บทที่ 7 หวั่น...

เจฟิโอมองใบหน้าเล็กที่ดูเหมือนจะเชื่อเป็นตุเป็นตะแล้วก็ต้องส่ายศีรษะ

“เจฟไม่เชื่อหรอก ไม่เคยเห็น”

เขาเอ่ยพลางโอบแขนไปบนไหล่บางพาเดินขึ้นบันไดหินอ่อนสีพีชแกมทองสู่ลานระเบียงรูปครึ่งวงกลม ประตูบ้านเป็นไม้โอ๊คบานใหญ่สองบาน เจฟิโอผลักเข้าไป

“หนึ่งทุ่มแล้ว คุณพ่อกับคุณแม่เพิ่งทานเสร็จ ยูไปหาท่านที่ห้องนั่งเล่นสิ ไอจะไปเอาของที่ห้องหน่อย”

ชายหนุ่มหันมาบอกหญิงสาว ไอริสมองหน้าเขาอย่างรู้ทันว่าเขากำลังเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับผู้เป็นบิดา

“จะหลบล่ะสิ ไออยากรู้จริงๆ ว่ายูไปก่อเรื่องอะไรเอาไว้”

ไอริสกอดอกถาม เจฟิโอเอานิ้วจิ้มหน้าผากมนแกล้งผลักให้หน้าหงาย

“ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของไอ ยูไปเถอะ ห้ามพูดมาก ห้ามขี้ฟ้องนะ ถ้าไอรู้ ยูโดนอีกเป็นหลายเท่าแน่”

ไม่วายกำชับและข่มขู่ตามนิสัย ไอรินย่นจมูกให้เขาตามเคย

“หนูไอริสหรือนั่น” เสียงเรียกตรงบันไดชั้นบนดังขึ้น ทำให้ไอริสกับเจฟิโอต้องเงยหน้าขึ้น ผู้หญิงร่างบางสวมชุดอยู่กับบ้านแขนกุดสีชมพูอ่อนยาวกรอมเท้า

“แม่ไวน์” ไอริสร้องตะโกนด้วยความดีใจแล้ววิ่งขึ้นบันไดไปกอดและหอมแก้มทั้งสองข้างก่อนจะกราบที่หัวไหล่

“ตายจริง มากับเจฟี่ด้วย พี่เขาแกล้งหนูหรือเปล่าลูก"

คำถามแรกเอ่ยถามทันที ทำให้เจฟิโอต้องกลอกตามองบน เขาเคยเดาผิดเสียที่ไหนล่ะ ไอริสหันไปเห็นก็อดยิ้มออกมาไม่ได้กับคนที่เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์แล้วทำตาปะหลับปะเหลือกกับคำพูดของมารดา

"อืม..." หล่อนแกล้งลากเสียง เขาเงยหน้าขวับมามองทันทีด้วยสายตาเขม็ง

"เจฟเขาไปรับริสค่ะ พาไปบ้านเบนโจมาด้วย" หล่อนเลือกพูดความจริงบางส่วน

"หนูมาถึงเมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกว่าจะมาแม่จะได้เตรียมของกินเอาไว้ให้”

วีรตา แม็คเคนซี่กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจพร้อมกับดึงร่างสาวน้อยที่หล่อนรักเหมือนลูกคนหนึ่งออกห่างตัวแล้วมองอย่างสำรวจไปทั่วร่าง

“สวยขึ้นมากนะลูก ไม่ได้ผอมเหมือนอย่างที่แม่นึกกลัว ริสไม่ได้มาหลายเดือนเลยนะลูกรอบนี้ แม่ยังคุยกับแม่แอมของหนูเลยว่าไม่รู้จะได้กินอะไรเป็นเรื่องเป็นราวหรือเปล่าไปทัวร์คอนเสิร์ตมาราธอนแบบนั้น”

“ริสคิดถึงกับข้าวฝีมือแม่ไวน์ที่สุดเลยค่ะ มาคราวนี้อยู่หลายวัน ริสจะมาฝากท้องด้วยนะคะ”

สาวน้อยกล่าวพร้อมยิ้มประจบน่ารัก

“ประจบกินไม่มีใครเกินเขาละ”

เสียงห้าวเอ่ยดังด้านหลัง ก้าวมาหาแล้วแกล้งรวบร่างสองร่างเข้าไปกอด ยื่นหน้าไปหอมแก้มมารดา

“คิดถึงแม่จัง เจฟว่าจะมาตั้งแต่เมื่อวาน แต่คิดได้ว่าริสจะมา เลยรอทีเดียว”

เขาเอ่ยใบหน้านิ่ง ไอริสหันไปมองส่งสายตารู้ทัน ไม่ได้ตระหนักว่าใบหน้าเขาอยู่ห่างจากหน้าหล่อนนิดเดียวเอง ด้วยความเคยชินที่เขากับหล่อนใกล้ชิดกันตลอด เจฟิโอกดจมูกไปกับแก้มแดงปลั่งทั้งที่ยังกอดทั้งมารดาและคนตัวเล็กในอ้อมแขนอยู่

“ใช่มั้ยริส”

เขาถามแล้วส่งสายตาบังคับ วีรตาหัวเราะกับท่าทางของลูกชาย ไม่เคยเปลี่ยนเลย ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าไหร่ ยังคงชอบข่มขู่และแกล้งน้องอยู่อย่างนี้ตลอดเวลา

“พอๆ ปล่อยแม่ก่อนเจฟี่ พ่อเขาถามหาเราตั้งแต่สองสามวันก่อนแน่ะ”

มารดาเอ่ยทำให้เจฟิโอรีบปล่อยแขนแล้วหันซ้ายหันขวา

“เอ่อ แล้วพ่ออยู่ไหนฮะ”

“ห้องเกมส์...เห็นเจฟว่ามีอะไรจะให้ริสนะลูก บอกน้องหรือยัง”

มารดาเอ่ยบอกแล้วถามเจฟิโอ ทำให้ชายหนุ่มทำตาโตแล้วยิ้มกว้าง

“จริงด้วย...เจฟเก็บไว้ที่เพนต์เฮาส์โน่นแน่ะ ถ้างั้นเจฟพาริสไปเอาก่อนนะแม่นะ”

เขารีบเอ่ยแล้วคว้ามือของหญิงสาวทำท่าจะหันหลังลงบันได

“จะไปไหนเจฟิโอ”

เสียงห้าวดังมาจากห้องด้านใน เจฟิโอสะดุ้งโหยง เผลอกำมือไอริสไว้แน่น

“อย่าเพิ่งไป เข้ามานี่ก่อน”

น้ำเสียงสั่งราบเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์ ซึ่งเป็นน้ำเสียงที่เจฟิโอหวั่นเกรงที่สุด ชายหนุ่มดึงมือไอริส

“ไปด้วยกัน”

เขาเอ่ยชวนเบาๆ ไอริสแอบหัวเราะขำกับท่าทางที่เจฟิโอกลัวพ่อ ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก แต่เวลาได้เห็นแบบนี้แล้วไอริสก็อยากจะถ่ายภาพเก็บไว้ดูยิ่งนัก วีรตาพยายามเก็บรอยยิ้มขบขันลูกชายเอาไว้อย่างเต็มที่

“เข้าไปเถอะลูก อย่าให้คุณพ่อรอ เห็นเล็งไม้คิวตั้งแต่บ่ายเหมือนจะรู้ว่าเจฟจะมาหาวันนี้”

วีรตาแกล้งกล่าว ไอริสหัวเราะคิก

“หัวเราะอะไร เดี๋ยวโดน”

เขาก้มมาดุแล้วดึงมือหล่อนให้เดินไปในห้องเกมด้วย ไอริสสัมผัสได้ถึงมือชื้นเหงื่อของเขา

“นี่แหละกรรมที่ยูชอบแกล้งไอไง”

หล่อนเอ่ยลอยๆ เจฟิโอหันมามองแล้วแกล้งผลักจนหล่อนเซแต่เขาก็ดึงมือที่ประสานกันอยู่จนหล่อนเซกลับมาปะทะอก ไอริสหน้าง้ำชนไหล่ไปกับแขนของเขา เขาก้มไปงับใบหูเล็กทีหนึ่ง หล่อนทุบอกเขาเป็นการตอบแทน เขายิ้มที่แกล้งหล่อนได้ ทำให้อารมณ์หวั่นที่จะต้องเผชิญหน้ากับผู้เป็นพ่อลดลงไปเล็กน้อย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป