บทที่ 3 เตรียมตัวเป็นเมียโจร
“เอ้า เฮ้ย... เป็นอะไรไปอีกละนี่ ใจเสาะจริงๆ”
แพทริคบ่นให้คนที่แน่นิ่งอยู่ในอ้อมแขนของเขา ชายหนุ่มอุ้มร่างเพรียวของหล่อนกลับไปยังเตียง เขามองเสื้อผ้าของหล่อนอยู่ชั่วนาทีหนึ่ง
“สงสัยต้องเปลี่ยนชุด”
แพทริคพูดพึมพำกับตัวเอง โดยไม่รอช้า เขาเอื้อมมือไปถอดเสื้อผ้าชุดสูททำงานสวยของหล่อนออก จนเหลือแต่บราเซียร์ผ้าลูกไม้สีดำเซ็กซี่กับจีสตริงเข้าชุดกัน
แพทริคมองดูร่างเกือบเปลือยที่นอนแน่นิ่งหมดสติอยู่บนเตียง ชายหนุ่มกลืนน้ำลายเหนียวลงคออึกใหญ่
“ซ่อนรูปเหรอ... เห็นเพรียวๆ คิดว่าจะแบนเป็นกระดานเหมือนพวกนางแบบซะอีก”
เขาพำกับตัวเอง สายตาคมจ้องมองไปยังหน้าอกอวบอิ่มก้อนโตสวยขาวที่ล้นขอบบราเซียร์ออกมา แล้วก็ต้องกลืนน้ำลายลงไปอีกอึก เจ้าจีสตริงนั่นก็เหมือนกันแทบจะปกปิดอะไรไม่ได้ เขาเห็นเนินเนื้อนวลอยู่รำไร แพทริคอยู่รู้สึกหัวใจเต้นส่ำอย่างรุนแรงกับภาพเซ็กซี่ตรงหน้า ชายหนุ่มรีบเมินสายตาทันที
“ใส่ชุดนอนนี่แหละ”
เขาเป็นคนที่ชอบพูดกับสัตว์อย่างเจ้าสโนว์และเวลานี้ก็เป็นโรคพูดเองเออเองเพิ่มเข้ามาอีกโรคหนึ่ง
มือใหญ่เอื้อมไปยกตัวหล่อนขึ้น ในขณะเดียวกันคามิล่าค่อยรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมา
“กรี๊ด!!!”
หญิงสาวร้องกรี๊ดขึ้นมาทันควัน เมื่อรู้สึกถึงมือใหญ่ที่กำลังป้วนเปี้ยนอยู่แถวเนื้อตัวหล่อน ทำเอาแพทริคสะดุ้งโหยง คามิล่าเอื้อมมือไปโน้มคอเขาลงมากะจะเค้นบีบให้ตายคามือ หากแต่โน้มผิดจังหวะไปหน่อยทำให้ใบหน้าที่สวมหน้ากากของเขาซุกซบลงไปตรงร่องอกอวบอั๋นของหล่อน
“ว๊าย!! ไอ้โจรบ้า ไอ้โจรลามก! กรี๊ด!!”
“เฮ้ย บ้าจริงโว้ย!... ร้องกรี๊ดๆ อยู่ได้ พูดอย่างอื่นไม่เป็นรึไงฮะ!”
แพทริคพยายามเงยหน้าขึ้นและแกะมือหล่อนออก หากคามิล่าไม่ยอมปล่อยง่ายๆ หล่อนคิดว่ามันเป็นโอกาสในการโจมตีของหล่อนแล้ว ไอ้โจรบ้า บังอาจจับใครไม่จับมาจับคามิล่า แฮมเมอร์ตั้นเหรอ!
คิดได้ดังนั้น หญิงสาวรีบยกขาทั้งสองข้างขึ้นไปเกี่ยวตัวเขา จนแพทริคล้มลงไปทับร่างหล่อนทั้งตัว
“นี่แน่ะ ไอ้โจรบ้า! ไอ้โจรเฮงซวย! ปล่อยฉันไปนะ ปล่อย! ไม่งั้นแกตายแน่!”
เสียงแหลมร้องตะโกนใส่หน้าของแพทริค ในขณะที่มือก็โน้มคอเขากดไประหว่างร่องอก และขาก็หนีบเอวเขาไว้แน่น จนเจ้าน้องชายของเขาถูไถเสียดสีไปกับเจ้าจีสตริงของหล่อนอย่างน่าเสียวไส้
“จะบ้าเรอะ! เธอนั่นแหละปล่อย ทั้งกดทั้งหนีบแบบนี้ อยากโดนข่มขืนรึไงหา!”
แพทริคตะโกนผ่านหน้ากากออกไป หนอย ยัยบ้า เสียดายที่มีหน้ากากกั้นอยู่ ไม่งั้นละก้อ ฮึ่ม! จะจัดการเจ้าเต้าอวบสองข้างนั้นซะให้ร้องเสียวแทนร้องกรี๊ดไปเลย
คามิล่าได้ยินคำว่าข่มขืน เท่านั้นเอง หญิงสาวรีบหยุดกึกทันควัน ใบหน้างามตื่นตระหนก แพทริคได้ทีรีบแกะมือแกะเท้าหล่อนออก
“เอ้า ใส่ซะ! ชุดนอนและของใช้จำเป็นอยู่ในตู้นั่น หาเอาเอง”
เสียงที่เวลาเขาตะคอกขู่นั้น ไม่คุ้นหูไปเสียแล้ว เพราะคามิล่าไม่เคยคุยกับเขาหรือสุงสิงกับเขาอย่างใกล้ชิดมาก่อน หญิงสาวรีบขยับลุกขึ้นนั่งและถอยร่นไปชิดหัวเตียง ดวงตาตื่นกลัว
“แก ไอ้โจรชั่วช้า แกจับฉันมาทำไมฮะ! แกรู้มั้ยว่าฉันเป็นใคร! แกรู้มั้ยว่าใครคือว่าที่คู่หมั้นของฉัน! ไอ้โจรสารเลว! แกรู้จักมั้ย นายใหญ่แห่งตระกูลเฟรย์น่ะฮึ! เขาไม่ปล่อยแกไว้แน่ ป่านนี้คงกำลังส่งคนออกตามหาฉันแล้ว แกตายแน่ไอ้โจรกระจอก!”
เสียงแปร๋นของคามิล่าร้องตะโกนด่าออกไปเป็นชุด ด้วยความโกรธผสมความกลัวสุดขีด
ฮื่อ ไอ้นายใหญ่ ว่าที่คู่หมั้นเธอแหละตัวดีนัก ป่านนี้มันคงตามหาอยู่แน่ แต่เสียใจด้วยนะคามิล่า เพราะคนที่มันตามหาน่ะ ไม่ได้เป็นเธอ! แต่ว่าเป็นอีกคนที่ไอ้นายใหญ่มันรักจนแทบจะถวายหัวให้โน่นต่างหากล่ะ หึๆ...
“ไม่ต้องพูดมาก รีบใส่ชุดนอนซะ เดี๋ยวจะเอาอาหารมาให้”
เสียงสั่งห้าวห้วนดังขึ้น ก่อนที่ร่างสูงในชุดดำจะเดินออกจากกระท่อมไป คามิล่ารีบขยับตัวลุกขึ้น หัวใจของหญิงสาวยังคงเต้นส่ำอย่างรุนแรงตั้งแต่ลืมตาฟื้นคืนสติขึ้นมาจนกระทั่งถึงเวลานี้มันยังดังตึกตักตูมตามราวกับจะทะลุออกมาจากอก
หล่อนพยายามหายใจเข้าปอดลึกๆ และพยายามจะควบคุมอารมณ์และความรู้สึกกลัวให้อยู่ในคอนโทรลอย่างเต็มที่ หล่อนต้องตั้งสติให้ได้ถ้าหากต้องการหนีหลุดออกไปจากเงื้อมมือของไอ้โจรหน้ากากดำที่หล่อนก็ยังไม่รู้ว่ามันจับหล่อนมาทำไมกันแน่
คามิล่ารีบหยิบชุดนอนที่ไอ้โจรวางไว้ให้ขึ้นมาสวม ตอนนี้หล่อนต้องพยายามเชื่อฟังไอ้โจรสารเลวนั่นไว้ก่อน ก่อนที่มันจะโมโหขึ้นมาและข่มขืนหล่อนอย่างที่มันขู่จริงๆ
หญิงสาวมองไปรอบกระท่อมที่มืดมิดนั่นอย่างสำรวจว่าอะไรพอจะเป็นอาวุธได้บ้าง พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นท่อนฟืนที่ก่ออยู่ข้างๆ เตาผิง คามิล่าไม่รอช้าเดินดุ่มๆ ไปหยิบท่อนอวบเหมาะมือมาถือไปท่อนหนึ่ง
“ฮึ แก! แกตายแน่ ไอ้โจรชั่ว!”
คามิล่าพึมพำกับตัวเอง จับใครไม่จับ ดันมาจับคามิล่า แฮมเมอร์ตั้น!
ครู่ใหญ่ต่อมา หญิงสาวได้ยินเสียงกุกกักอยู่ตรงหน้าประตู คามิล่ารีบคลำทางย่องไปยืนแอบอยู่ข้างประตูในความมืดมิด มือถือท่อนฟืนไว้แน่นจนเหงื่อกาฬชื้นเต็มไปหมด หัวใจของหล่อนเต้นตูมตามรุนแรงและเสียงดังในอกราวกับกองเพลวัดมหาธาตุ มันดังจนหล่อนรู้สึก
แพทริคไขกุญแจทางด้านนอกเสร็จ มือข้างหนึ่งถือถ้วยซุป อีกข้างผลักประตูที่ค่อนข้างฝืดเข้ามาอย่างแรง!
“โอ๊ย!”
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นมาจากหลังประตู แพทริคขมวดคิ้วรีบวางถ้วยซุปที่โต๊ะข้างๆ แล้วดึงประตูให้ปิดลง สายตาคมเข้มมองฝ่าความมืดไปเห็นร่างเพรียวของคามิล่าทำตัวงอยกมือขึ้นปิดหน้าและร้องด้วยความเจ็บปวด อ้าว ก็แล้วไปยืนอยู่ทำไมหลังประตูนั่นน่ะ ยายคุณหนูจอมซื่อบื้อ...
แพทริครีบเดินไปจุดตะเกียงเจ้าพายุที่วางอยู่ตรงขอบหน้าต่าง
แสงไฟริบหรี่พอให้สว่างเห็นภายในห้อง ชายหนุ่มมองตรงไปยังร่างเพรียวระหงในชุดนอนโปร่งบางที่เขาตั้งใจเลือกให้หล่อนโดยเฉพาะ ตรงพื้นข้างเท้าหล่อนมีท่อนฟืนตกอยู่
“โอ๊ยยย...เลวที่สุด!”
เสียงแปร๋นตะโกนด่าออกมาพร้อมกับร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด แพทริคหัวเราะเสียงดังออกมาด้วยความขำ
“หึ คิดจะลอบทำร้ายกันเรอะ สมน้ำหน้า!”
แพทริคกระชากแขนกลมกลึงของคามิล่าให้ไปนั่งที่เก้าอี้ไม้ตรงริมหน้าต่าง เขาเลื่อนถ้วยซุปไปบนโต๊ะตรงหน้าหล่อน ไม่สนใจมือที่ลูบคลำไปบนหน้าผากป้อยๆ นั้น
“กินซะ เผื่อสมองจะได้ดีขึ้น อ้อ และอย่าคิดหนีหรือคิดทำร้ายฉันอีกเป็นอันขาด”
เสียงเข้มขู่ตะคอกออกมา คามิล่าน้ำตาคลอตาด้วยความเจ็บหน้าผากและเจ็บใจตัวเองยิ่งนัก หล่อนมัวแต่ตื่นเต้นและกลัวจนลืมดูไปว่าหล่อนยืนอยู่ข้างประตูผิดด้าน
“และก่อนที่จะเธอจะคิดหนี ฉันจะบอกอะไรให้ว่าไอ้กระท่อมเนี่ยมันอยู่ในป่าทึบลึกไกลจากเมืองมาก รอบๆ กระท่อมนี้เต็มไปด้วยสิงห์สาราสัตว์ทุกประเภท เธอคงหนีไปได้ไม่ไกลหรอก คงจะตกเป็นเหยื่ออันโอชะให้ไอ้เสือหิวข้างนอกนั้นแน่ ฉันไม่อยากลำบากตามเก็บชิ้นส่วนแขนขา ตับไตไส้พุงที่เกลื่อนป่าของเธอ”
เสียงห้าวเอ่ยข่มขู่ให้หล่อนกลัว คามิล่าได้ยินแล้วต้องปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างที่ไม่อาจควบคุมได้
“แกจับฉันมาทำไม แกต้องการอะไรฮะ ไอ้บ้า!”
เสียงตะโกนปนสะอื้นดังขึ้น อื้อหือ นี่ขนาดหล่อนกลัวนะนี่ ปากยังจัดและแปร๋นขนาดนี้ ถ้าตอนที่หล่อนกล้ามันจะขนาดไหน แพทริคแอบคิดในใจ
“เธอกินข้าวซะ อย่าพูดมาก เก็บแรงไว้ใช้ยามจำเป็นดีกว่า”
แพทริคหมายถึงเวลาที่เขาจะจัดการกับร่างกายของหล่อนอย่างถึงพริกถึงขิง หากคามิล่าก็ฉุกคิดขึ้นมาเหมือนกันว่า หล่อนควรจะกินเพื่อให้มีเรี่ยวแรงเก็บตุนไว้ให้มากที่สุด นี่เพิ่งคืนแรก พรุ่งนี้ไม่แน่หล่อนอาจจะมีโอกาสที่จะจัดการกับไอ้โจรห้าร้อยนี่ก็ได้
คิดได้ดังนั้น คามิล่าจึงค่อยเอื้อมมือไปจับช้อนและตักซุปเข้าปากไปอย่างเงียบๆ แพทริคสังเกตเห็นหน้าผากที่นูนแดงขึ้นมาเล็กน้อยของหล่อน หึ! สวยแต่รูป สมองกลวงจริงๆ ยายเจ้าหญิงนี่ สมควรที่ไอ้เรย์มันไม่ยอมเอา เขากระตุกยิ้มตรงมุมปากรู้สึกสมน้ำหน้าคนสวยขาวีน
“กินเสร็จก็อาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย คืนนี้ฉันจะให้เธอพักผ่อนเตรียมตัวก่อน”
เสียงไอ้โจรกล่าวขึ้น คามิล่าชักงักมือที่กำลังตักซุปเข้ามาก
“เตรียมตัวทำอะไร!”
หล่อนกระชากเสียงถาม เพื่อข่มความกลัว ยิ่งกลัวก็ต้องยิ่งเสียงดังเข้าไว้ นั่นคือคติธรรมประจำใจของคามิล่า
“หึๆ ก็เตรียมตัวที่จะเป็นเมียโจรน่ะสิ คืนพรุ่งนี้เป็นต้นไป เธอจะได้รับเกียรติเป็นเมียโจรอย่างฉันรู้ไว้ อ้อ แล้วก็ไม่ต้องตื่นเต้น ฉันจะให้เวลาเธอเตรียมตัวเตรียมใจอย่างเต็มที่”
เสียงไอ้โจรยังคงพูดอธิบายต่อ คามิล่าได้ยินสำเนียงเย้ยเยาะแฝงอยู่ในเสียงข่มขู่นั้น
“ฉันไม่ยอมแกง่ายๆ หรอก ไอ้บ้า!”
คามิล่าลุกขึ้นและตะเบงเสียงใส่เขา นึกกลัวขึ้นมาสุดขีด ใบหน้างามซีดเผือด ปากอิ่มนั้นสั่นระริกจนหล่อนต้องกัดมันไว้
“หึ ยอมไม่ยอมก็เรื่องของเธอ ฉันไม่สนใจ พรุ่งนี้ฉันจะยัดเยียดความเป็นผัวให้เธอ โจรอย่างฉันพูดแล้วไม่คืนคำ ถ้าเธอไม่สมยอมดีๆ ฉันก็จะข่มขืนเธอ ดูสิว่าเธอจะชอบแบบสนุกไปด้วยกัน หรือว่าให้ฉันสนุกคนเดียว”
กล่าวเสร็จไอ้โจรชั่วช้าก็ส่งเสียงหัวเราะหึ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากประตูไป คามิล่าได้ยินเสียงกุญแจด้านนอกลั่นกริ๊ก!
<strong>เหตุการณ์นี้คือเท้าความตั้งแต่คามิล่าถูกจับไปเป็นวันแรกนะคะ</strong>
<strong>ถ้าใครที่อ่านเพลิงรักสีน้ำผึ้งคงจะจำได้ว่ามันเป็นวันที่ฟารีดาหายตัวไป</strong>
<strong>และนายใหญ่แห่งตระกูลเฟรย์ก็กำลังเรียกประชุมสภาผู้อาวุโสอยู่</strong>
<strong>อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าชอบได้โปรด กด "กดถูกใจ" ให้ไรท์ด้วยนะตัวเอง กดได้ทุกวันจ้า</strong>
<strong>เลิฟ ยู จุ๊บๆ</strong>
