บทที่ 11 ประจันหน้า

ยังคงโมโหไม่หายที่แพ้ทางเด็ก มันวิ่งในสวนของเขาราวกับเป็นสวนของมันเอง แถมยังรู้พื้นที่ดีกว่าเขาเสียอีก ชนแดนจำรูปร่างโปร่งเพรียวได้ดี สูงน่าจะประมาณ 165 เซ็นติเมตร หมวกแก็ปปิดบังใบหน้าเล็กมอมแมมเอาไว้เกือบครึ่งหน้า ชายหนุ่มปัดแคร่ให้พอสะอาดแล้วเอนตัวนอนลงไปเพราะชักรู้สึกหวิวๆ

พลิดาแอบซุ่มมองอยู่ หญิงสาวส่งรูปโจรที่ถ่ายได้ไปในอินบ็อกซ์ของผู้กองศรุต พร้อมกับข้อความ

"พบมันกำลังแอบปีนรั้วเข้าไปในสวนคุณนาย ช่วยเช็กประวัติที"

สักครู่ก็มีเสียงสั่นบอกถึงว่ามีข้อความเข้าในอินบ็อกซ์ พลิดาจึงรีบอ่าน

"หน้าเปรอะไปด้วยเลือดขนาดนี้ ตายแล้วเรอะ! เดี๋ยวจะโทรไปประสานกับ สน.อำเภอให้"

ข้อความจากผู้กอง แสดงว่ากำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ไม่ได้ออกพื้นที่

"เฮ้ย ยังไม่ต้องส่งใครมา มันยังไม่ตาย!"

"อ้าว...ไหงมีเลือด ปะทะกันละสิ?"

"ก็...นิดหน่อย อย่าเพิ่งถามได้ไหมผู้กอง เอารูปไปตรวจสอบประวัติก่อน แล้วบอกด้วยว่ามันอยู่แก๊งไหน"

"หน้าตามองไม่ออกเงี้ย เช็กไม่ได้หรอก หรือถ้าเช็กได้ก็อาจจะนาน ถ่ายได้ดีที่สุดแค่เนี้ยนะ? แล้วนี่ยิงก่อนแล้วค่อยถามทีหลังตามเคยหรือเปล่าวะไอ้บุ้ง"

"อ้าว...นี่พลเมืองดีนะผู้กอง! กำลังแอบดูพฤติกรรมมันอยู่ ได้ความคืบหน้ายังไงจะส่งข้อความไปบอก แค่นี้นะ"

พลเมืองดีตัดบทจบเพราะขี้เกียจพิมพ์และไม่ต้องการเสียโฟกัสกับการแอบดูผู้ต้องสงสัยที่กำลังนอนหงายอยู่บนแคร่ ต่อมาก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่ามันใช้รถมอเตอร์ไซค์มา ถ้ารถหาย มันก็จะกลับออกไปไม่ได้ แล้วพลิดาก็จะจัดการมันง่ายขึ้น!

คิดได้ดังนั้นร่างเพรียวก็รีบวิ่งเงียบอ้อมไปยังรั้วที่กั้นแบ่งเขต มุดกลับเข้าไปในสวนของตัวเองแล้ววิ่งออกประตู เพื่อไปยังหน้าประตูเหล็กของสวนคุณนาย เห็นรถมอเตอร์ไซค์สีแดงจอดอยู่ เมื่อเห็นยี่ห้อและเลขทะเบียน

"เฮ้ย! นี่มันรถนังกระแตนี่หว่า! หน็อย! ไอ้นี่เองที่ขโมยไป!"

พลิดาอุทานเสียงดังออกมาก่อนจะรู้ตัวก็รีบเอามือปิดปาก หลายเดือนก่อน พ่อนังกระแตซื้อมอเตอร์ไซค์คันใหม่เอี่ยมให้ลูกสาววัยสิบเก้า เป็นของขวัญที่เรียนจบมัธยมปลาย นังกระแตมันขี่ไปอวดสามบ้านแปดบ้าน รวมทั้งที่ร้านของยายจันทร์ด้วย พลิดาจำเลขทะเบียนได้ เพราะงวดนั้นยายจันทร์เอาไปแทงหวยแล้วถูก

แต่เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา นังกระแตมันขี่รถมอเตอร์ไซค์คันเก่าไปซื้อก๋วยเตี๋ยวที่ร้านยาย ยายแปลกใจจึงถาม มันก็บอกว่ารถมันถูกขโมย

พลิดารู้สึกตื่นเต้นดีใจแทนนังกระแตที่พบรถ กุญแจเสียบอยู่พร้อม! พลิดารีบจูงรถไปที่สวนของตัวเอง พอดีเห็นรถมอเตอร์ไซค์ของลุงพุ่มขี่เข้ามา หญิงสาวดีใจมากรีบกวักมือเรียก

"จอดๆ ลุงพุ่มจะไปไหน"

พลิดาทำท่ากระซิบถาม หันซ้ายหันขวาราวกับกลัวใครจะมาได้ยิน

"อ๋อ จะไปที่สวนคุณนาย มีอะไรเรอะไอ้บุ้ง"

"เออ ดีๆ ลุงช่วยเฝ้าที่ประตูรั้วเอาไว้นะ ถ้าเห็นมีคนเดินออกมาให้รีบจับเอาไว้ เดี๋ยวฉันจะกลับมาช่วย!"

พลิดากล่าวเสร็จก็ตวัดเท้าขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ของนังกระแต สตาร์ทเครื่อง ลุงพุ่มทำหน้ามึนงงไม่เข้าใจแต่ก็พยักหน้าหงึกๆ

"แล้วเอ็งจะไปไหนวะ" ลุงพุ่มถาม

"ฉันจะเอารถไปคืนนังกระแตมัน เดี๋ยวฉันมานะลุง"

พูดเสร็จก็บิดคันเร่งพุ่งรถออกไปทันที ลุงพุ่มมองรถแล้วก็จำได้ว่าคุณชนแดนขี่มาจากบ้าน

"เอ๊ะ นั่นมันรถที่บ้านคุณนายนี่หว่า...อะไรยังไงวะเนี่ย"

ลุงพุ่มเกาหัวแกร็กๆ แต่ก็บิดมอเตอร์ไซค์ตรงไปยังสวนของคุณนายเพื่อเอากุญแจไปให้คุณชนแดน


"กระแต! กระแตโว้ย!"

เสียงตะโกนดังลั่นพร้อมกับรถมอเตอร์ไซค์แล่นฝุ่นตลบไปจอดที่หน้าบ้านชั้นเดียวของกระแต

"มีอะไรเหรอพี่บุ้ง" ร่างอวบอั๋นสวมเสื้อสีชมพูกับกางเกงยีนส์ขาสั้นจู๋เดินดูดไอติมแท่งลงบันไดมา แต่พอเห็นพลิดาพร้อมกับรถมอเตอร์ไซค์สีแดงที่แสนคุ้นตา ใบหน้าของกระแตก็ซีดเผือดไปทันที

"รถเอ็งไง! นังแต...รถที่แกบอกว่าโดนขโมยไปน่ะ นี่ไง ใช่มั้ยวะ!"

พลิดาถามเสียงตื่นเต้น ดีใจแทนนังกระแตมัน แต่ไหงมันหน้าซีดๆ ยิ้มเจื่อนๆ ชอบกล ดูท่าทางไม่ค่อยดีใจเท่าไหร่ พลิดาเสียอีกที่ดีใจกว่ามัน

"เอ่อ...เจอ...เจอที่ไหนจ๊ะพี่บุ้ง"

กระแตถามเสียงเบาหวิว กลัวความลับจะแตก เพราะได้เอาไปพูดไว้หลายที่ แม่กำชับว่าไม่ให้บอกใครว่าแม่เอารถไปฝากคุณนายทองธารไว้สองเดือนแล้ว เพื่อเอาเงินไปจ่ายค่าเทอมที่ค้างไว้สองเทอมและเอาไปจ่ายค่าหวยที่ค้างไว้หลายงวด ถ้าไม่จ่ายน้าชาติจะไม่ยอมให้เชื่องวดต่อไป

"แถวสวนพี่นั่นแหละ...เอาไปๆ ดีใจกับแกจริงๆ ที่ได้คืน พี่ไปล่ะ"

"เอ่อ ขอบคุณนะพี่ แล้วพี่บุ้งจะไปยังไง"

กระแตถาม ใบหน้ายังคงกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะกลัวความลับจะแตก แล้วรถนี่แม่ก็ยังไม่ได้จ่ายเงินค่าดอกคุณนายเลย แล้วจะทำยังไงดี แล้วมันไปอยู่แถวสวนพี่ผักบุ้งได้ยังไง กระแตคิดไม่ตกในเวลานี้ เรื่องของเรื่องคือ ครอบครัวเคยมีฐานะแต่ค้าขายขาดทุนจนเป็นหนี้เป็นสิน แม่เป็นคนหน้าใหญ่จมไม่ลง และกระแตก็ติดนิสัยนั้นมาด้วย เรื่องรักษาหน้าจึงเป็นเรื่องใหญ่มาก

"เดี๋ยวให้ไอ้ทิวไปส่งที่สวน ไม่ต้องห่วง"

กล่าวเสร็จก็รีบก้าวยาวไปลอดรั้วหนามเข้าไปยังบ้านของน้ากระถิน ซึ่งอยู่ติดกับบ้านของกระแต

"ทิว อยู่หรือเปล่า?"

พลิดาเรียก สักครู่เด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีก็เดินออกมา เมื่อเห็นว่าเป็นใครก็รีบยกมือไหว้

"อยู่ครับพี่บุ้ง" ทิวตอบน้ำเสียงสุภาพ พี่ผักบุ้งเป็นคนดีมีน้ำใจ ช่วยทิวกับแม่ยามฉุกเฉินเอาไว้หลายครั้งแล้ว

"ว่างไหม ไปส่งพี่ที่สวนหน่อยสิ" หญิงสาวพูดกับเด็กหนุ่มอย่างคุ้นเคย

"ได้เลยพี่บุ้ง แต่ทิวขอเอาเงินค่าดอกไปส่งคุณนายก่อนได้ไหม"

ทิวเอ่ย พลิดาพยักหน้าง่ายๆ

"ได้สิ พี่จะไปรายงานคุณนายเรื่องมีคนบุกรุกสวนแกเหมือนกัน ไปกันเถอะ!"

หญิงสาวเอ่ยเสียงหนักแน่น ทิวรีบคว้ากุญแจมอเตอร์ไซค์ พลิดาขึ้นซ้อนท้าย รถพุ่งออกไปจากลานบ้านหลังเล็ก มุ่งสู่บ้านตึกหลังใหญ่ของเศรษฐีนีประจำตำบลบางกระเส่า!


ลุงพุ่มมองสภาพชายหนุ่มแล้วก็พูดไม่ออก หน้าผากโนและแตก แม้เลือดหยุดไหลแล้วแต่ก็ยังดูน่าเจ็บแทน ตรงคอ หน้าอกและแขนมีรอยแดงคล้ายโดนมดกัดหรืออาจเจอตัวหนอนบุ้งที่เป็นหนอนชนิดหนึ่ง เวลาไปถูกตัวมันเข้าจะเป็นผื่นแพ้คันระคายมาก

"ผมปีนรั้วพลาดเลยตกน่ะ..." เสียงห้าวเอ่ยบอกเพียงเท่านั้น ท่าเดินกะเผลก เอาเสื้อหนังพาดไหล่

"กระผมขออภัยที่เอากุญแจมาให้ช้าไม่ทันใจคุณแดน"

ลุมพุ่มรีบกล่าวขอโทษขอพวย รู้สึกผิดเป็นอย่างยิ่ง

"ไม่เป็นไร แต่สงสัยจะดูสวนไม่ไหวแล้วล่ะ กลับบ้านกันเถอะ"

"น่าจะต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลประจำตำบลหน่อยนะครับ ให้หมอดูแผลที่หน้าผากให้ อาจจะต้องเย็บ"

ลุงพุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

"ไม่เป็นไร แค่ปรินิดเดียว"

ชนแดนกล่าวอย่างไม่แยแส จากนั้นก็ขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซค์ลุงพุ่มกลับบ้าน ชายหนุ่มยังรู้สึกโมโหคุกรุ่นไม่ยอมหายกับไอ้เด็กเวรนั่น ที่บังอาจทำให้เขาเดี้ยงได้ถึงขนาดนี้

"แถวนี้มีเด็กผู้ชายตัวผอมๆ สูงประมาณ 165 ไหม หน้ามอมๆ พูดจากระด้างๆ ฟังไม่เข้ารูหู พกหนังสะติ๊ก"

ชนแดนเอ่ยถามลุงพุ่ม ซึ่งก็นิ่งเงียบทำท่าคิด

"เอ...ก็มีอยู่หลายคนนะครับแถวนี้ ที่นี่มันชุมชนใหญ่เหมือนกัน เอ...หรือว่าจะเป็นเจ้าอาม ทำไมหรือครับคุณแดน"

"เปล่า แค่เห็นป้วนเปี้ยนอยู่ในสวน แต่พอฉันเข้าไปก็หาตัวไม่เจอ"

ชนแดนตอบเลี่ยงความจริง เพื่อเก็บความแค้นเอาไว้สะสางเป็นการส่วนตัว

"ถ้าเห็นตัวคุณจะจำได้ไหมครับ"

ลุงพุ่มเอ่ยถาม

"แน่นอน! จำได้แน่ ขอให้เจอเถอะ!"

น้ำเสียงเข้มหมายมาดฟังดูแค้นๆ เอ่ยตอบออกมา ลุงพุ่มก็ครุ่นคิดต่อไปว่ามันเป็นไอ้เด็กผู้ชายคนไหนกันที่เข้าไปในสวนคุณนาย เท่าที่ทราบ แถวนี้มันถิ่นไอ้ผักบุ้ง ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่มย่ามแน่ถ้าหากไม่จำเป็น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป