บทที่ 13 เสือสองตัวอยู่สวนเดียวกันไม่ได้
"อาจจะเป็นคนของเสี่ยก็ได้ คุณนายน่าจะรู้ว่ามันชอบแทงข้างหลัง"
พลิดากล่าวตามความคิด คุณนายทองธารฟังแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วย
"มันน่าสงสัย ฉลาดไม่เบานี่เรา... รุ่นราวคราวเดียวกับเอื้องมันใช่ไหม"
คุณนายเอ่ยถามอย่างสนใจกว่าครั้งก่อนๆ ที่ได้คุยกับเด็กคนนี้ เพราะคิดว่าถ้าหากมองข้ามความห่ามและห้าวของเด็กผักบุ้ง ก็จะเห็นถึงความจริงใจและไม่เสแสร้ง ขนาดเป็นลูกหนี้คุณนายแต่เด็กคนนี้ก็ไม่เคยหงอให้เห็น กลับแสดงออกถึงความเท่าเทียมกัน ซึ่งมันหาได้ง่ายที่ไหนกันล่ะ สำหรับเด็กนิสัยกร้าวไปในทางกล้าแบบนี้ เสียดายที่ไม่ได้เรียนสูงๆ
"ใช่จ้ะ ตอนเรียน ม.6 อยู่ห้องเดียวกัน แล้ว... ไม่อยู่เหรอฮะ"
พลิดาเอ่ยถาม เอื้อง หรือชื่อเต็มว่า เอื้องวรา นั้นเป็นเด็กกำพร้าที่คุณนายเลี้ยงดูส่งเสียตั้งแต่อายุ 16 ปี เนื่องจากพ่อแม่ของเอื้องทำงานให้ตั้งแต่คุณนายย้ายมาอยู่ที่นี่ ทั้งสองประสบอุบัติรถคว่ำเสียชีวิตตอนที่ขับรถไปทำธุระให้... คุณนายจึงรับอุปการะเอื้องเอาไว้
"ล้างจานอยู่หลังบ้านโน่นล่ะ เจ้าเอื้องมันเป็นคนขยันตั้งแต่เล็ก"
คุณนายทองธารกล่าว น้ำเสียงมีรอยชื่นชมเด็กในปกครองที่ส่งไปเรียนปริญญาตรีที่อยุธยา เวลาเสาร์อาทิตย์และปิดเทอมก็กลับมาอยู่บ้าน ปีนี้เป็นปีสุดท้ายแล้ว
"เอื้องเขาเรียนเก่งฮะ"
พลิดากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ นึกถึงเอื้องวราผู้เรียบร้อยและอ่อนโยนไม่ค่อยพูด เป็นเพื่อนที่ดีของพลิดา หลังจากเรียนจบมัธยมปลายก็ไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยนัก แต่ก็ติดต่อกันทางโซเชียลตามสมัยนิยม
"แล้วเราล่ะ เรียนอะไรกะเขามั่งหรือเปล่า" คุณนายเอ่ยถาม นึกเสียดายหน่วยก้านที่เข้าท่าของเด็กสาว
"ก็...เรียนมั่งไม่เรียนมั่งตามโอกาสฮะ ลาล่ะฮะ งวดหน้าเจอกันใหม่"
เด็กแก่แดดกล่าว คุณนายต้องส่ายหน้า พลางยกมือขึ้นรับไหว้กับท่าไหว้แบบลิงล้างก้นที่เจ้าตัวถนัด
พลิดากับทิวขี่รถออกจากประตูบ้านคุณนายทองธาร สวนกับมอเตอร์ไซค์ของลุงพุ่มพอดี พลิดาทำตาโตเมื่อเห็นว่าไอ้หัวขโมยนั่นซ้อนท้ายลุงพุ่มมา แสดงว่าลุงพุ่มกำลังนำตัวมันไปให้คุณนายจัดการ!
สมน้ำหน้า!
ชนแดนเห็นมอเตอร์ไซค์สีดำเก่าๆ วิ่งออกจากประตูรั้ว เด็กหนุ่มเป็นคนขี่ และมีคนซ้อนท้าย ชนแดนจ้องตาเขม็ง จำหัวที่ใส่หมวกแก็ปสีดำได้ กับเสื้อลายสก็อตที่เขาวิ่งตามในสวน... ไอ้เด็กเปรตคนนั้น!
รถมอเตอร์ไซค์วิ่งสวนกัน ต่างคนต่างก็จ้องหน้ากัน พลิดาแลบลิ้นใส่แล้วชูนิ้วกลางให้อย่างที่เห็นในโฆษณาหนังฝรั่ง ชนแดนอ้าปากค้างมองตาม
"นั่นใคร"
ชายหนุ่มถาม
"อ๋อ...ไอ้ทิวกับไอ้บุ้งครับ"
ลุงพุ่มตอบทันที ขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดที่หน้าบันได ร่างสูงลงจากเบาะ สายตามองตามรถมอเตอร์ไซค์คันนั้น
"คนที่ซ้อนท้ายคือไอ้คนไหน" ชนแดนถามเพื่อให้ได้ชื่อที่ถูกต้อง
"ไอ้บุ้งครับ" ลุงพุ่มตอบ ชนแดนพยักหน้ารับรู้ พอใจที่ตอนนี้ได้รู้ชื่อแล้ว และสัญญากับตัวเองว่าจะต้องจัดการแก้แค้นคืนให้สาสม!
"ตายแล้ว! ตาแดน...ไปโดนหมาที่ไหนมันฟัดมาลูก ทำไมสภาพเละแบบนั้น ตายๆ ลูกฉัน"
เสียงมารดาโวยวายทำให้ชายหนุ่มหันไปมอง ก้าวกะเผลกขึ้นบันไดไปหา
"ผมปีนรั้วแล้วพลาดตกครับแม่ ไม่เป็นไรมากหรอกครับ เด็กสองคนนั่นมาทำไมครับ"
ชนแดนยังคงติดใจเรื่องเด็กเปรตนั่น บังอาจเล่นซะเขาเดี้ยงแล้วยังกล้าเข้ามาบ้านนี้อีก!
"อ๋อ เอาเงินค่าดอกเบี้ยมาจ่าย ตายๆ หน้าตามีเลือดด้วย มันไม่ใช่น้อยแล้วละนี่ ไปโรงพยาบาลดีกว่า"
คุณนายทำเสียงตกใจ ลูบใบหน้าลูกชายด้วยความช็อกเมื่อเห็นว่าหน้าผากมีรอยแผลแตกปริ
"เดี๋ยวผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนดีกว่า แล้วค่อยว่ากันนะครับแม่"
ชนแดนกล่าว ขอตัวขึ้นไปอาบน้ำให้รู้สึกดีขึ้น เห็นประโยชน์ของการแยกห้องกับลิลลี่แล้วในเวลานี้ เพราะเขาเจ็บและระบมไปทั้งตัว ไม่ต้องการให้ใครมายุ่งด้วย คิดว่าหญิงสาวคงจะนอนหลับอยู่ เพราะคงจะยังปรับเวลาไม่ได้ ชายหนุ่มอาบน้ำเสร็จก็รู้สึกดีขึ้น หน้าผากเอาพลาสเตอร์ปิดไว้ ก้นกบยังรู้สึกเจ็บนิดหนึ่ง แต่ผิวหายแสบแล้ว ร่างสูงเดินลงมาหามารดาชั้นล่าง
"ตกลงผมจะใช้ที่แปลงนั้นเป็นแปลงริเริ่มก็แล้วกันครับแม่ และผมจะสร้างกระท่อมใหม่ จะอยู่ที่นั่นเลย อยากจะลองดูสักตั้ง"
ชนแดนเอ่ยกับมารดาด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาชอบบรรยากาศอันร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่สวนนั้น ได้นอนมองดูแล้วเหมือนกับว่าตัวเองอยู่อีกโลกหนึ่ง นึกภาพของเมืองลอนดอนเป็นโลกของมนุษย์ต่างดาวไปเลย บางทีการได้มาอยู่ที่นี่และได้ลงมือทำบางสิ่งบางอย่างที่ไม่เคยคิดจะทำ มันอาจจะทำให้ชีวิตของเขามีรสชาติและสีสันมากขึ้นก็ได้ อีกอย่างมันถึงเวลาแล้วที่เขาจะพิสูจน์ตัวเองว่าเขาเป็นลูกพ่อคนหนึ่ง เหมือนอย่างเช่นพี่ชายได้พูดส่งท้ายก่อนมาที่นี่
"ตามใจเราสิ แม่สนับสนุนทุกอย่างที่แดนอยากทำ" คุณนายรีบกล่าว รู้สึกดีใจในส่วนลึกที่ลูกชายตัดสินใจจะอยู่ตั้งแต่วันแรกที่มาถึง มันคือฝันที่เป็นจริงของเธอที่จะได้อยู่กับลูกเสียที
"ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้ผมจะเริ่มเลยครับ ผมจะสร้างกระท่อม และจะซื้อรถไถ"
"ไม่ต้องถึงขนาดลงมือทำเองขนาดนั้นหรอกแดน จ้างเขาเอาดีกว่า จะได้ไม่ลำบาก เรามีเงินเสียอย่าง แดนเป็นแค่คนสั่งงานก็พอแล้วลูก"
มารดาเอ่ย ชนแดนส่ายหน้า
"ไม่ครับแม่ ถ้าหากจะทำ ผมก็จะเริ่มทดลองทำมันทุกอย่าง คนอื่นทำได้ ผมก็ต้องทำได้"
เสียงห้าวเอ่ยอย่างดื้อดึง สีหน้าจริงจัง
"แต่แดนไม่เคยทำงานกลางแจ้ง และงานเกษตรมันหนักนะ ไม่ใช่งานสนุก แม่จำได้ว่าตั้งแต่เกิดมา ลูกของแม่ไม่เคยทำงานหนัก มือนุ่มยิ่งกว่ามือผู้หญิงบางคนอีก"
มารดากล่าว ชนแดนจำได้ว่าเกิดมาก็อยู่บนกองเงินกองทอง อยากได้อะไรก็ได้ มีหน้าที่เรียนอย่างเดียว...จนกระทั่งจบก็ทำงานที่ได้เงินมาอย่างง่ายดาย สรุปว่า ชีวิตของเขามันได้ทุกอย่างมาง่ายดายเกินไป ทำให้เวลานี้รู้สึกสงสัยว่า ถ้าหากต้นทุนชีวิตของเขามันเหมือนชาวบ้านคนอื่นๆ เขาจะมีปัญญาสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาเองได้หรือไม่... ชายหนุ่มชักเริ่มสงสัยในศักยภาพของตัวเองขึ้นมาอย่างเงียบๆ
