บทที่ 3 Chapter 2 เปิดตัว ฟารีดา เฟรย์
ฟารีดาแอบปลื้มและชื่นชมพี่ชายคนนี้ยิ่งนักราวกับปลื้มดาราก็ไม่ปาน หล่อนแอบแกล้งพิงไปบนไหล่ของเขาด้วยความคิดที่ซุกซนในครั้งนั้น แต่ทว่าเขารีบขยับออกห่างอย่างรวดเร็ว
ฟารีดาเห็นใบหน้านิ่งขรึมและสายตาเย็นชาปนเยาะหยันดูถูกฉายส่งมายังหล่อนอย่างเปิดเผย ราวกับกำลังด่าว่าหล่อนเป็นผู้หญิงไวไฟไร้ยางอายที่อยากถูกเนื้อต้องตัวผู้ชายจนสั่นระริก ฟารีดาหน้าร้อนผ่าว หล่อนรู้สึกปวดหนึบสุดหัวใจกับท่าทีรังเกียจเหยียดหยามในครั้งนั้นของเขา ฟารีดาเผลอยกมือขึ้นกดไปบนหน้าอกด้านซ้าย ทุกครั้งที่คิดถึงมัน
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ฟารีดาก็เริ่มคิดทบทวนถึงทุกปฏิกิริยาของเขาที่มีต่อหล่อนและคุณแม่ของหล่อน มันทำให้หูตาของหญิงสาวสว่างขึ้นมาก หล่อนรู้แล้วเวลานี้ว่าเขาเกลียดหล่อนยิ่งกว่าไส้เดือนกิ้งกือเสียอีก
ฟารีดาไม่เคยถามคุณแม่ว่าเพราะอะไร หญิงสาวไม่ต้องการขุดคุ้ยอะไรก็ตามที่จะทำให้คุณแม่ไม่สบายใจ หล่อนก้มหน้ายอมรับความเกลียดชังของเขาที่มีต่อหล่อนอย่างเงียบๆ ตราบใดที่ต่างคนต่างอยู่ ฟารีดาก็ไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไรมากนัก
“ขอบคุณมากค่ะลุงปีเตอร์”
ฟารีดากล่าวขอบคุณคนขับรถเก่าแก่ของคุณแม่ ตั้งแต่หล่อนย้ายเข้ามาในบ้านหลังนี้ ก่อนจะก้าวเข้าไปนั่งในรถเก่งคันยาวสีดำที่ติดฟิล์มมืดทั้งคัน เฮ้อ... อีกแค่ชั่วโมงก็จะถึงบ้านแล้ว ฟารีดาคิดอย่างอดตื่นเต้นไม่ได้ หญิงสาวยกมือขึ้นลูบคลำจี้เพชรรูปดอกกุหลาบบนคออย่างลืมตัว
ฟารีดาหวนคิดไปถึงเมื่อสี่ปีก่อนที่หล่อนอายุสิบเก้าปี พี่เรย์มีธุรต้องไปพบลูกค้าที่อเมริกา คุณแม่ได้บอกให้หล่อนทราบ อารามดีใจที่รู้ว่าเขามาอยู่ผืนแผ่นดินเดียวกันกับหล่อนในเวลานั้น ทำให้ฟารีดารีบรุดไปหาเขาทันทีที่โรงแรมในเวลากลางคืนหลังจากเลือกเรียนเสร็จ
หญิงสาวยังคงจำได้เมื่อหล่อนไปเคาะประตูห้องของเขา ร่างสูงสง่าผึ่งผายที่อยู่ในชุดเสื้อคลุมหนานุ่มของโรงแรม ใบหน้าคร้ามคมหล่อเหลาดุจรูปปั้นของเขาฉายแววแปลกใจออกมานิดหนึ่งก่อนจะแปรเปลี่ยนไปเป็นเฉยเมยและเย็นชา... ใบหน้าที่เขาชอบใช้กับหล่อน
“เธอมาทำอะไรที่นี่”
ประโยคราบเรียบไร้ซึ่งความรู้สึกยินดีของเขากล่าวออกมา ทำให้ใบหน้าที่ยิ้มร่าด้วยความดีใจของฟารีดาต้องหุบลงทันทีพร้อมกับความรู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรงกับความเย็นชาห่างเหินที่เขาแสดงออกมาต้อนรับหล่อน
“เอ่อ...ฟาได้ยินมาว่าพี่ใหญ่มาที่นี่ เลยมาหาค่ะ”
ฟารีดาจำได้ว่าหล่อนตอบเขาไปเช่นนั้น
“บอกกี่ครั้งแล้วว่าฉันไม่ใช่พี่ใหญ่ของเธอ ฉันมีน้องคนเดียว”
น้ำเสียงเย็นยะเยียบราวกับหิมะน้ำแข็งของเขาราดรดไปบนหัวใจอันอ่อนบางของฟารีดาจนเจ็บชากับประโยคนั้น ประโยคที่เขารู้ดีว่ามันจะทำร้ายความรู้สึกหล่อนให้เจ็บแสบสะใจนัก
ฟารีดาหน้าหงอยลงด้วยความผิดหวังอีกครั้ง ความเจ็บปวดหนึบก่อตัวขึ้นใต้ก้นบึ้งของหัวใจ หล่อนเห็นปากได้รูปกระตุกยิ้มอย่างสมน้ำหน้าที่เขาทำให้หล่อนเจ็บได้
ทำไมหล่อนช่างไม่รู้จักเข็ดหลาบและจดจำเสียบ้างนะฟารีดา... กี่ครั้งแล้วที่เขาคอยใช้สายตาและคำพูดอันเผ็ดร้อนทำร้ายจิดใจหล่อน ฟารีดาจำได้เฉพาะแค่วันสองวันเท่านั้นแหละ หากพอหล่อนยกมือขึ้นลูบคลำจี้เพชรนั้นครั้งใด หัวใจของฟารีดาก็อ่อนยวบให้อภัยเขาไปเสียครั้งแล้วครั้งเล่า อีกทั้งรูปเขาในกระเป๋าตังค์หล่อนที่ฟาริดาพกติดตัวเป็นประจำ
ฟารีดามีรูปครอบครัวในวันคริสต์มาสที่ถ่ายด้วยกัน หล่อนแอบตัดเฉพาะรูปเขาเอาใส่กระเป๋าไว้ รูปที่มีใบหน้านิ่งขรึมปราศจากรอยยิ้มของเขา หากทว่าฟารีดาก็รู้สึกดีใจมากแล้วที่หล่อนได้ครอบครองมัน
ฟารีดาจำได้ว่าเขาเคยห้ามหล่อนไม่ให้เรียกเขาว่าพี่ใหญ่ ฟารีดาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าควรจะเรียกเขาว่าอย่างไรดี เพราะไม่เคยได้พบปะพูดคุยกันโดยตรงสักเท่าไหร่ หญิงสาวไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้คุณแม่และคุณพ่อฟัง หล่อนไม่อยากให้เขามาว่าได้ว่าหล่อนเป็นคนอ่อนแอและขี้ฟ้อง ฟารีดาจึงได้แต่เก็บทุกอย่างไว้กับตัวเองอย่างนี้ตลอดมา
“พอดีฟาอยากจะฝากของไปให้คุณพ่อกับคุณแม่ค่ะ”
ฟารีดาเอ่ยเสียงแผ่วเบาออกไป ที่จริงหล่อนไม่ใช่คนที่จะยอมใครแบบนี้ หากแต่กับเขา หล่อนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงยอมได้ขนาดนี้
ฟารีดาคิดหาเหตุผลให้กับตัวเองว่า ตระกูลเฟรย์มีบุญคุณล้นท่วมหัวหล่อนเพราะฉะนั้นเรื่องที่เขาจะมีความสุขกับการได้ใช้สายตาและวาจาพูดถากถางทำร้ายหล่อนนั้น มันเป็นแค่เล็กน้อยเหลือเกิน ฟารีดาไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย หล่อนมีความสุขที่ได้เห็นหน้าเขา และเขาก็มีความสุขกับการได้พูดด่าว่าเสียดสีหล่อน ถือว่าเจ๊ากันไป ฟารีดาคิดอย่างให้กำลังใจตัวเอง
