บทที่ 11 Chapter 7 ตบ-จูบ
ในเมื่อเขาเกลียดหล่อนจนหน้าแทบไม่อยากจะมองแบบนี้
วันนี้ทั้งวันหญิงสาวเฝ้าครุ่นคิดเรื่องที่เขาบอกหล่อน ไม่มีทางที่คุณแม่กับคุณพ่อจะทำเช่นนั้นอย่างแน่นอน ฟังดูเหมือนกับเขากล่าวหาว่าแม่ของหล่อนสมรู้ร่วมคิดกับคุณพ่อกำจัดแม่ของเขา ฟารีดาไม่มีวันเชื่อเช่นนั้น แต่ดูท่าทางเขาจะคิดเช่นนั้นจนฝังลงไปในสมองของเขาตลอดหลายปีมานี้
ฟารีดายอมรับไม่ได้ถ้าหากมันเป็นความจริง แต่หล่อนจะทำอย่างไร ไม่มีทางที่ฟารีดาจะกล้าเอ่ยถามคุณแม่และคุณพ่อถึงเรื่องราวในอดีตที่อ่อนไหวต่อความรู้สึกของทุกคนนั้นเด็ดขาด ฟารีดาแอบกลัวคำตอบของมัน โลกที่สวยงามของหล่อนคงจะพังทลายลงไปอย่างไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก
“พี่เรย์มีอะไรจะพูดกับฟาหรือเปล่าคะ”
เสียงแผ่วเบาของฟารีดาเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศที่น่าอึดอัดภายในรถ หญิงสาวตัดสินใจเรียกเขาว่าพี่เรย์ เพราะหล่อนก็ไม่รู้ว่าจะเรียกเขาว่าเช่นไรแล้ว ฟารีดารอฟังคำตะคอกจากเขา หากแต่ก็เงียบ...ฮื่อ...อย่างน้อยเวลานี้หล่อนก็พอจะรู้แล้วว่าเขาให้หล่อนเรียกเขาว่ายังไง
เขาให้หล่อนกลับด้วยนี่มันคงต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่าง หล่อนพยายามจะใช้เหตุผลกับทุกเรื่องให้มากที่สุด ฟารีดาจะพยายามไม่หวั่นไหวสั่นคลอนไปกับพลังอำนาจที่แผ่จากคนร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ นี้เป็นอันขาด หญิงสาวพยายามบอกตัวเองอยู่ในใจ
“ฟาไม่เชื่อเรื่องที่พี่เรย์บอกฟา”
เสียงแผ่วเบาของฟารีดาเอ่ยออกไปทำลายความเงียบภายในรถ
“ฉันไม่แคร์ว่าเธอจะเชื่อหรือไม่”
เสียงห้าวกล่าวออกมาอย่างไม่แยแส
“พี่เรย์ใส่ร้ายคุณแม่กับคุณพ่อ”
“ฉันไม่ได้ใส่ร้ายใครทั้งนั้น! เธอลองไปถามแม่ของเธอดู!”
“พี่เรย์มีหลักฐานอะไรมาปรักปรำท่านแบบนั้น”
เท่านั้นเอง มือใหญ่เอื้อมไปกระชากร่างบางของฟารีดาจนปลิวขึ้นมานั่งบนตักของเขา ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึงด้วยความโกรธ
“อย่าบังอาจมาต่อปากต่อคำกับฉันฟารีดา เธอคิดว่าเธอเป็นใครฮึ!”
จากนั้นปากได้รูปก็ฉกลงมาบดขยี้ริมฝีปากที่ยังบวมเจ็บของหล่อนอย่างไม่สนใจทนุถนอม ลิ้นหนาถืออำนาจจ้วงเข้าไปในปากสวยเขาหญิงสาวและดูดกินรสหวานอย่างถือสิทธิ์ ฟารีดาดิ้นอึกอักทุบอกเขาอย่างไม่ยอมจำนน ร่างบางเสียดสีไปกับร่างสูงใหญ่ของเขาจนทำให้ความร้อนระอุภายในก่อเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
เรย์บดขยี้ปากหล่อนอย่างเร่าร้อนและเรียกร้องจนฟารีดาอ่อนระทวยคาอกกว้างของเขา ร่างนุ่มบนตักกับรสชาดอันหอมหวานบริสุทธิ์นั้นทำให้อารมณ์หนุ่มของเรย์ลุกโชนคุกรุ่นจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่
มือใหญ่เอื้อมไปเกาะกุมอกอิ่มดุจบัวแรกแย้ม แล้วบีบเค้นอย่างลืมตัว ฟารีดาเผลอครางออกมาด้วยอารมณ์ที่ปั่นป่วนไม่เคยต้องมือชายมาก่อน
“พี่เรย์...”
เสียงครางเรียกชื่อของเขาแผ่วเบาและพริ้วไหวยิ่งกระตุ้นอารมณ์ปรารถนาของเรย์ให้ลุกโหมยิ่งกว่าเดิมอีก เขาไม่คิดว่าเพียงแค่น้ำเสียงพริ้วอ่อนหวานของหล่อนยามเอ่ยเรียกเขาเช่นนี้จะมีผลกับอารมณ์และร่างกายของเขาถึงเพียงนี้
เรย์ก้มหน้าลงไปซุกไซ้ตรงร่องอกอิ่มนอกเสื้อผ้า ปากได้รูปงับไปบนยอดถันผ่านเสื้อตัวสวย ฟารีดาสะดุ้งเฮือกเสียวซ่านอย่างไม่อาจรู้ว่าจะทำเช่นไรกับอารมณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
ปากและมือของเขารุกรานไปทั่วร่างบางนุ่มน่าลูบไล้ของหล่อนอย่างเมามันเพลิดเพลินจนลืมตัว มือใหญ่เอื้อมไปใต้กระโปรงลูบคลำสัมผัสไปทั่วขาอ่อนด้านในจนกระทั่งถึงแพนตี้ตัวบาง
เขาวางมือลงไปแล้วไล้ไปตามพื้นที่นุ่มระหว่างกลางกายนั้น
“พี่เรย์...พี่เรย์...ปล่อยฟา...”
เสียงพริ้วเบากระท่อนกระแท่นพยายามจะเอาชนะอารมณ์ฝ่ายต่ำที่กำลังโหมโจมตีอยู่ภายในของฟารีดาดังขึ้น เรย์ชะงักได้สติกลับคืนมา ใบหน้าของเขาและหล่อนแดงก่ำด้วยอารมณ์ร้อนที่ก่อเกิดจนร่างแทบเผาไหม้ซึ่งกันละกัน
ภาพสาวน้อยในอ้อมกอดที่ดวงตาคมหวานซึ้งของหล่อนกำลังปรือเคลิ้ม ร่างกายอันอ่อนนุ่มและหอมหวานสั่นระริกอยู่บนตักของเขา เรย์ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูนเพื่อระงับอารมณ์ที่จะไม่ให้กระโดดขย้ำเนื้อสาวแรกแย้มกุหลาบแรกผลิ ตรงหน้า
เขาผลักหล่อนลงจากตัก ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหน้าและเสยผมของตัวเองด้วยท่าทางหงุดหงิดและฉุนเฉียว
“จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย”
เสียงห้วนสั่งออกมา ฟารีดายังคงมีอาการเบลอและสมองยังคงไม่ทำงานเนื่องจากการปลุกปั่นจากเขา หญิงสาวกระพริบตาถี่ๆ เพื่อเรียกสติคืนมา มือน้อยสั่นระริกเอื้อมขึ้นไปจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ก่อนจะแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากที่บวมแดงของตัวเอง
เรย์ต้องรีบเบนสายตาออกไปมองนอกรถ เมื่อเห็นท่าทางหล่อนไล้ลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองอย่างไร้เดียงสา มันทำให้อารมณ์ไฟร้อนที่เขากำลังพยายามข่มอยู่แทบจะลุกโหมกระหน่ำขึ้นมาอีกครั้ง
