บทที่ 8 Chapter 6 ร่วมห้องกับนายใหญ่
ความรู้สึกโกรธและเกลียดที่มันฝังลึกในหัวใจของเขามันช่างมากมายเหลือเกิน แม่ของหล่อนกับพ่อของเขาเป็นสาเหตุทำให้คุณแม่ของเขาต้องเสียชีวิต... หึ. หล่อนช่างไม่รู้อะไรเสียจริงนะฟารีดา ยังคงทำท่าใสซื่อเทิดทูนแม่ของตัวเองว่าแสนดี ทำไมหล่อนไม่ถามความจริงจากแม่ของหล่อนล่ะ ต่อไปจะได้ไม่มาทำหน้าซื่อบริสุทธิ์ถามเขาอีกว่าทำไมเขาถึงเกลียดหล่อนนัก
ใบหน้าใสซื่อที่ทำให้เขารู้สึกอยากขย้ำเนื้อหล่อนและเปลี่ยนให้มันเป็นใบหน้ารู้สึกผิด สำนึกตัวและละอายใจแทน แม่ของหล่อนอยู่อย่างสุขสบายในฐานะคุณนายเฟรย์ในเวลาสิบกว่าปีมานี้ แม่ของหล่อนทำให้เขาและเจเดนต้องสูญเสียความรักและเคารพที่พวกเขาควรมีต่อบิดาบังเกิดเกล้า
ฟารีดายกมือขึ้นลูบแขนตัวเองป้อยๆ ด้วยความเจ็บ รอยช้ำแดงเป็นรอยนิ้วปรากฎขึ้นอย่างเห็นชัดเจนบนเนื้อขาวใสอมชมพูนั้น หญิงสาวกลืนก้อนสะอื้นลงไปในลำคออย่างยากลำบาก โชคดีที่ยังเช้าอยู่และแมดดี้ยังมาไม่ถึงที่ทำงาน
ทำไมเขาถึงไม่บอกหล่อนเสียเลยให้มันรู้แล้วรู้รอดไปว่า เขาโกรธเกลียดหล่อนมากมายอย่างนี้เพราะสาเหตุอะไรกัน และถ้าหากหล่อนทำอะไรผิดหล่อนก็จะยอมขอโทษและชดใช้ให้เขา ให้มันจบๆ กันไป การที่เขาตั้งท่าเกลียดชังและเป็นศัตรูกับหล่อนอยู่ตลอดเวลาอย่างนี้ ทั้งที่อยู่บ้านเดียวกัน และเวลานี้ก็ทำงานห้องเดียวกันอีก ฟารีดาจะทนอยู่อย่างคนมืดมนและไม่รู้อะไรเลยสำหรับเรื่องในอดีตนั้นต่อไปได้อย่างไร
“ทำไมคุณไม่บอกฟามาเลยว่ามันเรื่องอะไรกันแน่ที่ฟาและคุณแม่ทำผิดต่อคุณ ถ้าหากมันเป็นความจริงฟาก็จะยินดีขอโทษและจะยอมชดใช้ให้คุณทุกอย่าง”
เสียงสั่นระริกหากพยายามทำเข้มแข็งตัดสินใจเอ่ยออกไป หล่อนเดินมายืนตรงหน้าโต๊ะทำงานใหญ่ของเขา เรย์เงยหน้าขึ้นมามองท่าทางลูกกวางน้อยที่พยายามทำท่ากล้าหาญนั้น เขากระตุกยิ้มตรงมุมปาก
“หึ..เธอไม่มีทางชดใช้มันได้หรอกฟารีดา เธอไม่มีค่าอะไรขนาดนั้นที่จะมาชดใช้กับสิ่งมีค่าสูงสุดที่ฉันสูญเสียไปแล้วได้!”
เสียงเข้มของเขากล่าวออกมาอย่างดุดัน ฟารีดารู้สึกเจ็บปวดกับสายตาเยาะหยันที่ส่งภาษาว่าเธอช่างไร้ค่าและมีความเป็นมนุษย์ไม่เท่าเทียมกันกับเขา ความรู้สึกห่วงหาอาทรที่หล่อนแอบมีให้เขาตลอดมา บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความผิดหวังและน้อยใจในคนตรงหน้ายิ่งนัก จนฟารีดาปวดร้าวและเจ็บเหน็บหนึบตรงหัวใจส่วนลึก
“ถ้าคุณเกลียดฟาขนาดนั้น เดี๋ยวฟาจะบอกคุณพ่อว่าไม่ต้องให้คุณลำบากให้ฟาทำงานที่นี่แล้ว ฟาไม่อยากทำให้คุณไม่สบายใจ”
น้ำเสียงค่อนข้างสั่นเอ่ยออกมา
“อย่าริไปฟ้องคุณพ่อว่าฉันรังแกอะไรเธออีกล่ะ”
“ฟาไม่ได้จะฟ้องอะไร เพียงแต่คิดว่าคนไม่ชอบหน้ากัน จะมาเสียเวลาทำงานด้วยกันไปทำไม ต่างคนต่างก็ไม่มีความสุขไปเปล่าๆ ฟาไม่เห็นเหตุผลที่เราจะต้องเผชิญหน้ากันทุกวันอย่างนี้ ฟาจะบอกคุณพ่อว่ามันเป็นเพราะฟาเอง จะไม่พูดอะไรให้คุณต้องเดือดร้อน”
ฟารีดาพยายามใช้เหตุผลตามที่หล่อนคิดได้ในเวลานั้น จริงน่ะสิ เขาเกลียดหล่อนขนาดนั้นแล้วจะมานั่งทำงานจ้องหน้ากันจนไม่มีความสุขมันจะกระทบมีผลเสียกับงานมากกว่าผลดี
หากทว่าร่างสูงของเรย์ลุกพรวดขึ้นแล้วก้าวยาวๆ ตรงมายังร่างของฟารีดาอีกครั้งทำเอาหญิงสาวตกใจ ด้วยความไม่รู้ว่าหล่อนได้พูดอะไรผิดหูเขาเข้าไปอีกแล้ว มือใหญ่จับร่างของหล่อนเขย่าไปมาจนหัวสั่นหัวคลอนไปหมด
“หึ นี่เธอกำลังจะบอกว่าเธอจะออดอ้อนคุณพ่อฉันยังไงก็ได้ เขาจะตามใจเธอทุกอย่างเหมือนอย่างที่เขารักและตามใจเธอตลอดมาล่ะสิฟารีดา!”
เขาตะคอกใส่หน้าหล่อน
“เธออยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมฉันถึงเกลียดเธอและแม่ของเธอฮ๊ะ! ฟารีดา...ฉันจะบอกเธอเอาบุญให้ก็ได้!”
ฟารีดาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าถมึงทึงด้วยความโกรธจัดกว่าทุกครั้ง หญิงสาวมองเขาด้วยความกลัวปนตื่นตระหนก
“เธอแน่ใจนะว่าเธอจะรับความจริงที่โหดร้ายได้น่ะฮึ ฟารีดา!”
น้ำเสียงดุดันถากถาง มือใหญ่กำแขนบอบบางของหล่อนแล้วบีบจนฟารีดาต้องกัดริมฝีปากของตัวเองเพื่อสะกดกั้นความเจ็บปวดนั้น
“คุณพูดมาเถอะค่ะฟาพร้อมจะรับฟัง”
น้ำเสียงสั่นระริกเอ่ยออกมาดวงตาคำขลับของหล่อนมีน้ำตาเอ่อเคลาเบ้าราวกับกำลังจะไหลทะลักออกมาในนาทีข้างหน้านี้ เรย์จ้องใบหน้านั้นด้วยความสาใจ ริมฝีปากได้รูปกระตุกยิ้มอย่างสะใจ
“งั้นเธอก็ฟังให้ดีฟารีดา ความจริงที่เธอไม่เคยรู้ ความจริงที่อัปยศอดสูจนแม่เธอไม่แม้แต่กล้าจะเปิดเผยให้ลูกรักอย่างเธอฟัง!”
น้ำเสียงดุดันเย้ยเยาะพร้อมกับสายตาจงเกลียดจงชังจ้องสบตาดำขลับที่มีน้ำตาคลอเบ้า แววตาเต้นระริกด้วยความรู้สึกหลากหลายปะปน ทั้งผิดหวังน้อยใจและตื่นกลัวกับความจริงที่เขากำลังจะบอกหล่อน
