บทที่ 12 เสือสองตัวอยู่สวนเดียวกันไม่ได้
พลิดากับทิวไปถึงบ้านของคุณนายทองธาร ซึ่งชาวบ้านคุ้นเคยกับการขี่รถเข้าๆ ออกๆ ที่นี่ดี ประตูรั้วจึงไม่ได้ล็อก แต่จะมีคนงานที่คอยเป็นหูเป็นตา บ้านคุณนายหลังใหญ่และมีบริเวณประมาณสามไร่ในตัวตำบล ด้านหลังมีต้นไม้ ดอกไม้และสวนครัว เพราะคุณนายเป็นคนใช้เงินเป็น แม้จะรวยแต่ก็คิดทุกบาททุกสตางค์ก่อนจะใช้จ่าย มีตลาดเป็นของตัวเอง มีธุรกิจปล่อยเงินกู้ และมีที่ดินให้คนเช่าทำกิน รายได้เท่าที่เห็น ชาวบ้านก็ไม่รู้ว่าคุณนายจะตระหนี่ถี่เหนียวไปทำไม
"พี่บุ้งจะถามคุณนายเรื่องที่กำลังเป็นข่าวลือหรือเปล่า เรื่องขึ้นดอกเบี้ยอะไรนั่นน่ะ ทิวเห็นแม่ทำหน้ากลุ้มๆ ตั้งแต่เขาลือกัน"
ทิวเอ่ยถามพลิดาเบาๆ ไม่มีใครกล้าต่อรองอะไรกับคุณนายทองธารเท่าไหร่ นอกจากพี่ผักบุ้ง ทิวเชื่อในความกล้าหาญและความไม่เกรงกลัวใครของพี่ผักบุ้งอย่างเต็มเปี่ยม แม้แต่ตัวเขาเองซึ่งเป็นผู้ชาย ก็ยังไม่มีความกล้าเท่า
"แน่นอนสิ ไหนๆ ก็มาถึงที่แล้วแบบนี้ จะต้องเช็กข่าวให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย เพื่อที่ชาวบ้านจะได้ไม่ลือกันผิดๆ จนกลุ้มแทบอยากจะเชือดคอตายไปหลายคนแล้วตอนนี้"
ผู้เป็นฝ่ายหาข่าวของชาวประชากล่าว ทำสีหน้าจริงจัง ทิวมองแล้วก็อยากจะยกมือไหว้ พี่ผักบุ้งเป็นคนจริง และเป็นผู้หญิงที่ไม่เสียเวลาอันมีค่าไปกับการแต่งตัว ดูอย่างตอนนี้สิ หน้าเปื้อนดินดูมอมแมมยังไม่สนใจจะล้างเลย!
"อ้าว นั่นใครมาล่ะ!"
เสียงตะโกนมาจากลานบันไดปูกระเบื้องลายสวย แนวออกไปทางแขก พลิดากับทิวหันไปมองก็รีบยกมือไหว้ทันที
"สวัสดีครับ ผมเอาเงินค่าดอกมาจ่ายครับ" ทิวรีบกล่าวบอกด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อม
คุณนายพยักหน้ารับทราบ คนเป็นคุณนายเงินกู้ส่วนใหญ่มักเป็นคนเจ้าเนื้อและอุดมสมบูรณ์ แต่คุณนายทองธารเป็นคนรูปร่างบาง ผมสั้นทันสมัยย้อมสีดำสนิท ผิวขาวละเอียด ใบหน้ายังคงมีเค้าความงามอยู่อย่างชัดเจน บุคลิกกระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวา เห็นว่ามีเชื้อจีนปนแขก ซึ่งก็แปลกมาก พลิดาจำความได้ว่า ตอนที่คุณนายย้ายมาอยู่ที่นี่นั้นพลิดาอายุเจ็ดปีเอง ... เวลาสิบสี่ปี คุณนายก็กลายเป็นผู้มีอิทธิพลคนสำคัญของเมืองนี้ไปแล้วอย่างที่เห็น
"เออ ดีๆ ฉันเพิ่งทบทวนบัญชีอยู่พอดี แม่เราเขาช้าอีกแล้วนะเดือนนี้ แต่ก็ยังดีที่มาจ่าย ขึ้นมาก่อน"
คุณนายพูดกับทิว ซึ่งก็ยิ้มเจื่อนกับคำพูดตรงๆ ของคุณนาย คุณนายหันมามองพลิดา
"ของเรายังไม่ถึงวันจ่ายนี่ไอ้ผักบุ้ง มาทำไมล่ะ"
คุณนายเอ่ยถาม ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเสมอภาคในฐานะเจ้าหนี้กับลูกหนี้ คุณนายเคยชินกับการมองว่าไอ้ผักบุ้งเป็นเด็กทอมบอย มากกว่าเป็นหญิงสาว เพราะไม่มีสาวๆ คนไหนที่จะไม่สำรวจหน้าตาของตัวเองก่อนออกจากบ้าน หน้ามอมเหมือนแมวคราวแบบนี้ และกว่าจะขี่รถมอเตอร์ไซค์มาถึงบ้านคุณนาย ก็ต้องผ่านสถานที่ต่างๆ ที่ผู้คนสามารถมองเห็นหมด แต่ไอ้เด็กคนนี้กลับไม่แยแส ไม่มีจริตจะก้านและความเหนียมอายเหมือนอย่างที่ผู้หญิงส่วนใหญ่เขาเป็นกัน
"ได้ยินข่าวลือเรื่องที่ว่าคุณนายจะขึ้นดอกเบี้ยเป็นสองเท่าอะไรนั่น มันจริงหรือเปล่าฮะ คนในตลาดกำลังพูดถึงเรื่องนี้กันให้แซ่ด แต่ไม่เห็นคุณนายแจ้งให้ลูกหนี้ทราบอย่างเป็นทางการเลยนี่ฮะ"
น้ำเสียงคมชัดเอ่ยถามตรงๆ ในสิ่งที่ต้องการรู้ คุณนายนิ่งฟัง รู้สึกพอใจเด็กคนนี้อยู่อย่างหนึ่งคือความตรงไปตรงมาและไม่ขี้ขลาด แม้วาจาคำพูดจะฟังดูกระด้างกระเดื่องไปหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าพวกตอแหลหน้าไหว้หลังหลอกทั้งหลาย
"เวรกรรม! ใครมันไปลือกันตอนไหนอีกล่ะ แล้วไปเอาที่ไหนมาพูด ดอกเบี้ยที่กำลังคิดอยู่นี่ก็แทบจะไม่มีปัญญาจ่ายกันแล้ว แล้วฉันจะไปขึ้นทำไม มีสมองกันมั่งหรือเปล่า คิดสิคิด!"
คุณนายทำเสียงรำคาญปนหงุดหงิด พลางส่ายหน้าระอา คลี่พัดประจำตัวโบกสะบัดแก้อาการหงุดหงิดฉุนเฉียว ชาวบ้านแถวนี้มันก็เป็นกันเสียอย่างนี้ ถึงไม่ก้าวหน้าไปถึงไหนกับเขาเสียที อีกอย่าง ส่วนใหญ่ก็มีอคติกับคุณนายมากกว่าที่จะชื่นชม ทั้งๆที่ ถ้าหากไม่มีคุณนายช่วยประคับประคองเศรษฐกิจยามฉุกเฉินให้ ก็คงจะสูญเสียที่นาที่ดินทำมาหากินไปให้เสี่ยเดชากันค่อนตำบลแล้วป่านนี้
"ชาวบ้านพวกนี้มันจะโง่ไปถึงไหนกัน เมื่อไหร่มันจะพัฒนากันเสียที จะมีสักวันไหมที่มันจะฉลาดขึ้น! ใครมันเป็นต้นข่าว! ฟังไม่ได้ศัพท์ จับเอาไปกระเดียด! ไม่เคยฟังเทศน์เรื่องกาลามสูตรกันมั่งเรอะ!"
คุณนายทองธารยิ่งคิดก็รู้สึกยิ่งโมโหมากขึ้นเมื่อนึกถึงว่า ชาวบ้านไม่เคยมองเธอดี ชอบมองว่าเป็นเจ้าหนี้หน้าเลือด เวลามีข่าวพวกนี้ก็เชื่อเอาไว้ก่อนทันที โดยไม่มีการคิดไตร่ตรองเสียก่อน
"กาลามสูตรอะไรนี่ไม่รู้จักหรอกฮะ รู้จักแต่กะลามะพร้าว คุณนายอย่าเพิ่งโมโหโทโสไป เดี๋ยวลมตีขึ้น ตกลงว่ามันไม่จริงใช่ไหม ยังร้อยละ 5 เหมือนเดิมใช่หรือเปล่า"
พลิดาพยายามหาคำตอบที่มันเคลียร์ๆ เพื่อที่จะได้เอาไปขยายความต่อได้อย่างถูกต้อง
"ร้อยละ 5 สำหรับพวกจ่ายตรงเวลาเหมือนเดิม! ร้อยละ 10 สำหรับพวกที่จ่ายช้าและติดทั้งต้นทั้งดอกเกินสามเดือนเหมือนเดิม!"
คุณนายให้คำตอบละเอียดชัดเจนอย่างไม่ยอมให้เข้าใจเป็นอื่นไปได้ พลิดาอยู่ในกลุ่มที่จ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 5 ส่วนน้ากระถิน แม่ของทิวนั้น อยู่ในกลุ่มร้อยละ 10 คุณนายเป็นคนคิดอะไรเป็นระบบมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่รวยล้นฟ้าเหมือนอย่างที่เป็นอยู่
"โอเค เข้าใจแล้วฮะ ไอ้บุ้งจะได้เอาไปบอกชาวบ้านเขา เผื่อบางคนที่กำลังซื้อเชือกจะไปผูกคอตายใต้ต้นมะเขือ มันจะได้เปลี่ยนใจทัน เก็บตังค์เอาไว้ใช้หนี้ดอกคุณนายต่อไป"
พลิดากล่าวหน้าซื่อ คุณนายทองธารฟังแล้วก็ไม่รู้ว่าจะขำหรือจะโมโหมันดีกับวาจาโผงผางคิดยังไงก็พูดอย่างนั้นของไอ้เด็กผักบุ้ง
"เออ! ตามนั้น รีบไปประชาสัมพันธ์ซะ ก่อนที่ฉันจะเป็นบาปเป็นกรรมโดยไม่รู้เรื่อง ถ้าจะให้ดี ก็ช่วยหาต้นตอคนปล่อยข่าวให้ด้วยนะผักบุ้ง"
คุณนายทองธารกล่าว ในใจกำลังคิดว่าอาจจะเป็นพวกของเสี่ยเดชาที่ต้องการดิสเครดิตคุณนาย เพราะมีหลายครั้งเวลามีเรื่องผลประโยชน์ขัดกัน เสี่ยคนนี้มักเล่นวิธีสกปรก
