บทที่ 5 เลขาจำยอม
พาลิซ่านั่งอยู่มุมโซฟาที่คนอีกคนกำลังนั่งจิบน้ำชาอย่างสบายใจ หญิงสาวเปิดทีวีเบาๆ เพื่อไม่ให้บรรยากาศเงียบจนเกินไป เพราะถ้าเงียบฉี่ พี่ดีนอาจจะได้ยินเสียงหัวใจของพาลิซ่ากำลังเต้นจังหวะกลองเพลของทุกวัดรวมกัน รายการทีวีเป็นมิวสิควิดีโอเพลง พาลิซ่าไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก รอแต่ว่าเมื่อไหร่พี่ดีนจะดื่มชาเสร็จและกลับขึ้นเพนต์เฮาส์ไปซะที
"ชารสชาติดีมาก"
ดีนเอ่ยหันไปมองคนที่สวมชุดนอนเสื้อกางเกงขายาวสีฟ้าอ่อน เจ้าหล่อนนั่งสุดมุมโซฟา จ้องมองจอทีวีเขม็ง
"ป้าไวน์ให้พลีสมาค่ะ"
หญิงสาวเอ่ย เขาน่าจะรู้ดี พาลิซ่าคิดว่าพี่ดีนคงจะต้องการกวนมากกว่า ใบหน้าหล่อเหลาทำเลิกคิ้วแปลกใจ พาลิซ่าแอบหมั่นไส้ เพราะคิดว่าพี่ดีนอยู่ในอารมณ์ต้องการแกล้งพาลิซ่า เขาต้องรู้ดีเรื่องชาเพราะป้าไวน์เป็นคนชอบดื่มชามากกว่ากาแฟและบ้านของเขาก็มีชาชั้นเยี่ยมจากทั่วทุกมุมโลก
"วันก่อนก็ให้พี่มา ไม่ยักเหมือนถ้วยนี้ หรือว่ามันเป็นเพราะคนชง พลีสใส่อะไร"
คนอยากรู้อยากเห็นและชอบพิสูจน์เอ่ย พาลิซ่าทำท่าถอนหายใจให้เขาเห็น ชาเขียว มันจะใส่อะไรได้อีก นอกจากคนที่ชอบหวานหน่อยก็ใส่น้ำตาล นมหรือครีม แต่พาลิซ่าชอบแบบเพียวๆ เห็นอยู่ว่าน้ำมันสีออกเขียวเหลืองทองจางๆ แบบนั้น
"พี่ดีนดื่มหมดหรือยังคะ"
พาลิซ่าทำเสียงเหมือนว่ามันหมดเวลาที่จะมานั่งจิบชาสบายอารมณ์ของเขาแล้ว ดีนยกชาขึ้นดื่มจนหมด วางแก้วลงบนโต๊ะ หันมามองเจ้าของห้อง
"พี่ไม่เคยถามเลยว่าตารางชีวิตประจำวันของเราเป็นยังไง อยู่ที่นี่เข้าฟิตเนสบ้างหรือเปล่า บนเพนต์เฮาส์มี จะไปเล่นก็ได้นะถ้าชอบความเป็นส่วนตัว เราตัวผอมเหลือเกิน แบบนี้ต้องบิลท์หน่อย ใครจะได้ไม่รังแกเอาได้ง่ายๆ"
ดีนเอ่ย เรื่องที่คาดเดาว่าพาลิซ่าอาจมีปัญหาเรื่องถูกคนรังแกในอดีต จึงทำให้เป็นเด็กที่เหมือนตื่นตระหนกและหวาดกลัวง่ายอยู่ตลอดเวลายังติดค้างอยู่ในใจ ความจริงไม่ทราบว่าตื่นตระหนกตลอดเวลาหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ เวลาอยู่ใกล้เขามักเป็นเสมอ
"ค่ะ" พาลิซ่ารับทราบสั้นๆ ตามความเคยชิน ดีนเอื้อมแขนมาคว้าแขนเล็กดึงทีเดียวมานั่งชิด แล้วก็ทำท่าจุ๊ปาก
"เห็นไหม พี่ดึงแค่นิดเดียวตัวปลิวติดมือแบบนี้ ต่อไปนี้ พลีสจะต้องเข้าฟิตเนสกับพี่ ตอนเช้าสักยี่สิบนาที หลังเลิกงานสักครึ่งชั่วโมง หรือจะค่อยลองจากน้อยไปหามากก็ได้ ดูตามกำลังของเราไปก่อน"
พาลิซ่าหัวใจเต้นแรงกับการที่ถูกมือใหญ่ดึงมานั่งชิด ตกใจจนตัวแข็ง เงยหน้าทำตาโตและอ้าปากค้างมองคนที่กำลังพูดไปเรื่อยเปื่อยเกี่ยวกับตารางชีวิตของพาลิซ่าที่ไม่เคยมีใครกล้ายุ่งเกี่ยวมาก่อน สายตาคมก้มมามองสำรวจใบหน้า พาลิซ่าได้สติก็รีบหุบปากฉับแล้วขยับตัวออกห่างปรู๊ดไปนั่งที่มุมโซฟาดังเดิม
"ดึกแล้วนะคะ"
เอ่ยเตือนเขา ไม่สนใจเรื่องที่เขากำลังพูดอยู่ ดีนเห็นท่าคนนั่งซุกโซฟาทำตัวลีบหน้าตื่นก็ยิ้มขำแกมเอ็นดู ขี้กลัวขนาดหนัก ไม่น่าเชื่อว่าอาเบนจะปล่อยให้พาลิซ่าเติบโตมาแบบนี้ ทำไมดีนถึงไม่เคยสังเกตมาก่อนนะ คนในแก๊งนี้ส่วนใหญ่ใจกล้าหน้าด้านและเชื่อมั่นเกินร้อยกันทั้งนั้น ดีนรู้สึกผิดอยู่ในใจทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของตัวเอง ถ้าเขาใส่ใจเจ้าเด็กนี่สักหน่อย เขาคงจะช่วยดูแลให้อาเบนกับอาโจ และพาลิซ่าคงไม่มีท่าทางเป็นแม่กระต่ายน้อยขี้ตื่นอย่างนี้ ดีนเอื้อมมือไปดึงแขนเล็กอีกครั้ง แต่คราวนี้พาลิซ่าขืนตัวไว้เต็มที่ เขาจึงดึงไม่สำเร็จ เป็นผลให้ร่างสูงต้องขยับมานั่งใกล้แทน ยกมือขึ้นลูบผมพาลิซ่า
"เด็กเอ่ยเด็ก"
ดีนพึมพำทำให้พาลิซ่างงไปกับกิริยาอาการของเขา แถมยังคว้าพาลิซ่าไปซบไหล่กว้างของเขา หญิงสาวขืนตัวเต็มที่
"พี่ดีน มันดึกแล้วนะคะ ขึ้นไปพักผ่อนเถอะค่ะ"
พาลิซ่าเอ่ยปากไล่เขาอีกครั้ง ดีนก้มมามองคนที่ทำเสียงแข็งไล่เขา ดีนพยักหน้าลุกขึ้นยืนเพราะก็เริ่มง่วงขึ้นมาแล้ว
"เอาล่ะ พี่ไปก่อน พรุ่งนี้ต้องไปออฟฟิศกับพี่ ตั้งนาฬิกาด้วย พี่ออกจากที่นี่เจ็ดโมงครึ่ง ถ้าไม่ตื่นพี่จะลงมาปลุกเอง"
เขาเอ่ยทิ้งท้าย จากนั้นก็เดินไปยังประตู พาลิซ่าได้แต่อ้าปากหวอมองตามคนเผด็จการที่สั่งพาลิซ่าอย่างไม่ให้โอกาสปฏิเสธ
รุ่งขึ้น พาลิซ่าตาลีตาเหลือกตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้า เพราะกลัวพี่ดีนจะลงมาปลุกจริงๆ เขายิ่งเป็นคนพูดจริงทำจริงด้วย พาลิซ่าออกมาจากลิฟต์มาที่ล็อบบี้เวลาเจ็ดโมง โทรศัพท์ดังขึ้นเป็นพี่ดีน
"อยู่ไหน"
"ล็อบบี้ค่ะ" พาลิซ่าตอบเขา
"ดีมาก เดี๋ยวพี่ลงไป"
เขาพูดเสร็จก็ปิดสาย ห้านาทีต่อมาร่างสูงสมาร์ตสวมสูทสีเข้มก็เดินออกจากลิฟต์ส่วนตัว สอดส่ายสายตาหาพาลิซ่า ซึ่งเมื่อเห็นว่าพาลิซ่านั่งอยู่ที่โซฟา ก็เดินเข้ามาหา ยื่นกระเป๋าหนังสี่เหลี่ยมให้ พาลิซ่าทำหน้างง
"หน้าที่เรา"
เสียงทุ้มเอ่ยสั้นๆ เป็นประโยคคำสั่งกลายๆ พาลิซ่าจึงต้องเอื้อมมือไปรับกระเป๋าเอกสารมาถือ แอบนึกนินทาในใจว่ายังไม่ทันไรก็ใช้งานแล้ว
