลย แมดดี้นำงานเอกสารมาให้หล่อนพิมพ์อยู่ทั้งวัน ทำให้ฟารีดานึกขอบคุณเธอที่ทำให้วันนั้นของหล่อนเสร็จสิ้นลงไปในที่สุด
พอลเปิดประตูรถให้นายใหญ่และคุณหนูฟารีดาเข้าไปนั่งในรถเก๋งคันยาวติดฟิล์มมืดทั้งคัน เรย์เลื่อนปิดกระจกทึบกันเสียงที่กั้นระหว่างคนขับกับเบาะด้านหลัง ซึ่งกันได้ทั้งภาพและเสียง
ฟารีดานั่งซุกอยู่ตรงมุมหนึ่งของเบาะหลัง ในขณะที่ร่างสูงสง่าของเรย์นั่งตามสบาย ขายาวตรงยกขึ้นไขว้ สีหน้าเย็นชาเฉยเมย ฟารีดาไม่รู้เหตุผลว่าทำไมวันนี้เขาจึงให้หล่อนกลับด้วย
