บทที่ 7 ผู้ปกครองหวง
“ปรับเบาะนิดหนึ่งจะได้นอนสบาย”
น้ำเสียงเรียบเอ่ยบอกเหมือนจะหงุดหงิดกับท่าทางของหล่อนนิดหนึ่ง มือใหญ่เอื้อมไปกดปุ่มปรับระดับเบาะเอนนอนให้ ร่างสูงชะโงกอยู่เหนือร่างบางของหญิงสาว ลมหายใจอุ่นกระทบแก้มนวลของหล่อนเข้าอย่างจัง
จีน่ารีบหลับตาปี๋ทันที นิคก้มมองใบหน้านวลใสเหมือนหน้าเด็ก หล่อนทำท่าหลับตาแน่นตัวเกร็ง กัดริมฝีปากล่างของตัวเอง นิคเผลอไล้สายตาบนเรียวปากอิ่มที่เขาเคยประกบทำการผายปอดให้เมื่อหลายเดือนก่อน
แก้มนวลปลั่งอยู่ห่างจมูกของเขาเพียงนิดเดียว ทำไมจะต้องทำท่ากลัวเขาขนาดนั้นด้วย คิดว่าเขาเป็นภูตผีปีศาจหรืออย่างไรกัน อารมณ์อยากแกล้งคนตัวเล็กก่อเกิดขึ้นมาอย่างไม่ทราบว่ามันมาจากไหน เขาจึงแกล้งชะโงกหน้าอยู่ใกล้แบบนั้น อยากจะดูว่าหล่อนจะทำเช่นไร
จีน่ารับรู้ถึงร่างสูงใหญ่ที่ยังคงไม่ขยับ ลมหายอุ่นของเขาเป่ารดตรงแก้ม ใบหน้างามมีสีแดงปลั่งขึ้นมาทันที เขากำลังทำอะไรของเขาอยู่ เบาะก็ปรับแล้วทำไมยังไม่ขยับออกอีก จีน่าครุ่นคิดด้วยหัวใจที่กระโดดเต้นอย่างรุนแรง หญิงสาวค่อยหรี่ตาขึ้นมอง ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าคร้ามคมลอยอยู่เหนือหน้าหล่อน ดวงตาเข้มจ้องมองอย่างสำรวจและเหมือนจับผิด
“กลัวอะไรผมนักหนาฮึ” เสียงห้าวเอ่ยถามเหมือนหงุดหงิด จีน่าคลี่ยิ้มเจื่อนให้เขา
“เปล่ากลัวสักหน่อย...เอ่อ...ไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวตามพอลไม่ทัน”
หล่อนเอ่ยบอกเสียงเบาๆ นิคจ้องมองใบหน้าแดงปลั่งของหล่อน หน้าแดงเก่งเสียงจริง
“นายพอลอะไรนี่ ชอบพอกันหรือยังไง เขาจีบคุณหรือ”
เสียงห้าวเอ่ยถาม ยังคงไม่ยอมขยับตัว จีน่าหรี่ตามองเขาอย่างใจเต้นแรง
“เอ่อ...ไม่ทราบ”
หล่อนตอบออกมา มือบางเอื้อมไปกดเบาะเพื่อให้ปรับเอนลงมากขึ้น จุดประสงค์นั้นก็เพื่อจะได้หนีห่างจากใบหน้าหล่อของเขามากกว่านี้ หากมันเป็นการคิดที่ผิด เพราะเมื่อเบาะเลื่อนเอนลงทำให้นิคเสียหลักไปด้วย ร่างกายช่วงบนของเขาตกฮวบไปซบทับกับร่างหล่อน อกแกร่งทับบดกับทรวงอกอิ่มอย่างไร้ช่องว่าง ใบหน้าคมเข้มซุกไปที่ซอกคอหอมกรุ่มอย่างเหมาะเจาะจมูกสัมผัสกับลำคอระหง
จีน่าสะดุ้งตกใจเบิกตากว้าง มือบางจะรีบผลักร่างของเขาออก นิคเองก็ตกใจรีบดันตัวลุกขึ้น ชายหนุ่มหน้าแดงก่ำกับเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดนั้น ใบหน้าคร้ามคมตีขรึมทันที เขาเอื้อมมือไปดึงเข็มขัดนิรภัยแล้วขับเคลื่อนรถต่อไป ต่างฝ่ายต่างนั่งเงียบกริบ
จีน่านอนหลับตาหันเอียงหลังให้เขาตลอดทาง และก็เผลอหลับไปจริงๆ นิคชำเลืองมองร่างอรชรในเสื้อผ้าวูลที่ชมพูหวาน เขาสั่งเกตว่าหล่อนชอบสีชมพู ซึ่งก็คงจะเหมือนผู้หญิงส่วนใหญ่ กลิ่นเนื้อสาวน้อยหอมกรุ่นยังคงติดจมูกของเขาอย่างสลัดไม่หลุด
“บ้าที่สุด” เขาสบถออกมาเบาๆ กับความคิดไร้สาระของตัวเอง
รถแล่นเข้าสู่เขตเมืองแมนเชสเตอร์ นิคโทรให้แจ็คจัดการบุ๊กโรงแรมให้เรียบร้อยแล้ว
กริ๊ง-กริ๊ง
เสียงโทรศัพท์ของจีน่าดังขึ้นทำให้หล่อนสะดุ้งตื่น ใบหน้าเรียวดูงุนงงใช้หลังมือขยี้ตาเหมือนเด็กน้อย หล่อนกระพริบตาก่อนจะรีบคว้าโทรศัพท์มาแนบหู
“คะพอล” จีน่าส่งเสียงไปในโทรศัพท์
“คุณจะเช็กอินที่ไหนครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถาม เพราะจำได้ว่านิคต้องการพักโรงแรม จีน่าหันไปมองคนขับรถ
“เราจะพักที่ไหนคะ” หล่อนถามเขาเบาๆ ไม่กล้าสบตาของเขานานเพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ก่อน นิคบอกชื่อโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่งของแมนเชสเตอร์ จีน่าจึงบอกไปกับพอล
“เดี๋ยวผมขับไปรอที่นั่นก็แล้วกันนะครับ”
พอลกล่าว ด้วยเขาขับนำหน้าไปหลายไมล์แล้ว นิคขับรถตามสบายไม่รีบเร่ง เขามาเมืองนี้บ่อยและรู้จักสถานที่ขึ้นชื่อหลายแห่งเป็นอย่างดี
จีน่าวางสายแล้วจึงบอกนิคว่าพอลไปรออยู่ที่โรงแรม ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้แล้วหักรถเข้าไปยังร้านอาหารข้างทาง เวลาเกือบหกโมงเย็นแล้ว จีน่าปรับเบาะรถให้อยู่ในตำแหน่งนั่งตามเดิมทันที
“คุณหิวหรือยัง” เขาดับเครื่องรถเสร็จจึงหันมาถาม ดูเหมือนเขาจะวางตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จีน่าจึงพยายามทำใจให้ได้ หญิงสาวพยักหน้ายอมรับว่าหิว เพราะตั้งแต่เช้าทานแซนด์วิชไปคู่หนึ่งก็ไม่ได้ทานอีกเลย มัวแต่ดูการถ่ายทำรายการทีวีเสียเพลินจนลืม ออกมาตอนบ่ายสามโมงจนกระทั่งเวลานี้อากาศภายนอกมืดและหนาวแล้ว ฝนก็ทำท่าว่ากำลังจะตกมาในไม่ช้า
นิคเปิดประตูลงไปจีน่าก็รีบเปิดตามลงมา ลมหนาวพัดมาปะทะค่อนข้างแรงจนต้องยกมือขึ้นกอดอก เสื้อกันหนาวอยู่ในรถ แต่ร่างสูงได้กดล็อกรถแล้วเดินนำลิ่วไปโน่นแล้ว จีน่าจึงรีบสาวเท้าตาม เขายืนรอหล่อนอยู่ตรงหน้าประตู
“โทรไปบอกเพื่อนคุณว่าไม่ต้องรอ เพราะไม่รู้ว่าเราจะถึงที่โรงแรมกี่โมง”
เสียงห้าวขรึมเอ่ยขึ้น เป็นการสั่งมากกว่าปรึกษาหารือ จีน่าคิดตามก็เห็นด้วยว่า หล่อนคงต้องยกยอดไว้วันพรุ่งนี้ในการที่จะไปเยี่ยมครอบครัวของพอลและเที่ยวชมเมืองแมนเชสเตอร์ สาวน้อยจึงรีบหยิบโทรศัพท์มาโทรบอกพอล จากนั้นก็เดินตามเขาเข้าไปในร้าน
“สวัสดีครับเชฟนิค”
พนักงานทักทายเขาอย่างคุ้นเคย จีน่าจึงเดาว่าเขาคงเคยแวะมาที่นี่ ใบหน้าคร้ามคมยิ้มนิดๆ ให้กับผู้คนที่ทักทายเขาตามรายทางจนกระทั่งขึ้นโต๊ะนั่งด้านใน เสมือนเป็นการรู้กันภายในว่าเป็นโต๊ะประจำของเขาหากผ่านมาทางนี้ พนักงานเลื่อนเก้าอี้ให้จีน่า ส่วนนิคนั้นโบกมือเป็นเชิงบอกพนักงานว่าไม่เป็นไร เขาดึงเก้าอี้ออกมานั่งตรงกันข้าม
มุมนี้เป็นมุมที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว มีฉากไม้กั้นพรางตาประดับด้วยเถาไม้เลื้อยของจริง ด้านข้างเป็นผนังติดวอลล์เปเปอร์สีควันบุหรี่แกมทอง ติดกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพเขากับหล่อนนั่งเผชิญหน้ากันอยู่ จีน่ารีบเมินหลบเมื่อบังเอิญมองไปสบตากับเขาในกระจกบานนั้น ภาพอุบัติเหตุในรถหวนกลับเข้ามาวิ่งฉายอยู่ในหัวทันทีจนผิวแก้มใสออกสีเรื่อจนกลายเป็นแดงปลั่ง นิคเมินสายตาไปจากใบหน้านวลเนียนที่ดวงตากลมโตฉายความเก้ออายอย่างไร้เดียงสานั้น
เอาล่ะค่ะ การเดินทางของเขาได้เริ่มขึ้นแล้ว ตามไปดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างการเดินทางครั้งนี้...หุหุ
