บทที่ 9 เอาให้แน่สิพี่ดีน
"ฝ่ายสินเชื่อรายงานสรุปสถานการณ์หนี้ตกค้างของปีที่แล้ว ต้องการให้ลดต้นลดดอกให้บางรายเพื่อให้เขาสามารถใช้หนี้ได้"
พาลิซ่าสรุปจากรายงาน ดีนเงยหน้าขึ้น
"พวกที่ไม่สามารถจ่ายได้เพราะอะไร ชื่ออะไร"
"คนหนึ่งชื่อลอร์จ ดรัม เขาตกงาน บ้านถูกยึด เขาขอผ่อนผันยืดระยะการใช้หนี้ อีกคนชื่อ เดวิด เคฟ คนนี้ผู้จัดการมีจดหมายโน้ตแนบมาว่า เขาขอส่งลูกสาวมาขัดดอก"
พาลิซ่าอ่านแล้วก็หน้าแดง มีแบบนี้ด้วยเหรอ!
ดีนเอนตัวไปพิงโซฟา มองหน้าคนที่แก้มแดงปลั่งขึ้นทันตาเห็น ชายหนุ่มอดที่จะยิ้มออกมาให้กับความไร้เดียงสาอินโนเซนต์นั้นไม่ได้ เจ้าหล่อนคงไม่รู้ว่ามันไม่ใช่รายแรก แต่ดีนไม่เคยเอางานกับเรื่องส่วนตัวมาปนกัน เขายังไม่เคยเซย์เยสกับเจ้าไหนทั้งนั้น เพราะผู้หญิงสำหรับเขาหาง่ายยิ่งกว่าอะไรที่ว่าง่าย ไม่เคยขาดแคลนเพียงแค่ยกหูโทรศัพท์ ดีนเห็นสายตาตำหนิมองมาอย่างที่เจ้าตัวพยายามปิด
"เรียกคาร์สันขึ้นมาหาพี่หน่อย"
ดีนสั่ง แล้วก้มไปพิมพ์อะไรบนคอมพิวเตอร์ต่อ พาลิซ่าจำได้ว่าคาร์สันเป็นผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อทำงานกับบริษัทมานานและรู้จักกับบิดามารดาของพาลิซ่าดี หญิงสาวกดโทรศัพท์ไปถึงแผนกของคาร์สัน
สิบนาทีต่อมาคาร์สันก็มาถึง
"มีอะไรครับบอส สวัสดีครับคุณหนูพลีส" คาร์สันเอ่ย
"สวัสดีค่ะคุณคาร์สัน" พาลิซ่าทักทายตอบ
"คุณช่วยบอกพลีสเขาหน่อยว่าผมไม่เคยยุ่งกับผู้หญิงที่คุณขยับเสนอขึ้นมานั่น"
เสียงทุ้มเอ่ยบอกคาร์สัน ทำให้พาลิซ่าต้องกะพริบตาปริบๆ เพราะไม่เข้าใจว่าเขาจะต้องมาอธิบายตัวเองให้พาลิซ่าฟังทำไมกัน คาร์สันยิ้มเจื่อน
"ขอโทษครับบอส เขาขอร้องมา ผมก็สงสาร ทราบดีว่าบอสจะต้องปฏิเสธอยู่แล้ว ผมแค่เสนอขึ้นมาเพราะไม่อยากเสียคำพูด คุณหนูพลีสอย่าเข้าใจบอสผิดนะครับ ท่านไม่เคยยุ่งกับพวกลูกค้า"
คาร์สันกล่าวรับรองพฤติกรรมให้เจ้านาย พาลิซ่าเงียบเพราะไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไร
"ผมจำได้ว่าเจ้าเดวิดอะไรนี่ เป็นนักพนันตัวยงนี่นะ เป็นพ่อประสาอะไรเอาลูกมาเร่ขายแบบนี้"
"ลูกเขาเป็นนางแบบครับบอส เคยเจอบอสแล้ว เอ่อ... อาจจะไม่ได้ถูกบังคับ"
คาร์สันพยายามพูดว่าลูกสาวคนชื่อเดวิดอะไรนั่นติดใจและตกหลุมเสน่ห์ของดิเอโก้ แม็คเคนซี่ ซึ่งไม่เห็นมีอะไรต้องแปลกใจ พาลิซ่าฟังแค่นี้ก็เก็ตแล้ว
"แบบนี้ยิ่งแย่ คาร์สันคุณไปจัดการรายของนายเดวิดอะไรนี่ให้จริงจังเสียที ผ่อนผันมานานแล้ว เป็นนักเลงพนันและไม่เคยรักษาคำพูดแบบนั้น เราคงจะต้องยึดอะไรตามสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้ ส่วนอีกคนผมจำได้ว่าเขาเป็นคนขยันและเลี้ยงแม่ที่เป็นอัลไซเมอร์ คุณไปจัดการคุยกับเขาให้รู้เรื่อง ถามว่าเขามีความสามารถผ่อนชำระได้ขั้นต่ำเท่าไหร่ก็จัดการไปตามที่เห็นสมควร หรือถ้าเขาไม่ไหวก็ยกหนี้ให้ไปซะ แต่คนเราต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตนทำ คุณอย่าเพิ่งพูดว่าจะยกหนี้ให้ ดูว่าเขาสามารถใช้หนี้ได้แค่ไหนก่อน คนบางคน ถึงจนแต่เขาก็มีศักดิ์ศรีของเขา เราไม่ควรไปดูถูก สิ่งที่เขาอยากได้คือโอกาสเท่านั้น"
ดีนเอ่ยกับคาร์สัน โยนแฟ้มไปตรงหน้าผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อ พาลิซ่านิ่งฟังอยู่เงียบๆ พี่ดีนเป็นคนความจำดี จำลูกค้าพวกรายปลีกย่อยได้ถึงรายละเอียดขนาดนี้ แถมมีการตัดสินใจที่รวดเร็วและเชื่อมั่น เขามีคุณธรรมในตัวไม่น้อย สมกับที่เป็นลูกชายของป้าไวน์ ถึงแม้จะเจ้าชู้ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าก็ตาม
คาร์สันออกไปจากห้อง อาหารก็มาถึงพอดี จัดให้ที่โต๊ะตรงโซฟารับแขก เป็นกาแฟคนละแก้วกับแซนด์วิชจานใหญ่ ดีนขยับตัวลุกขึ้น อ้อมโต๊ะมาดึงแขนพาลิซ่า
"ไปกินเบรกฟัสต์ก่อน"
เขาเอ่ย พาลิซ่าลุกขึ้นตามแรงดึง ไม่รู้ทำไมต้องดึงด้วย พูดกันอย่างเดียวก็ได้ ดีนหย่อนตัวลงนั่งดึงคนที่เขาหิ้วแขนให้นั่งลงข้างๆ กลิ่นหอมที่เขาติดใจโชยมาจากร่างบาง พาลิซ่าขยับตัวออกห่าง ดีนยกกาแฟขึ้นอ่านที่ข้างแก้วแล้วก็ยกขึ้นดูด พาลิซ่ามองตาปริบๆ อยากจะบอกว่านั่นมันของพลีส...
"อร่อย"
ยังมีหน้ามาพูดอีก พาลิซ่าจำต้องยกแบล็คค็อฟฟี่ขึ้นมาดูด ดื่มได้แต่ไม่ชอบ เพราะมันสุดขมปี๋ พาลิซ่าชอบแบบหวานมันมากกว่า หญิงสาวทำหน้าแหยเก ดีนหันมาเห็นพอดี เขาเลิกคิ้วขึ้น แล้วก็นึกได้
"อ้าว พี่ลืม ขอโทษที นี่ของเรา แต่นี่มันรสที่พี่ชอบ... ม็อคค่า"
เขาเอ่ย พาลิซ่าไม่พูด เขาเอากาแฟมาแลก เอากาแฟดำไปดูดต่ออย่างง่ายๆ พาลิซ่ารู้สึกแปลกๆ ที่จะต้องดูดกาแฟจากหลอดที่พี่ดีนดูดก่อนหน้านี้ ไม่ได้รังเกียจแต่มัน... หญิงสาวหยุดคิด รีบสลัดความรู้สึกกระดากอายทิ้งไปแล้วดูดกาแฟจากหลอดที่ปากพี่ดีนสัมผัสมาแล้ว
ดีนหยิบแซนด์วิชห่อกระดาษเรียบร้อยยื่นให้
"แซนด์วิชไก่ ของโปรดเราพี่จำได้"
ชายหนุ่มเอ่ย มองดูปากจิ้มลิ้มดูดกาแฟจากหลอดดูด เขาจ้องมองนิ่งๆ ใจไม่ได้คิดอะไรเลยสาบานได้ แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงจ้องเอาๆ ตาไม่กะพริบแบบนั้น ปากอิ่มดูดอย่างนิ่มนวลและช้าๆ ห่อปากได้สวยน่ารักเหลือเกิน...อืม...
ทันใดนั้นใบหน้านวลใสเงยขวับขึ้นมามอง ดีนสะดุ้งในใจรีบกระแอมกระไอแล้วเบนสายตาก้มไปหยิบกาแฟดำของตัวเองมาดูดจ๊วบๆ
