บทที่ 8 คนไม่รู้ตัว

​เมื่อไปถึงหน้าห้องเกม เจฟิโอหันมาหาคนที่ทำหน้าดีใจจะได้พบกับผู้ที่หล่อนรักและเคารพดุจบิดาคนที่สอง

“รู้เปล่า เจฟมีของขวัญพิเศษจะให้ริสด้วยนะ อยู่ที่เพนต์เฮาส์แน่ะ”

เสียงห้าวเอ่ยขึ้น ไอริสเงยหน้ามองเขาแล้วทำตาโต

“จริงเหรอ ที่แม่ไวน์พูดเมื่อกี้หรือเปล่า ว้าว...ยูไม่ได้โกหกนะเจฟี่”

เสียงใสเอ่ยตื่นเต้นพร้อมกับเขย่าแขนเขาเหมือนเด็กน้อย เจฟิโอเกือบทำท่าส่ายหน้ากับท่าเด็กไม่รู้จักโตของหล่อน แต่ก็นึกได้ว่าเขากำลังจะหลอกล่อเจ้าหล่อนอยู่

“ใครจะหลอกยู แต่จะเป็นอะไรนั้น ยังไม่บอกหรอก มันเป็นความลับ เดี๋ยวบอกก่อนแล้วยูรู้แล้วจะไม่ตื่นเต้น”

เขาเอ่ย

“ว้าว...ทำไมยูใจดีจัง ริสตื่นเต้นจริงๆ แหละ หวังว่าจะไม่ใช่ตุ๊กตาอีกนะ”

หล่อนเอียงคอถามทำท่าสงสัย เพราะห้องนอนของหล่อนเต็มไปด้วยตุ๊กตาของเขา มีทุกไซส์ทุกสีที่เขาซื้อให้ในโอกาสต่างๆ

“เจฟก็ใจดีกับริสแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว ทำเป็นแปลกใจไปได้ ไม่ใช่ตุ๊กตาหรอกน่า แต่เป็นสิ่งที่ริสอยากได้มากที่สุดในสามโลก” เขาทำเสียงโฆษณา ไอริสตาโต

“หา...พี่อัศณ์น่ะเหรอ” เสียงเล็กเอ่ยถามทันทีทำหน้าดีใจสุดๆ เจฟิโอทำหน้าตึงใส่

“บ้าเหรอ...พี่อัศณ์? นั่นคือสิ่งที่ยูอยากได้ในสามโลกเหรอริส... หน็อย... เป็นผู้หญิงยิงเรือพูดออกมาได้ว่าอยากได้ผู้ชาย” เขาทำเสียงต่อว่าและอมรมสั่งสอนเสียงขุ่น

“ริสพูดเล่นน่า รู้อยู่ว่าเจฟไม่มีความสามารถขนาดนั้นหรอก...”

หล่อนทำเสียงกระเซ้า ใช้มือเกาคางของเขา เจฟิโอปัดออกอย่างหัวเสีย

“เฮ้ย นี่ไม่ใช่หมาแมวนะ มาเกาคางไอแบบนี้ ฟังนะริส... เจฟจะบอกว่า... ให้ริสเข้าไปก่อน ทำให้คุณพ่ออารมณ์ดี แล้วเจฟจะมีรางวัลให้”

เขาเอ่ยเข้าสู่จุดประสงค์ที่อุตส่าห์ล่อหลอกหล่อนในที่สุด ไอริสมองหน้าเขาด้วยสายตารู้ทัน

“ยูเห็นไอเป็นคนเห็นแก่ของฟรีเหรอเจฟ คนอย่างไอไม่เห็นแก่ได้ขนาดนั้น ว่าแต่จะให้อะไรล่ะ คนละอันกับไอ้ที่เตรียมไว้ที่เพนต์เฮาส์ใช่หรือเปล่า” คนไม่เห็นแก่ของฟรีเอ่ยถาม เจฟิโอมองคนงกก่อนจะพยักหน้า

“ฮื่อ...ใช่ เจฟใจป้ำ จะให้สองชิ้นเลย โอเคเปล่า หุบปากแล้วเข้าไป”

เขาเอ่ยแล้วผลักหล่อนให้เดินไปก่อน ไอริสจึงยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้ง

“เข้ามา”

เสียงห้าวของสเตฟานเอ่ยอนุญาต ไอริสผลักประตูเข้าไป ร่างสูงสง่าของสเตฟาน แม็คเคนซี่กำลังก้มเล็งลูกสีด้วยท่าทางมีสมาธิก่อนจะกระทุ้งไม้คิวส่งลูกกลมลงไปในหลุมอย่างสวยงาม

“สวัสดีค่ะคุณลุง”

ไอริสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจพร้อมกับเดินรี่เข้าไปหา สเตฟานยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ใบหน้าคร้ามคมที่กาลเวลาแทบจะทำอะไรไม่ได้นั้นจุดยิ้มเล็กน้อย อ้าแขนออกให้เด็กน้อยโผเข้ากอด หล่อนกราบลงที่อกแล้วยื่นหน้าไปหอมแก้มทั้งซ้ายขวาเหมือนที่ชอบทำตั้งแต่เล็กๆ

“คิดถึงคุณลุงม้ากมากค่ะ ริสเล่นเก่งแล้วนะ วันหลังจะแข่งกับคุณลุง”

เสียงใสเอ่ยบอกดวงตาเป็นประกาย สเตฟานยกมือขึ้นขยี้ผมของสาวน้อยที่เขารักดั่งลูกสาวด้วยความเอ็นดู สายตาคมเข้มมองไปยังประตูที่เปิดอ้าอยู่เหมือนรอใคร

“โม้หรือเปล่าหือ... ไหนละพี่ชายเรา”

สเตฟานเอ่ยถามพลางมองไปยังประตู ร่างสูงของลูกชายเดินเข้ามา

“สวัสดีครับพ่อ”

เสียงห้าวถอดแบบผู้เป็นพ่อเอ่ยทักขึ้นพร้อมกับยกมือไหว้ตามวัฒนธรรมไทยที่มารดาพร่ำสอน ปรายตามองไอริสที่กอดเอวบิดาอยู่

“ริสโดนใครมันรังแกเอาหรือเปล่าหือ ไหนให้ลุงดูแขนหน่อย”

สเตฟานเอ่ยถามไอริสด้วยคำถามเดียวกับภรรยาเพราะรู้ฤทธิ์ของลูกชายดี เจฟิโอกำลังจะทำตากลอกมองบนเช่นที่ทำกับมารดาเมื่อครู่ก่อนแต่ก็ชะงักเมื่อบิดาจ้องเขม็งมา

“พ่อก็...เห็นเจฟเป็นอันธพาลไปได้ นี่เจฟไปรับเขาถึงที่ แถมพาไปหาอะไรกินเรียบร้อยแล้วด้วย ใช่มั้ยริส”

เขาเอ่ยเสียงมึนตึงพร้อมกับถามคนที่ใครๆ ก็รักเพื่อยืนยันความมีน้ำใจของตัวเอง และส่งสายตาเตือนถึงของกำนัล

“ไม่ค่ะคุณลุง เจฟเขาไปรับริส สายนิดเดียวเองครั้งนี้ ดีกว่าทุกครั้งเลยค่ะ”

ไอริสตอบพยายามเอาใจคนหน้าบึ้งเพื่อเห็นแก่ของขวัญที่ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร เห็นร่างสูงคล้ายผู้เป็นบิดายืนเอามือล้วงกระเป๋าพิงผนังเอาขาไขว้กัน สเตฟานยื่นไม้คิวให้ไอริส

“ไหนคุยว่าเก่ง ลองเล่นให้ลุงดูหน่อยซิ”

เขาเอ่ยกับสาวน้อย สายตาคมกริบหันไปมองลูกชายก่อนจะเดินไปรินวิสกี้ เจฟิโอเดินไปหยิบไม้คิวอีกอันแล้วเดินไปยืนข้างๆ ไอริส

“ยูแพ้ไอแน่รอบนี้” เสียงใสทำคุยใส่พร้อมกับเอามือถูจมูกท้าทาย เจฟิโอหรี่ตามองคนขี้คุย

“โม้ทั้งเพ ครั้งที่แล้วยูพูดแบบนี้แล้วจำได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”

เขาเอ่ยพร้อมกับเดินไปใช้ไม้สามเหลี่ยมตั้งเฟรม

“ยูโกงนี่นา” หล่อนเถียงทำปากยื่นใส่ เจฟิโอเลิกคิ้ว

“โกง?”

“ใช่ ยูต่อให้ไอก่อนแล้วพอไอทำท่าจะชนะยูก็แกล้งดึงผมไอน่ะ”

ไอริสเอ่ยจำได้ว่าเขาเจ้าเล่ห์แค่ไหนเวลาเล่นเกมกัน เขาชอบใช้กำลังที่เหนือกว่าแกล้งหล่อน เจฟิโอรีบหันไปมองบิดาที่ยืนถือแก้ววิสกี้กอดอกมองอยู่

“เฮ้ย พูดบ้าๆ ไอไม่เคยแกล้งยูแบบนั้นสักหน่อย ผมยูมันระหน้าตอนยูก้มแทงลูก ไอก็หวังดีปัดให้ ก็เท่านั้น”

ทั้งสองเล่นเกมไปและเถียงกันไป สเตฟานจ้องมองอย่างเงียบๆ รู้ทันความเจ้าเล่ห์ของเจ้าลูกชายดี มันคิดว่าจะทำเป็นเฉไฉให้เขาลืมเรื่องที่ต้องการคุยกับมัน

“พ่อได้ยินว่าไปมีเรื่องมา เกิดอะไรขึ้นหือเจฟิโอ”

ถ้าหากผู้เป็นพ่อเรียกชื่อเต็มเมื่อไหร่ นั่นหมายถึงกำลังคุยเรื่องซีเรียสและอารมณ์เครียดพร้อมสับแหลกหากคำตอบไม่เป็นที่พอใจ เจฟิโอชะงักท่าที่กำลังก้มแทง ก่อนจะกระทุ้งไม้คิว ลูกพลาดไปไกลจากหลุม ทำให้ไอริสหัวเราะชอบใจ

“พ่อได้ยินมาว่ายังไงล่ะฮะ”

เขาเอ่ยถาม เพราะรู้ว่าผู้เป็นพ่อนั้นมีหูตาเป็นสับปะรด คงจะได้ยินมาทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ต้องการทราบข้อเท็จจริงจากปากเขาอีกทีเท่านั้นเอง

“ไม่มาก พ่อต้องการฟังจากเรามากกว่า”

สเตฟานเอ่ยเสียงเรียบ ยกวิสกี้ขึ้นจิบ เจฟิโอยืนมองดูไอริสแทงลูกสีลงหลุมอย่างแม่นยำ

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกฮะ คนเมามันหาเรื่องแล้วก็เลยชกกันนิดหน่อย”

“นิดหน่อยถึงขนาดเจ้านั่นเข้าโรงพยาบาล เห็นว่าพ่อเขาเป็นนายตำรวจ”

สเตฟานกล่าว เจฟิโอยกมือขึ้นเสยผม ปรายตามองคนที่กำลังแทงสนุ้กอยู่

“เจ้านั่นมันปากเสีย มันเคยมีเรื่องกับเจฟสมัยอยู่บอสตันสองครั้งแล้ว” เสียงกร้าวเอ่ยเล่า

“อ้อ เคยรู้จักกันมาก่อนงั้นหรือ”

“มันเรียนจบรุ่นเดียวกับเจฟ ไม่ค่อยกินเส้นกันเท่าไหร่ เจฟไม่คิดว่าจะเจอมันที่นี่ มันมาเที่ยวกับพวก ก็...แค่นั้นครับพ่อ”

เจฟิโอเล่าต่ออีกนิดหนึ่งปรายตาไปมองคนที่ตั้งใจแทงสนุกเกอร์อีกครั้ง ไม่อยากจะพูดต่อหน้าหล่อน ถึงหัวข้อที่ทำให้เขาต้องส่งเจ้านั่นไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มในโรงพยาบาล

บทก่อนหน้า
บทถัดไป