บทที่ 3 สาวน้อยจีน่า
เรื่องอาหารการกินนั้น จีน่าแปลกใจและดีใจกับการปรับตัวและเรียนรู้ค่อนข้างเร็วของตัวเอง หล่อนซื่ออาหารสำเร็จมาใส่ช่องฟรี๊ซไว้พอสมควรเรียกว่าไม่อดแน่นอน แต่ถ้าหากออกไปข้างนอกก็ทานจากข้างนอกให้เรียบร้อยเสร็จสรรพก่อนจะกลับเข้าบ้าน จากนั้นก็อาบน้ำและขังตัวเองอยู่ในห้อง โลกส่วนตัวที่หล่อนเคยชิน ซึ่งอันที่จริงก็เป็นสิ่งที่หล่อนชอบมากอยู่แล้ว การได้ท่องโลกอินเทอร์เน็ต หรืออ่านหนังสือเล่มโปรด หากมีการบ้านจากคลาสก็ทำจนเสร็จ ถือว่า So far so good.
จีน่าทำไข่เจียวทานกับข้าวสวยที่ซื้อสำเร็จมาเพียงนำเข้าใส่ในไมโครเวฟก็ทานได้แล้ว หญิงสาวรู้สึกภูมิใจที่ตัวเองสามารถเป็นที่พึ่งของตัวเองได้เป็นเวลาสองเดือนแล้ว
อาจารย์ในชั้นเรียนบอกว่าให้ชมและให้กำลังใจตัวเองทุกครั้งเวลาทำสิ่งใดสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยเพียงใดก็ตาม การชื่นชมตัวเองอย่างจริงใจและซื่อตรงนั้น ทำให้จิตใจเกิดความภาคภูมิใจและจะนำมาซึ่งพลังในด้านบวก พลังงานด้านบวกก็จะดึงสิ่งบวกๆ ที่ดีๆ เข้ามาในชีวิตเรา ตามหลักการทางวิทยาศาตร์ที่ว่าสสารประเภทเดียวกันมักดึงดูดเข้าหากันเสมอ
เวลานี้จีน่ากำลังสนุกกับการเรียนจิตวิทยาในสาขาด้านลึก ทะลุล้วงเข้าไปถึงระดับจิตใต้สำนึกนี้มาก เชื่อว่ามันจะเป็นประโยชน์กับตัวหล่อนเองอย่างที่สุด ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์มาไกลถึงที่นี่ อนาคตที่ไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหล่อนบ้างนี้ อย่างน้อยจีน่าเชื่อว่า เมื่อถึงเวลากลับอเมริกาหล่อนจะเป็นคนใหม่ที่เข้มแข็งและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ให้คุณพ่อคุณแม่ได้ภาคภูมิใจ
พวกท่านอาจจะผิดหวังที่จีน่าไม่ได้ในสิ่งที่ท่านตั้งใจอยากให้หล่อนได้ นั่นก็คือสามีที่ชื่อนิโคลัส คอสต้า แต่จีน่าจะได้ประสบการณ์ชีวิตคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มอย่างแน่นอน นั่นคือเป้าหมายที่แท้จริงของหล่อนต่างหากล่ะ
จีน่ารีบทานข้าวจากนั้นก็กลับเข้าห้อง อาบน้ำและนอนฟังโปรแกรมทบทวนเรื่องที่ได้เรียนมาในคลาสวันนี้ หล่อนใช้เครื่องบันทึกไว้ตอนโปรเฟสเซอร์บรรยายด้วย
ก๊อก-ก๊อก
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ทีแรกจีน่าไม่ได้สนใจ หากต่อมาก็ได้ยินเสียงเคาะอีกครั้ง หญิงสาวรีบกดพ็อซเรื่องที่กำลังฟังอยู่เอาไว้ แล้วลุกไปคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับก่อนจะเดินไปเปิดประตู
ร่างสูงสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินทับชุดนอนสีเดียวกัน ใบหน้าคร้ามคมดูเคร่งขรึม จีน่าแปลกใจที่เขามาเคาะประตูห้องเป็นครั้งแรกในรอบสองเดือน วันนี้วันพุธ เขากับหล่อนอยู่กันสองคน มอลลี่มักจะมาเย็นวันศุกร์หากหล่อนไม่ติดงานเดินแฟชั่นซึ่งเป็นงานอดิเรกของแฟนสาวไฮโซของเขา
“เอ่อ มีอะไรคะ” หล่อนเอ่ยถามออกไป เขายกมือขึ้น จีน่าจึงเห็นโทรศัพท์
“คุณแม่จะคุยด้วย ท่านโทรเข้าเครื่องคุณทำไมถึงไม่รับ ท่านตกใจคิดว่าผมฆ่าคุณไปเสียแล้ว”
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดนิดๆ จีน่ารีบรับโทรศัพท์ แล้วกล่าวขอบคุณเขาเบาๆ นิคยืนพิงประตูกอดอกมองร่างบางของหล่อนที่ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู หล่อนเอนพิงไปกับขอบประตู มารดาของเขาให้เปิดเป็นลำโพงเพื่อที่เขาจะได้ยินด้วย
“สวัสดีค่ะคุณป้า จีน่าขอโทษค่ะ พอดีกำลังฟังเทปสรุปการเรียนของวันนี้อยู่ จีน่าตั้งเสียงโทรศัพท์ให้มันเงียบไว้เลยไม่ได้ยิน” หญิงสาวเอ่ยบอกเหตุผล
“ไม่เป็นไรลูก หนูสบายดีหรือเปล่า พี่เขาดีกับหนูไหม”
คำถามแสดงความห่วงใยเหมือนเช่นทุกครั้ง ท่านจะโทรหาหล่อนอาทิตย์ละครั้ง คอยเช็กความเป็นอยู่ โดยที่ท่านไม่ทราบว่าหล่อนกับเขาไม่ได้สุงสิงกัน ยังคงอยู่กันเหมือนคนแปลกหน้าสองคนที่จับผลัดจับผลูมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน จีน่าเหลือบตามองเขานิดหนึ่ง
“เอ่อ...ก็ดี...ค่ะ” หล่อนตอบเสียงอ้อมแอ้ม
“ทำไมทำเสียงเหมือนโกหกป้าล่ะลูก ถ้าพี่เขาไม่ดีให้บอกป้าทันทีนะ ป้าจะจัดการมันเอง”
เสียงคุณป้าเดเลียเอ่ยดักคอทำให้จีน่าต้องเหลือบตามองไปยังร่างสูงที่กอดอกมองเขม็งมาอีกครั้ง
“ไม่ ไม่มีปัญหาจริงๆ ค่ะ จีน่าเรียนและก็สนุกกับมันมากๆ เลยค่ะ คุณป้าไม่ต้องห่วง จีน่ามีเพื่อนใหม่ๆ หลายคน วันศุกร์นี้จีน่าจะไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่นอกเมืองด้วยค่ะ”
หญิงสาวเอ่ยเล่าทำน้ำเสียงสนุกและยิ้มไปด้วย นิคมองเห็นฟันสวยมีลักยิ้มเก๋ไก๋ตรงแก้มทั้งสองข้างเวลาหล่อนยิ้มเต็มที่เช่นนี้
“บ้านเพื่อนอย่างนั้นเหรอ ผู้หญิงหรือผู้ชาย” เสียงคุณป้าเดเลียถามคาดคั้นทันที
“ผู้ชายค่ะ”
“ไปกันกี่วัน และกี่คน” ท่านถามต่อ
“ไปวันศุกร์กลับวันอาทิตย์ค่ะ ไปกันสามคน มีเพื่อนผู้หญิงไปด้วยอีกคนหนึ่งค่ะ”
“ได้หรือลูก ป้าว่าไม่ดีมั้ง...เจ้านิค” เสียงคุณป้าเข้มงวดขึ้นทันที ตอนท้ายเรียกชื่อลูกชายเป็นการบ่งบอกว่าต่อไปจะพูดกับเขา
“ว่าไงครับแม่”
“น้องจะไปบ้านเพื่อนผู้ชายวันศุกร์ แม่ไม่อนุญาตให้ไปคนเดียวนะ” เสียงมารดาบ่งบอกความไม่พอใจ
“แล้วยังไงครับ” นิคเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
“แกต้องไปกับน้องด้วย” ท่านสั่งการทันที
“อะไรนะครับแม่ บ้าไปใหญ่แล้ว ผมจะต้องทำงานนะครับ” น้ำเสียงหงุดหงิดเอ่ยทักท้วงทันควันเช่นกัน
“ทำงานเสร็จก็ไปสิ น้องไปกี่โมงถามเขา แล้วแกไปด้วย”
ท่านสั่งโดยไม่ฟังข้อโต้เถียงของเขา นิคส่งสายตาไม่พอใจไปให้คนที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ผมไปไม่ได้จริงๆ ครับแม่ งานของผมสำคัญมาก ทุกอย่างต้องเป็นไปตามตารางงานที่วางเอาไว้”
“ไม่รู้ล่ะ แกคุยกับน้องเขาเอาเอง ถ้าเขาไปแกต้องไปด้วย”
ท่านพูดเสร็จก็กดปิดสายไปทันที ทิ้งให้สองหนุ่มสาวยืนเผชิญหน้ากัน
“ผมไม่มีเวลาตามไปดูแลคุณหรอกนะ ผมมีงานมีการต้องทำ”
เขากล่าวประโยคเดิม น้ำเสียงเข้มไม่สบอารมณ์ จีน่ารีบพยักหน้า
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณไม่ต้องไป จีน่าไปเองได้”
“คุณยังจะไปอีกหรือ คุณแม่บอกว่าถ้าผมไม่ไปด้วย คุณก็ไม่ควรไป”
เขาเอ่ยออกมา จีน่าไม่แน่ใจว่าคุณป้าเดเลียกล่าวเช่นนั้น
“จีน่ารับปากกับเพื่อนไว้แล้วนี่คะ แต่คุณไม่ต้องกลัว จีน่าจะไม่บอกคุณป้าหรอก เชิญคุณตามสบายเลย”
หล่อนกล่าวเสร็จก็เดินเข้าห้องทำท่าจะปิดประตู
“เดี๋ยวก่อน” เขาเรียกไว้ จีน่าชะงักมือที่กำลังจะปิดประตู
“ไปกี่โมง”
“สามโมงเย็นค่ะ เพื่อนจีน่าจะขับรถมารับที่นี่” หล่อนตอบ เห็นเขาทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ผมไปไม่ได้ งานยังไม่เสร็จหรอกเวลานั้น” เขาทำเสียงขุ่นเมื่อคิดคำนวนเวลาเสร็จ
“คุณก็อยู่ทำงานต่อเถอะค่ะ จีน่าไม่รบกวนคุณ จริงๆ ค่ะ จีน่าไปได้” หล่อนยืนยัน
“แล้วแต่คุณ แต่อย่าให้คุณแม่มาตำหนิผมก็แล้วกัน”
เขาเอ่ยก่อนจะหันหลังเดินกลับไป จีน่าจึงดึงประตูปิดอย่างเงียบๆ
เอาล่ะค่ะ คำสั่งจากพระมารดามาแล้ว มาดูว่าเขาจะอะไรยังไงกันต่อไป อินิคยังร้ายกาจอยู่มาก
ทีมน้องจีน่าอย่าลืมเป็นกำลังใจให้นางด้วยนะคะ...สงสารนางจริงๆ ค่ะ ตอนนี้ :(
