บทที่ 5 Chapter 4 สัมภาษณ์งาน...

ฟารีดาขึ้นไปตรงชั้นสองปีกขวามือที่เป็นห้องนอนของหล่อน หญิงสาวเห็นว่ากระเป๋าทั้งหมดได้ถูกขนเข้ามาภายในห้องเรียบร้อยแล้ว ฟารีดาตรงไปกระโดดขึ้นไปบนเตียงนุ่มหลังใหญ่ของตัวเอง หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข...

เฮ้อ...ในสุดหล่อนก็เรียนจบและโตเสียที ต่อไปนี้หล่อนก็อยากจะทำงานเพื่อตอบแทนคุณพ่อคุณแม่และอยากทำให้ท่านทั้งสองภาคภูมิใจในตัวหล่อน ฟารีดาจะตอบแทนท่านให้สมกับที่ท่านรักและดูแลหล่อนมาอย่างดีที่สุด เท่าที่ลูกคนหนึ่งจะพึงตอบแทนผู้บังเกิดเกล้าได้

ฟารีดาอดแว๊บนึกถึงคนที่เขาไม่ต้องการให้หล่อนเรียกว่า “พี่ใหญ่” คนนั้นไม่ได้ สี่ปีแล้วที่หล่อนและเขาไม่ได้พูดกัน นอกเสียจากคำว่าสวัสดีและขอบคุณในวันคริสต์มาสเมื่อตอนที่ต่างคนต่างให้ของขวัญซึ่งกันและกัน

ป่านนี้เขาจะยังคงโกรธหล่อนอยู่เหมือนเดิมหรือยิ่งกว่าเดิมนะ ฟารีดานึกถึงใบหน้าคร้ามคมสันหล่อเหลาดังรูปปั้นของคนๆ นั้นจนกระทั่งผลอยหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการเดินทาง

หญิงสาวตื่นขึ้นมาในเวลาห้าโมงเย็นและได้อาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเป็นชุดกระโปรงแขนจีบสีฟ้าอ่อนยาวถึงหัวเข่าร่างแบบบางอรชร ผมดำยาวตรงสลวยของหล่อนถูกคาดไว้ด้วยที่คาดผมสีเงิน ดวงหน้าสวยหวานปานจะหยดกับดวงตาโตดำขลับทำให้หล่อนดูสวยน่ารักเหมือนตุ๊กตาน่าทนุถนอมยิ่งนัก

ฟารีดาเดินลงไปยังห้องทานข้าวใหญ่ของครอบครัวที่อยู่ตรงชั้นแรก คุณพ่อกับคุณแม่ยังคงไม่ลงมา หญิงสาวจึงไถลเดินไปยังห้องครัว

“อื้อหือ หอมจังเลยค่ะป้าโรซี่ ทำอะไรคะนั่น”

ฟารีดาทักทายหัวหน้าแม่ครัววัยห้าสิบด้วยน้ำเสียงร่าเริง ป้าโรซี่รีบหันมาและยิ้มกว้างให้ฟารีดาอย่างตื่นเต้นดีใจ

“คุณหนูฟา โอโห ไม่ได้เจอกันนาน คุณหนูของป้าช่างดูงดงามราวกับนางฟ้าเลย”

นางกล่าวชมด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพร้อมกับดวงตาฉายแววแห่งความรักและความชื่นชมมายังคุณหนูลูกเจ้านายที่ไม่เคยถือเนื้อถือตัวกับคนรับใช้ในบ้านเลย

“แหม ป้าโรซี่ปากหวานอย่างนี้เดี๋ยวฟาก็ลอยจนกู่ไม่กลับเท่านั้นเอง”

“วันนี้ป้าและทุกคนรู้ว่าคุณหนูกลับมาบ้าน ป้าทำของโปรดของคุณหนูไว้รอด้วยค่ะ”

ป้าโรซี่ชาวสวิส ได้เรียนทำอาหารไทยหลายชนิดเพื่อหล่อนและคุณแม่โดยเฉพาะ ของโปรดที่เธอว่าก็คงจะเป็นแกงเขียวหวานไก่และผัดฉ่าทะเลนั่นเอง

“งั้นเดี๋ยวฟาจะไปนั่งรอที่โต๊ะนะคะ ไม่ทราบว่ามีใครมาหรือยัง”

ฟารีดากล่าวเสร็จก็เดินออกไปจากห้องครัวสู่ห้องทานข้าวที่อยู่ติดกัน หญิงสาวชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นร่างสูงสง่าของเขานั่งอยู่โซฟาตรงมุมห้อง พี่ชายใหญ่คนที่ไม่ต้องการให้หล่อนเรียกเขาว่า “พี่ใหญ่” ซึ่งฟารีดาไม่เคยมีปัญหากับมันมาเป็นเวลาสี่ปีแล้ว แต่ต่อแต่นี้ไปหล่อนก็ยังไม่แน่ใจว่าหล่อนควรจะเรียกเขาว่าเช่นไรดี อย่างที่จะทำให้เขาพอใจและไม่ตะคอกใส่หน้าหล่อนอีก

ฟารีดาเดินยืนอยู่ตรงนั้นอย่างไม่แน่ใจว่าจะทักเขาดีหรือไม่ ในขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปปั้นนั้นก้มอ่านนิตยสารในมืออย่างไม่ใส่ใจที่จะเงยหน้าขึ้นมามองหล่อนเลย ฟารีดาจึงตัดสินใจเดินตรงเข้าไปหาเขา ไหนๆ หล่อนก็เป็นน้องและเป็นเด็กกว่า ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องกัน แต่ฟารีดาก็ไม่อยากให้มันขยายใหญ่โตจนทำให้คุณพ่อและคุณแม่ไม่สบายใจ

“สวัสดีค่ะ...พี่ใหญ่”

ฟารีดาเอ่ยทักไปตามความเคยชิน เขาเงยหน้าขึ้นมองหล่อนอย่างเฉยเมย ก่อนจะพยักหน้ารับคำทักทายของหล่อนอย่างเสียไม่ได้ แล้วก็ก้มหน้ากลับไปอ่านหนังสือต่อราวกับหล่อนไม่มีตัวตนยืนอยู่ตรงนั้น ฟารีดาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินไปนั่งยังโต๊ะทานข้าวอย่างเงียบๆ

เขายังคงเกลียดหล่อนอยู่เหมือนเดิม สี่ปีมานี้ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ถึงแม้ว่าหล่อนจะพยายามอยู่ห่างและไม่เคยทำเรื่องอะไรให้เขาเดือดร้อนเลย ฟารีดาถอนหายใจออกมาอย่างผิดหวังและพยายามสลัดความรู้สึกเศร้าสลดอาดูรที่เริ่มแผ่คลุมคืบคลานเข้ามาในหัวใจออกอย่างรวดเร็ว

“อ้าวมากันแล้วเหรอลูก”

เสียงจอร์จเอ่ยทักขึ้น พร้อมกับพาร่างสูงใหญ่ของเขาเดินเข้ามานั่งตรงหัวโต๊ะ คุณอันธิกานั่งลงตรงที่ประจำคือ เก้าอี้ด้านซ้ายมือของสามี เรย์ลุกขึ้นจากโซฟามานั่งลงตรงด้านขวามือตรงกันข้ามกับคุณอันธิกา

ฟารีดานั่งอยู่เก้าอี้ข้างๆ เขาอยู่ก่อนแล้วเพราะตอนหล่อนเดินมานั่ง หญิงสาวลืมนึกถึงข้อนี้ไป การจะลุกเปลี่ยนที่ในเวลานี้มันก็คงจะดูกระไรอยู่

เมื่อทุกคนเข้าประจำที่เรียบร้อยแล้ว แม่บ้านก็ทำหน้าที่ตักข้าวเสริฟ ซึ่งเป็นเรื่องดีที่บ้านนี้ทานข้าวเป็นส่วนใหญ่ จะมีบางวันที่ทานอาหารยุโรป จอร์จนั้นชอบอาหารไทยมากตามภรรยา

ส่วนเรย์นั้นเป็นคนทานง่าย แม่บ้านไม่เคยเห็นเขาบ่นเรื่องอาหารการกินเลยสักครั้ง ซึ่งทำเอาทุกคนรักและเคารพนายใหญ่มากในเรื่องที่เขาไม่เคยจุกจิกเอาใจตัวเอง

แม่บ้านแอบสังเกตว่านายใหญ่ชอบแกงเขียวหวานเหมือนคุณหนูฟารีดา ส่วนผัดฉ่านั้นไม่เห็นเขาแตะ อาจจะดูสีสันจัดจ้านและเผ็ดเกินไปเสียกระมัง

“เรื่องที่พ่อคุยกับเรย์ ที่ว่าฟาจะไปฝึกงานกับลูกน่ะ เรย์จัดการไปถึงไหนแล้ว”

เสียงบิดาเอ่ยถามออกมา เมื่อทุกคนรวบช้อนและทานเสร็จแล้ว ฟารีดาแทบจะสำลักน้ำ หล่อนหูผึ่งและตกใจ หญิงสาวไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย คุณพ่อไม่เคยเกริ่นให้ฟัง

ฟารีดารู้สึกหัวใจเต้นขึ้นมาอย่างรุนแรง... คุณพ่อคงไม่รู้ว่าพี่ใหญ่เขาเกลียดหล่อนยิ่งกว่าอะไรเสียอีก แล้วนี่จะให้หล่อนไปทำงานกับเขาได้อย่างไรกัน!

“เอ่อ คุณพ่อคะ พอดีตอนที่เรียนอยู่ที่โน่น ฟาได้ตกลงกับเพื่อนไว้แล้วว่าจะไปฝึกงานกับบริษัทของคุณพ่อเขาค่ะ”

ฟารีดาพยายามหาทางออกให้กับตัวเอง เพราะหล่อนรู้ดีว่าเขาคงจะไม่มีทางช่วยเหลือรับหล่อนไปทำงานด้วยแน่ คนเกลียดกันขนาดนี้ หน้าหล่อนเขายังแทบไม่อยากจะชายตามองเลย

“บริษัทของใคร”

เสียงจอร์จเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับทำหน้าขมวดคิ้วมุ่น

“เอ่อ ของตระกูลฮาร์ทแมนค่ะ เพื่อนของฟา เกวิน ฮาร์ทแมน เราเรียนจบมาพร้อมกัน”

ฟารีดาเอ่ยบอกแก่คุณพ่อ เรย์นิ่งฟังอยู่อย่างเงียบๆ รู้สึกโล่งใจที่เขาไม่ต้องรับหล่อนมาทำงานด้วย

“ไม่ได้หรอกฟารีดา ตระกูลเรามีบริษัทของตัวเองตั้งมากมายจะไปฝึกงานกับคนอื่นได้ยังไง เรย์ช่วยจัดการให้น้องทีนะ ฟาพร้อมเมื่อไหร่ก็คุยกันเอาเองละกัน พ่อขอตัวก่อน”

ว่าแล้วจอร์จก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปโดยมีคุณอันธิกามองมายังลูกสาวอย่างอดห่วงไม่ได้ เธอรู้ดีว่าเรย์นั้นไม่ชอบเธอกับฟารีดา หากทว่าคุณอันธิกาก็ถอนใจแล้วเดินตามสามีออกไป

ฟารีดานั่งนิ่งเงียบตรงข้างๆ เขาอย่างไม่แน่ใจว่าจะกล่าวอะไรออกมาดี ร่างสูงของเขายืนขึ้น

“เดี๋ยวตามฉันไปที่ห้องสมุด”

เสียงห้าวสั่งออกมาอย่างสั้นๆ ฟารีดาลุกขึ้นและเดินตามเขาไปอย่างเงียบๆ จนถึงในห้องสมุด

หล่อนเผลอมองตามแผ่นหลังกว้างที่ซ่อนกล้ามเนื้อสวยไว้ภายใต้เสื้อยืดสีขาวนั้นอย่างไม่ทันระวังตัวเมื่อจู่ๆ เขาก็หยุดกระทันหันและหันกลับมาเผชิญหน้ากับหล่อนทำให้ร่างของฟารีดาเดินชนแผงอกกว้างของเขาเข้าอย่างจังจนแทบจะเซล้มถ้าหากมือแข็งแรงนั้นไม่รีบเอื้อมมาคว้าเอวของหล่อนไว้เสียก่อน

มือใหญ่ที่โอบเอวของหล่อนไว้จนร่างหล่อนกับร่างสูงของเขาแนบชิดกันอยู่ ความร้อนระอุที่ไหลผ่านจากร่างสูงของเขาสู่ร่างบางของหล่อนทำให้ฟารีดาหัวใจเต้นระส่ำอย่างรุนแรงจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก หล่อนเงยหน้าขึ้นมองเขา ใบหน้าคมเข้มเฉยชาก้มลงมามองใบหน้าของหล่อนอย่างสำรวจอยู่แว๊บหนึ่งก่อนจะผละออกอย่างรวดเร็ว

เขาเดินไปนั่งตรงโซฟายาวสำหรับเอาไว้นอนอ่านหนังสือ เรย์ไม่ชอบพูดเรื่องส่วนตัวและเรื่องธุรกิจต่อหน้าคนรับใช้

ฟารีดาเดินมานั่งตรงมุมอีกด้านหนึ่งของโซฟานั้น

“เธอจบมาด้านไหน”

เขาถามสั้นๆ

“การบริหารการเงินค่ะ”

เสียงอ่อนเบาของหล่อนเอ่ยออกไป เขาชำเลืองมองร่างบางอรชรที่นั่งเรียบร้อยซุกอยู่ตรงมุมโซฟา ดวงหน้างามหวานปานจะหยด งามราวกับตุ๊กตา

หึ.คงจะใช้รูปร่างหน้าตาเข้าแลกกับงานละสิท่า...กับเจ้าหนุ่มเพื่อนของหล่อนนั่น...เจ้ามายาทำท่าเรียบร้อยเหมือนแม่หล่อนนั่นแหละ...

ผู้ชายหน้าไหนจะทนได้กับใบหน้าหวานๆ ท่าทางสนิมสร้อยของหล่อน ใครเห็นก็คงจะใจอ่อนกันเป็นแถวล่ะ...แต่ใครๆ ที่ว่านั่นไม่ได้รวมถึง เรย์ควิน เฟรย์ ไปด้วยแน่...

ไม่มีวันเสียล่ะ ที่เขาจะหลงกลผู้หญิงเจ้ามายา... เหมือนแม่ของหล่อนที่เอาความสวยงามและความแสร้งอ่อนหวานเข้าล่อจนทำให้ผู้ชายอย่างคุณพ่อของเขาใจอ่อน

“พร้อมจะเริ่มงานเมื่อไหร่”

เสียงเข้มห้วนสั้นเอ่ยถามโดยไม่มองหน้าหล่อน

“ฟาเริ่มได้เลยค่ะ แล้วแต่พี่ใหญ่”

เท่านั้นเอง เขาหันขวับมามองหล่อนอย่างเต็มตา ใบหน้าคร้ามคมบ่งบอกว่าไม่สบอารมณ์ยิ่งนัก

“บอกแล้วว่าฉันไม่ใช่พี่เธอ!”

เสียงตะคอกดังออกมาจนทำให้ฟารีดาสะดุ้ง หญิงสาวหน้าซีดเผือด ด้วยหล่อนลืมตัวไปอีก หล่อนเรียกเขาเช่นนี้ยามลับหลังจนติดปาก

“แล้วจะให้ฟาเรียกว่าอะไรล่ะคะ”

หล่อนส่งเสียงสั่นระริกถามออกไป ไม่อยากเห็นเขาโกรธ หล่อนกลัวคุณพ่อคุณแม่จะไม่สบายใจถ้าหากรู้ว่าหล่อนทำให้เขาโกรธจนเขาไม่รับหล่อนเข้าทำงานด้วย

“เรียกว่าอะไรก็ช่างเธอ แต่คำว่าพี่ใหญ่นั่น สำหรับเจเดนคนเดียวเท่านั้น! จำไว้!”

<br/><br/>

บทก่อนหน้า
บทถัดไป