บทที่ 5 หวั่น...

​“เหมือนมีเซ้นส์ชอบกล วันนี้เราทำของโปรดของเจฟกับไอริสด้วยใช่ไหมโจ ว่าแต่แวะบ้านแม็คเคนซี่กันหรือยังล่ะนี่”

เบนเอ่ยถามเจฟิโอในตอนท้าย

“ยังเลย ริสหิว เจฟแล้วพาขับมานี่ก่อน”

ไอริสตอบอย่างใสซื่อ แต่อีกคนยกมือขึ้นลูบท้ายทอยแล้วยืนเงียบ เบนกับโจซิเฟียสบตากันแล้วอมยิ้ม เพราะเหตุผลที่รู้กันดีที่เจฟิโอเลี่ยงไม่แวะบ้านตัวเองนั้นก็คือ ถ้าหากแวะบ้านพ่อกับแม่ก่อน เขาจะต้องโดนซักพฤติกรรมเมื่อสามวันก่อนที่ไปมีเรื่องในผับแห่งหนึ่ง ตอนนี้สเตฟาน แม็คเคนซี่กำลังรอลูกชายเข้าบ้านอย่างใจเย็น แต่เจฟิโอรู้ดีว่าเวลาไหนควรอยู่ห่างจากบ้านแม็คเคนซี่ให้มากที่สุด

“มาเถอะจ้ะ น้าโจจะตั้งโต๊ะละ ทานกันตอนร้อนๆ เลย” โจซิเฟียเอ่ยชวนพลางดึงมือไอริสเข้าไปในห้องครัว

“เจฟขอกุ้งเยอะๆ นะ” เสียงห้าวตะโกนตามหลังไป เบนเดินนำเจฟิโอไปยังห้องทานข้าวที่อยู่ติดกับห้องครัว

“ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น”

เบนเอ่ยถาม เจฟิโอมองหน้าพี่เลี้ยงที่เขารักและเคารพมาตลอดตั้งแต่จำความได้

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกครับเบน อย่าใส่ใจเลยน่า”

ชายหนุ่มทำเสียงว่ามันไม่สำคัญ ดึงเก้าอี้ตัวที่นั่งประจำออกแล้วหย่อนตัวลงนั่ง เบนนั่งตรงหัวโต๊ะ

“แต่เจฟไม่มีเรื่องกับใครที่ไม่ใช่ศัตรูโดยตรง ผมได้ยินมาว่าเป็นคนขาจรคราวนี้”

เบนเอ่ยราบเรียบ ด้วยรู้จักนิสัยของชายหนุ่มลูกเจ้านายที่เขารักดั่งลูกดี เจฟิโอยกมือขึ้นเสยผมรู้สึกนับถือคนตรงหน้ามากยิ่งขึ้นไปอีก เบนไม่เคยทิ้งลักษณะของบอดีการ์ดที่รู้รอบและรอบรู้ ส่วนสเตฟาน แม็คเคนซี่นั้น ไม่ต้องสงสัยให้เสียเวลาเลยว่าท่านรู้ความเคลื่อนไหวของเจฟิโอได้อย่างไร บอดีการ์ดของตระกูลแม็คเคนซี่นั้นไม่เคยทำให้ผู้เป็นนายผิดหวังหากต้องการข้อมูล

“เจฟอาจจะเซ็งแล้วอยากเตะปากคนก็ได้นี่”

เขาเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ

"แล้วมันเป็นแบบนั้นหรือเปล่า" ผู้มากวัยและมากประสบการณ์กว่าเอ่ยถาม

"ไม่สำคัญจริงๆ เบน ถ้าสำคัญแล้วเจฟต้องบอกอยู่แล้ว" เจฟิโอเอ่ยยืนกรานไม่ยอมเล่า

เบนยอมแพ้ ถ้าเจฟิโอไม่ต้องการเล่า ก็ไม่มีใครบังคับเขาได้ เบนนึกถึงความห่ามและบ้าระห่ำของผู้เป็นนายเมื่อสมัยยังหนุ่ม ลูกชายก็ช่างถอดแบบพ่อมาได้ไม่มีผิดเพี้ยน โดยเฉพาะในเรื่องของความไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น พร้อมเดินหน้าชนแล้วค่อยถามทีหลังตามสายเลือดแม็คเคนซี่ฝั่งลาสเวกัส

“เจฟไม่ต้องตอบผม แต่หวังว่าเมื่อคุณพ่อถาม เจฟจะมีคำตอบให้นะ”

เบนเอ่ย เจฟิโอยกมือขึ้นเสยผมอีกครั้ง

“เบนบอกคุณพ่อเลยว่าเจฟยุ่งที่โรงแรม ยังไม่เข้าบ้านหรอก” เจฟิโอบ่ายเบี่ยง

“ไม่เข้าคงไม่ได้ เพราะริสจะไปหาแม่ไวน์กับคุณลุง”

เสียงใสเอ่ยดังขึ้นพร้อมกับเดินเข็นรถใส่อาหารมา เจฟิโอหันไปมอง

“ขับรถไปเองสิ เจฟให้ยืมเดี๋ยวเจฟจะเอารถที่นี่ขับกลับโรงแรมเอง” เสียงห้าวเอ่ยตอบ

ไอริสตักข้าวผัดให้ทุกคน โจซิเฟียรินน้ำแร่ใส่แก้ว ทุกคนทราบดีว่าบ้านนี้กับบ้านมาร์กอสชอบดื่มน้ำแร่

“ดีเลย เพราะริสมีเรื่องจะฟ้องคุณลุงกับแม่ไวน์ด้วย ไม่อยากให้ยูอยู่ด้วย”

ไอริสทำลอยหน้าพูด เจฟิโอเห็นแล้วรู้สึกหมั่นไส้จึงเอื้อมมือไปคีบจมูกโด่งเล็กของหล่อนแล้วดึง ไอริสตีมือของเขา

เผียะ!

"เฮ้ย เจ็บนะ ปล่อย...อูย"

หล่อนร้องเจ็บ แต่เขาไม่ยอมปล่อย หญิงสาวจึงเอื้อมมือไปบีบจมูกโด่งเป็นสันตรงของเขาบ้างเป็นการเอาคืนให้สมน้ำสมเนื้อกัน เจฟิโอใช้อีกมือบีบแขนเล็กทำหน้ายิ้มเยาะเพราะเป็นต่อด้านกำลัง จนไอริสต้องยอมปล่อยเพราะเขาบีบจริงจนหล่อนเจ็บและแขนเป็นรอยแดงปื้นทันตาเห็น

“ยัยเด็กขี้ฟ้อง ห้ามพูดเรื่องไอแกล้งล่ะ เอ่อ ไม่ได้แกล้ง เจฟหมายถึงที่เจฟฝึกริสให้เข้มแข็งน่ะ”

เจฟิโอรีบกล่าวแก้เมื่อเห็นโจซิเฟียหยุดมือที่กำลังตักข้าวผัดแล้วเงยหน้าขึ้นมาฟัง เบนจุดยิ้ม ภาพเด็กสองคนนี้แกล้งกันตั้งแต่เดินตั้งไข่ได้นั้นเป็นภาพที่ทุกคนในกลุ่มเห็นจนชาชินแล้วและถือเป็นเรื่องปกติ

ไอริสนั่งลงข้างๆ ร่างสูง เขาจ้วงช้อนไปในจานของหล่อนแล้วตักกุ้งตัวโตไปใส่จานตัวเองทันที

“เฮ้ย...นั่นของไอนะ ของยูก็ล้นจานอยู่แล้ว ยังจะตะกละแย่งของเขาอีก”

ไอริสต่อว่าแล้วใช้ส้อมจิ้มกุ้งคืน แต่มีหรือเจฟิโอจะยอมเขาจับมือที่ถือส้อมของหล่อนแน่น

“วางลงริส...ตัวโตมีคอเรสเตอรอลเยอะ ไออุตส่าห์จะกินให้ ยูตัวเล็กก็กินตัวเล็กๆ ไปสิ”

เขาเอ่ยโต้ ไอริสสูดปากเจ็บมือ หล่อนใช้มืออีกข้างหยิกหลังมือของเขา

“แต่นี่มันของริส ริสจองตั้งแต่อยู่ในครัวแล้ว น้าโจบอกตัวนี้ของไอ ปล่อยสิ เจฟอ่ะ ริสไม่ยอมนะ ริสไม่ได้กินตั้งนานแล้ว เจฟอยู่ใกล้แหล่งอาหารมาแย่งของริสทำไม”

หญิงสาวโวยวาย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป