บทที่ 3 มีแฟนแล้ว

​พาลิซ่ารีบคว้าชุดเดรสสีมะปรางสุกแขนกุดยาวถึงน่องมาสวม ใช้ผ้าคลุมไหล่ หวีผมลวกๆ ใช้ที่คาดผมสีดำสวมกันลูกผมไม่ให้หล่นระใบหน้า ทาครีมบำรุง ปากทาลิปกลอส เป็นอันเรียบร้อย รีบเดินออกมาข้างนอก

"คืนนี้ผมไม่ว่าง คืนพรุ่งนี้ก็แล้วกัน วันศุกร์ผมนอนดึกได้ เจอกันที่ผับนะ...หวัดดีครับ"

เสียงของเขาคุยโทรศัพท์ ใบหน้าหล่อเหลาเงยมามองพาลิซ่า หญิงสาวกระชับผ้าคลุมไหล่สีดำโปร่งบางแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าใบเล็กมาคล้องไหล่

"เรียบร้อยแล้วค่ะ"

หญิงสาวเอ่ย เดินไปยังประตู ดีนลุกขึ้นเดินตามไปเห็นว่าชุดด้านหลังรูดซิปเพียงครึ่งๆ กลางๆ ชายหนุ่มคว้าแขนเรียวเล็กเอาไว้ จับให้ยืนนิ่งแล้วเลื่อนผ้าโปร่งบางที่คลุมไหล่ลง ดึงซิปที่ด้านหลังชุดขึ้นให้จนสุด พาลิซ่าหน้าแดงเรื่อทันที นึกอยากด่าตัวเองที่ลืมสำรวจให้เรียบร้อย เพราะเวลาเร่งรีบพาลิซ่ามักสะเพร่าเสมอ ดีนหมุนร่างเล็กให้หันมาเผชิญหน้า ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยครีมสีขาวที่อยู่ข้างแก้มและตรงหางคิ้วให้กลืนไปกับผิว

"รีบอะไรนักหนาหือ พี่ไม่ได้เร่งสักหน่อย"

เสียงทุ้มเอ่ยกลั้วหัวเราะ พาลิซ่าหัวใจเต้นตึกตักกับดวงตาที่ก้มมองมาอย่างขบขันนั้น

"ขอบคุณค่ะ ไปกันหรือยังคะ"

หญิงสาวรีบพูด ดีนโอบแขนไปบนไหล่บาง ศีรษะเล็กสูงเลยไหล่เขามาหน่อย แต่ถ้าหันหน้าเผชิญกันก็อยู่ใต้คางพอดี ดีนได้กลิ่นหอมจางๆ กลิ่นที่เคยลอยมาปะทะจมูกในคืนนั้นที่เจ้าหล่อนขึ้นไปบนเพนต์เฮาส์ ชายหนุ่มก้มไปทำจมูกฟุดฟิดแถวริมใบหูทันที นิสัยส่วนตัวที่ถ้าหากสงสัยก็จะต้องพิสูจน์ พาลิซ่ารีบเบี่ยงตัวหนีแทบไม่ทัน

"อะไรคะ" เอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก สายตาหวาดระแวงเต็มที่

"กลิ่นนี้คือกลิ่นอะไร พี่เคยถาม เรายังไม่ได้ตอบพี่เลย" ดีนเอ่ยตามความรู้สึกที่อยากรู้

พาลิซ่าทำหน้าเหลอหลา เพราะก็ไม่ได้ใส่น้ำหอม หญิงสาวก้มลงไปทำจมูดสูดดมตัวเอง

"อ๋อ คงจะเป็นกลิ่นน้ำอบไทยที่ติดกับผ้าผืนนี้มังคะ"

พาลิซ่าตอบ เพราะผ้าคลุมโปร่งบางสีดำปักดิ้นทองเป็นลวดลายดอกกุหลาบนี้ พาลิซ่าใช้ครั้งก่อนยังไม่ได้ซัก จึงมีกลิ่นน้ำปรุงที่ชอบใช้ติดอยู่ ส่วนเนื้อตัวนั้นเป็นเพราะรีบจึงไม่ได้แตะน้ำอบตรงซอกคอและหลังใบหูเหมือนอย่างเคย

"หอมมาก พี่ชอบ ไม่ฉุนแอลกอฮอล์เหมือนน้ำหอมของที่นี่"

ดีนเอ่ย ยกชายผ้าขึ้นดม เงยหน้าขึ้นก็เห็นอีกคนมีผิวหน้าสีเรื่อ นั่นทำให้ดีนอยากจะเขกหัวตัวเอง เขาลืมไปจริงๆ ว่าคนตรงหน้าไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นหญิงสาวเต็มตัวอายุยี่สิบสี่ปี เรียนจบปริญญาโทอีกต่างหาก การที่เขามาดมอะไรใกล้ตัวเจ้าหล่อนแบบนี้ อาจจะทำให้พาลิซ่าเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นพวกโรคจิตไป

"ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจ"

ดีนพูด จากนั้นก็คว้ามือเล็กพาเดินไปยังลิฟต์ พาลิซ่าไม่แน่ใจว่าระหว่างการที่พี่ดีนดมผ้าคลุม กับการที่เขาโอบไหล่จับมือถือแขนนี่อันไหนมันแย่กว่ากัน หญิงสาวพยายามควบคุมการเต้นของหัวใจเอาไว้อย่างเต็มที่ ไม่ให้ดังแรงและเต้นเร็วจนเกินไป ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรกับอาการเหมือนคนเป็นโรค พานิกแอ็กแท็ค ทุกครั้งที่อยู่กับพี่ดีน บางครั้งมันก็มากเกินไปจนรู้สึกรำคาญตัวเอง อย่างนี้พาลิซ่าอาจจะต้องหาแฟนหรือใครสักคน เผื่อจะแก้ปัญหานี้ได้

เมื่อครู่เขาคงจะนัดกับคู่เดต ซึ่งไม่มีอะไรน่าแปลกใจสักนิด ผู้ชายที่เพอร์เฟกต์อย่างพี่ดีน ไม่เคยเห็นว่าข้างกายของเขาจะขาดผู้หญิงเลยสักครั้ง พาลิซ่าไม่ค่อยได้เจอเขาตรงๆ เพราะตั้งใจหลบอย่างเต็มที่ จึงไม่ได้รู้สึกอะไรมาก

ยิ่งตอนหลังนี้ก็พร่ำปลอบและให้กำลังใจตัวเองเสมอว่าพาลิซ่ารู้สึกเข้มแข็งกว่าเดิมมากแล้ว พยายามโปรแกรมจิตตัวเองว่าสามารถ เอาอยู่ ทุกเรื่องและ ไม่หวั่นแม้วันได้อยู่ใกล้มาก ...แบบนี้

แต่ว่ามันก็จะเป็นการหลอกตัวเองหน่อยๆ ในช่วงแรกๆ นี้ ได้แต่ว่าหวังว่าถ้าพูดกรอกหูและสั่งใจตัวเองทุกวัน มันจะเป็นจริงตามทฤษฎีมายด์เซ็ตที่ได้เรียนมา...

ดีนจูงมือเล็กให้เดินตามไปที่ห้องอาหาร พนักงานโค้งคำนับพรึ่บๆ เมื่อบอสลงมาทานข้าวที่นี่ ดีนคุ้นเคยกับสต๊าฟทุกคนดี เพราะลงมาบ่อย แต่พนักงานไม่ค่อยได้เห็นอีกคนมากนัก คนที่ชอบทำตัวเหมือนไม่อยู่

"กินเยอะๆ นะ ตัวบางแทบจะปลิวลมแบบนี้ ตอนที่อุ้มเราพี่คิดว่าอุ้มตุ๊กตานุ่นเสียอีก"

ดีนเอ่ยหลังจากที่อาหารเดินทางมาถึงโต๊ะ จำได้ถึงครั้งนั้นที่พาลิซ่าเป็นลมตอนงานแต่งของจอร์แดนกับอินทิรัศม์ พาลิซ่าหน้าแดง หยิบช้อนแล้วก็เริ่มตักกินอย่างไม่ยอมพูดอะไร เป้าหมายคือ รีบกินให้เสร็จๆ จะได้รีบแยกย้าย

"เอ้า อย่ารีบสิ เดี๋ยวติดคอกันพอดี นี่ของโปรดเรา"

ดีนเอ่ย ตักกุ้งชุบแป้งทอดมาใส่จานให้ ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดแต่จำได้ว่าตอนเด็กพาลิซ่าชอบมาก เคยแย่งกันกับทาริต้าเป็นประจำ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป