บทที่ 12 ของขวัญ...

ไอริสได้เรียนรู้ว่าเขาไม่สะดุ้งสะเทือนเรื่องข้าวของหาย หล่อนจึงหมดสนุกที่จะขโมยของเขาไปทิ้งในเวลาต่อมา

ไม่น่าเชื่อว่าวันเวลาจะผ่านไปรวดเร็วเช่นนี้ ไอริสรู้สึกเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตนั้น มันเพิ่งผ่านไปเมื่อวานนี้เอง ไอริสหัวเราะออกมาเมื่อเห็นภาพที่หน้าของเขาเต็มไปด้วยเค้กนอนอยู่บนพื้นโดยมีซัมเมอร์แลบลิ้นเลียหน้าแผลบเพื่อกินเค้กนั้น

เขาเป็นเด็กชายร่างสูงในภาพ ไอริสนึกถึงภาพร่างสูงสง่าที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันตัว ร่างสูงนั้นเต็มไปด้วยความแข็งแรงและกล้ามเนื้อที่หล่อนเห็นผู้หญิงทั้งหลายลงความเห็นว่า...เซ็กซี่

พี่ชายของหล่อนเนื้อหอมท่ามกลางเหล่าผู้หญิงที่มีโอกาสได้สมาคมกับเขา แต่เท่าที่ไอริสได้ยินมา เสียงกระซิบ ก๊อตซิปจากพวกเจ้าหล่อนว่า เจฟิโอ แม็คเคนซี่ นั้นเปรียวเหมือนม้าพยศ พวกหล่อนอยากจะเป็นคนที่ปราบม้าหนุ่มผู้สง่างามนามเจฟิโอให้เชื่องและตกอยู่ในอำนาจสักวันหนึ่ง

ไอริสยิ้มขำกับเรื่องราวที่ได้ยิน นึกภาพไม่ออกเอาเสียเลยว่าใครกันจะมาปราบพี่ชายคนนี้ของไอริสให้อยู่หมัดได้ เจฟิโอจะยอมก็ต่อเมื่อเขาต้องการจะยอมเองเท่านั้น ไม่มีใครบังคับเขาได้หากเขาไม่ต้องการให้บังคับ

ไอริสมองดูภาพทุกภาพบนผนังแล้วบอกกู๊ดไนท์กับซัมเมอร์และก้มไปหอมเจ้าวินเทอร์น้อย ก่อนจะเดินกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง


รถสปอร์ตสีแดงคันหรูแล่นผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตก็เบรกเอี๊ยด จนคนนั่งฝั่งผู้โดยสารหัวคะมำและหน้าซีดด้วยความตกใจ

“ว้าย...อะไรกันคะเจฟ” เสียงผู้หญิงร้องวี้ดด้วยความตกใจ เจฟิโอเลี้ยวรถกลับไปยังซูเปอร์มาร์เก็ต

“ผมจะซื้อของหน่อย”

เสียงห้าวเอ่ยพร้อมกับขับรถไปจอดตรงที่จอด ทำให้หญิงสาวในชุดแดงเพลิงคล้ายกับสีรถชักสีหน้ามึนตึงทันที

“นี่มันห้าทุ่มแล้ว เรานัดพวกนั้นที่ผับตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้วนะคะ คุณไปรับแซร่าสายแล้วนี่ยังจะมาแวะตามข้างทางอีก” เสียงบ่นดังขึ้น หากร่างสูงหาได้ใส่ใจไม่

“คุณรอสิบนาที หรือจะเรียกแท็กซี่ไปก่อนก็ได้ ผมซื้อของไม่นาน”

เขาเอ่ยแล้วเดินเข้าไปภายใน แซร่าเบ้ปาก ภาพร่างสูงสง่าก้าวเดินด้วยความเชื่อมั่นทว่ารีแล็กซ์เป็นธรรมชาติทำให้ต้องคลายอาการมึนตึงลง เจฟิโอ แม็คเคนซี่ ลูกชายเจ้าพ่อเงินตราแห่งลาสเวกัส ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผู้หญิงจะได้ควงเขา ได้นั่งรถเขาและได้เดตกับเขานานเกินเดือน แต่นี่หล่อนสามารถชวนเขาไปเที่ยวได้สองครั้งแล้ว แซร่าบอกตัวเองว่าอย่าหาเรื่องโดนทิ้งดีกว่า

เจฟิโอเดินเข้าไปภายในแล้วซื้ออาหารสุนัข ของใช้จำเป็นที่มีขายในนั้น แล้วกลับออกมา โยนมันใส่หลังรถจากนั้นก็ขับรถไปยังผับ

“อ้าว คุณไม่ลงมาเหรอคะ”

แซร่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงผิดหวังอย่างแรงเมื่อเขาบอกให้หล่อนลง แล้วฝากขอโทษกลุ่มคนที่นัดกันเอาไว้

“ขอโทษที พอดีผมนึกขึ้นได้ว่ามีธุระ”

เขาตอบด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ เหมือนไม่ใส่ใจว่าหล่อนจะเชื่อหรือไม่ แซร่าพยายามเก็บอาการอยากกรี๊ดเอาไว้อย่างเต็มที่ มองท้ายรถสปอร์ตเลี้ยวกลับออกไปทางเดิมด้วยความโมโหและฉุนเฉียว คนในกลุ่มต่างก็รู้ว่าหล่อนกำลังเดตเขาอยู่ และหล่อนก็คุยเอาไว้เยอะด้วย แซร่าสะบัดหน้าให้กับกลุ่มฝุ่นที่เห็นจางๆ ตามหลังรถสปอร์ตที่ขับฉิ่วออกไปอย่างไม่แคร์หล่อนด้วยความน้อยใจและหัวเสีย


“เฮ้ย...ตื่นๆ...ริส”

เสียงเรียกดังขึ้น ไอริสดึงผ้าห่มมาคลุมร่าง คิดว่าฝัน แต่ก็ต้องงัวเงียตื่นเมื่อมีคนมากระตุกผ้าห่มออกจากร่าง

“ฮื่อ...” หล่อนทำเสียงในลำคอ

“เฮ้ย...ริสกี้ ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้ มาดูว่าไอซื้ออะไรมา...เร็ว ลุก!”

เสียงห้าวดังในห้องทำให้ไอริสค่อยปรือตาขึ้นด้วยความง่วง

“ไรอะเจฟ ริสจะนอน อืม...กี่ทุ่มกี่ยาม...อืม...”

“เที่ยง”

“หา...เที่ยงวันแล้วเหรอ”

หล่อนอุทานกระพริบตาถี่ๆ แต่ก็รู้สึกหนังตาหนักอึ้งอย่างที่สุด

“บ้าเหรอ เที่ยงคืน ไอซื้อของมาให้เจ้าวินเทอร์มัน”

เขาเอ่ยพร้อมกับเอื้อมมือมาดึงแขนให้หล่อนลุกขึ้นนั่ง

“ริสง่วงมาก...เอาไว้พรุ่งนี้น่า...นะ... อืม”

หล่อนเอ่ยพร้อมขืนตัวไม่ยอมลุกนั่ง นอนหลับตาอยู่ต่อไป

“เฮ้ย ที่ไออุตส่าห์ยกเลิกนัดแล้วแวะซื้อมาให้ยูนะริส ตื่นมาดูเร็ว ไม่ตื่นไอจะเอาน้ำมาสาดนะ”

เขาขู่พร้อมกับดึงแขนแรงๆ ไอริสถอนหายใจค่อยลืมตาขึ้นแล้วยอมให้เขาดึงแขนลุกขึ้นนั่ง เจฟิโอรู้สึกรำคาญไอ้คนขี้เซายิ่งนัก เขาก้มไปตวัดอุ้มร่างเล็กขึ้นสู่วงแขน ไอริสยิ้มซบหน้าไปกับอกของเขาแล้วหลับต่อ

เจฟิโออุ้มหล่อนมายังห้องของเจ้าหมาน้อยแล้วโยนไปบนโซฟาอย่างแกล้งๆ ไอริสสะดุ้งตกใจ

“...ไอ้...ฮือ...เจฟิโอ...ยูจะทำให้ไอหัวใจวายนะแบบนี้ ไอ้คนนิสัยไม่ดี”

หล่อนด่าพร้อมกับขยับลุกขึ้นนั่งใช้หลังมือขยี้ตา

ตรงกลางห้องมีของวางสุมอยู่ ร่างสูงยืนเท้าสะเอวมองหล่อน

“แหกตาดูสิริส ไอกวาดซื้อมาทุกอย่างที่มันขายที่นั่นเลย ไอซื้อเสื้อให้มันด้วยนะ นี่ไง เป็นเซต มีเสื้อสำหรับยูกับหมา...สีชมพู สีโปรดของยู...ไหนใส่ให้ดูหน่อยเร็ว”

เขาเอ่ยสั่ง ไอริสเอนตัวไปพิงโซฟา ดีใจที่เขาได้ของมาให้เจ้าวินเทอร์แต่ตอนนี้หล่อนง่วงจริงๆ เพราะเหนื่อยกับการเดินทางและการที่เพิ่งเสร็จจากการทัวร์มาราธอน พอได้ล้มตัวลงนอนบนที่นอนนุ่มก็รู้สึกอยากจะนอนยาวๆ

“อืม...ไอง่วงจริงๆ นะเจฟ พรุ่งนี้สัญญาว่าจะใส่ให้ดู...นะ”

ไอริสกล่าวก่อนจะฝืนลุกขึ้นเดินไปลูบหัวเจ้าวินเทอร์ที่หลับขี้เซาพอกัน มันไม่ยอมตื่นมาสนใจเสียงดังปานฟ้าผ่าของเจฟิโอเลย ไอริสเดินหันหลังกลับไป

“นี่หรือที่ไออุตส่าห์เลิกนัดแล้วกลับมาบ้าน ยูมันช่างน่าผิดหวังจริงๆ ริส”

เขาบ่นพร้อมกับเดินมาแล้วย่อตัวลงอุ้มร่างบางพากลับไปยังห้องนอนตามเดิม ไอริสยิ้มที่เขายอมฟังและไม่แกล้งหล่อนอีกในครั้งนี้

เจฟิโอวางร่างเล็กลงบนที่นอนกว้าง เอื้อมมือไปหยิกแก้มทีหนึ่งไม่เบานัก แต่หล่อนไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ แสดงว่าง่วงจริงอะไรจริง เขาปัดผมที่ระใบหน้าให้แล้วดึงผ้าห่มมาห่มให้ถึงคอ

“กู๊ดไนท์ยัยคนขี้เซา”

เขาเอ่ยเบาๆ พร้อมกับก้มไปจูบลงบนหน้าผาก ยืนมองหล่อนหายใจลึกและแผ่วเบาอยู่ครู่หนึ่ง

“พี่อัศณ์...อืม”

เสียงเล็กละเมอออกมาพร้อมกับริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มราวกับกำลังฝันดี ทำให้คิ้วเข้มของคนยืนมองอยู่ขมวดมุ่นชนกันทันที

“หน็อย...ริอ่านฝันถึงผู้ชายนะริสกี้...แม่งเอ๊ย...”

เขาเอ่ยแล้วสบถกับตัวเอง หันหลังเดินออกจากห้องไปด้วยความหงุดหงิดหัวเสีย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป