บทที่ 14 เสือสองตัวอยู่สวนเดียวกันไม่ได้
"ต่อไปนี้ผมจะลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ จะทำโปรเจ็กต์ที่เฮียคิดขึ้นให้สำเร็จให้ได้"
ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ประกาศเจตนารมณ์ออกมาต่อหน้ามารดา
"แม่ดีใจที่แดนจะอยู่ที่นี่ เอาล่ะ... พรุ่งนี้เราเริ่มกันได้เลย จะติดต่อผู้รับเหมามาสร้างกระท่อมก่อนก็แล้วกัน ส่วนเรื่องเกษตรกรรม ที่นี่มีผู้รู้หลายคนที่พอจะช่วยแดนได้... ไอ้ผักบุ้งที่อยู่ข้างๆ ไร่เรานั่นก็เก่งใช่ย่อย"
"ใครนะฮะ" ชนแดนถามทันที ได้ยินชื่อนี้เป็นครั้งที่สามหรือสี่แล้วตอนนี้
"ผักบุ้ง เด็กตำบลนี้ เขาปลูกผักปลูกหญ้าเก่ง อยู่ติดกับสวนเรานั่นล่ะ"
"เด็กที่ใส่หมวก เสื้อลายสก็อต หน้าตาสกปรกที่เพิ่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ออกไปนั่นน่ะหรือครับ...อยู่ติดกับสวนเรา?"
ชนแดนถามเพื่อความแน่ใจ
"ใช่จ้ะ"
"เอาเป็นว่า อันดับแรก ผมจะสร้างกระท่อมให้เสร็จและอยู่ได้ภายในสองวันนี้ แล้วจะย้ายไปอยู่ที่นั่น จากนั้นจะสำรวจที่ดิน วางแผนว่าจะทำอะไรต่อไป"
ชนแดนสรุป มารดาก็พยักหน้าเห็นด้วย
สองวันต่อมา กระท่อมที่จ้างผู้รับเหมามาทำก็สำเร็จตามความปรารถนา ชนแดนย้ายเข้าไปอยู่ ลิลลี่มาเห็นสวนก็เบ้หน้าแล้วรีบกลับบ้านใหญ่ เพราะทนกับแมลงและความน่ากลัวของต้นไม้ใหญ่ไม่ได้
ชนแดนเห็นสวนผักข้างเคียงแล้วตลอดสองวันที่ผ่านมา สวนของไอ้เด็กเปรตคนนั้น... คืนนี้เขาจะย่องเข้าไปดูว่ามีอะไรบ้าง
พลิดารดน้ำผักในตอนเย็น เพิ่งเข้ามา เห็นรอยรถที่ลากวัสดุเข้าไปในสวนของคุณนาย นึกแปลกใจ แต่คิดว่าคงจะมีคนมาเช่าแล้วล่ะ ถึงได้มีการเปลี่ยนแปลง คืนนี้หญิงสาวบอกยายว่าจะค้างที่สวนเพราะอยากมานอนดูราหูอมจันทร์ตามที่เห็นเขาโฆษณา ได้เตรียมเครื่องนอนทุกอย่างมาแล้ว รวมทั้งอาวุธที่จำเป็นสำหรับป้องกันตัว
กระท่อมมีตะเกียงเจ้าพายุสองลูก แค่นี้ก็ใช้ได้แล้ว เห็นว่าเดี๋ยวนี้มันมีชุดแผงโซลาร์เซลล์สำเร็จขาย สักวันหนึ่งที่พลิดาได้สร้างกระท่อมใหม่ และถ้ามีเงินเหลือก็จะลองซื้อมาใช้ดูบ้าง
หญิงสาวกินก๋วยเตี๋ยวที่ห่อมาเป็นอาหารเย็น รีบอาบน้ำแปรงฟัน สวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์ตัดขาเป็นชุดนอนและชุดที่พร้อมจะลุยถ้าหากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น จากนั้นก็จัดการกางมุ้งเต็นท์จัดที่นอน เมื่อเรียบร้อยแล้ว ก็รอเวลา
สองทุ่ม บรรยากาศมืดสลัว มีแสงจันทร์ส่องสว่างเล็กน้อย ตอนนี้ยังไม่โดนพระราหูอม ทำให้เห็นทุกอย่างเป็นเงาตะคุ่ม คืนนี้พลิดาจะไปแอบด้อมๆ มองๆ ดูหน่อยว่า คนที่มาเช่าที่คุณนายทองธารเป็นใคร เห็นมีกระท่อมปลูกใหม่เอี่ยม มีแสงไฟวับแวมอยู่ ส่วนกระท่อมน้อยของเธอนั้นมืดสนิท แต่ไม่มีปัญหาสำหรับพลิดา เพราะคุ้นชินกับพื้นที่และอาศัยแสงจันทร์ช่วยนิดหน่อย แค่นี้ก็มากพอแล้ว
ร่างเพรียวย่องลงกระท่อม เดินเงียบกริบไปตามทางเดิน จนกระทั่งไปถึงรั้วไม้ไผ่แบ่งเขตแดน ค่อยๆ มุดลอดช่องหมาผ่านตามปกติ... เมื่อโผล่เข้าไปยังสวนอีกฝั่งก็ย่องเป็นตีนแมวต่อไป
แต่ไปได้แค่สามก้าวพลิดาก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีเงาทมึนโฉบเข้ามาหา หญิงสาวรีบพุ่งร่างหนีแต่ก็ไม่ทันมือแข็งราวคีมเหล็กที่คว้าแขนเธอไว้ได้ ดึงอย่างแรงจนปลิวเข้าไปปะทะกับความแข็งแกร่งที่คิดว่าเป็นร่างมนุษย์! พลิดาเหวี่ยงกำปั้นใส่ทันที
ปึ่ก!
เสียงหมัดกระทบเข้าไปที่ข้างแก้มซ้ายดังหนักแน่น พลิดายกเข่าขึ้นกะซวกตามไป สัญชาตญาณการต่อสู้ป้องกันตัวติดพรึ่บ ปึ่ก!
"ฟัค!"
เสียงสบถดังขึ้น ชนแดนไม่อยากจะเชื่อว่าไอ้เด็กเวรนี่จะฤทธิ์มากขนาดนี้ ชายหนุ่มตัวงอเจ็บแปลบที่ขา เพราะโดนเข่าแหลมเข้าอย่างจัง แต่ก็ไม่ยอมปล่อยร่างผอมของเด็กชาย ไม่อยากจะชกเด็กเป็นการโต้ตอบ ชนแดนจัดการยกร่างผอมขึ้นพาดไหล่แล้วซัดฝ่ามือไปบนสะโพกเจ้าเด็กนรกอย่างแรง
ป้าบ!
"โอ๊ย! ปล่อยนะ!"
เสียงแหลมตะโกนลั่นทันที ซัดกำปั้นตุบๆ ไปบนแผ่นหลังของเขา
"จับได้คาหนังคาเขาว่าเราแอบเข้ามาในที่ของฉัน!"
เสียงเข้มกล่าว อุ้มร่างเด็กแสบพาดบ่าแล้วหันหลังกลับ
"ไอ้บ้า! ปล่อยนะโว้ย!" เสียงแผดลั่นจนแสบแก้วหู พร้อมกับเอื้อมมือมาดึงทึ้งผมของเขา ชนแดนก็ซัดฝ่ามือเพียะๆ ไปบนสะโพกเล็กอย่างไม่ยอมเช่นกัน ต่างคนต่างก็ซัดกันอย่างดุเดือด ชายหนุ่มเดินไปซัดก้นเด็กไปด้วยจนกระทั่งถึงกระท่อม ก็จับโยนลงไปบนแคร่อย่างไม่แยแส
"โอ๊ย!" พลิดาร้องครางเจ็บที่ถูกตีและถูกโยนไปกระแทกแคร่ไม้ไผ่แข็งอย่างแรง เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกมองมาตาเขม็งและไม่เป็นมิตร... เมื่อเห็นหน้าชัดก็ต้องเบิกตากว้าง
"แก!...ไอ้หัวขโมย! ไอ้โจรกระจอก! แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!"
เสียงถามดังขึ้นพร้อมกับร่างเพรียวทำท่าจะกระโจนหนี แต่ชนแดนคว้าขาเอาไว้ได้ทัน มือใหญ่ปัดหมวกแก็ปออกจากศีรษะเล็กเพราะรำคาญ ผมดำขลับแผ่กระจายเต็มแผ่นหลัง ชนแดนชะงักนิ่งไปทันที...
"ผู้หญิงงั้นเหรอ"
ชายหนุ่มมองอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ดวงตาโตมองเขาอย่างเอาเรื่อง ปลายเท้าเล็กตวัดขึ้นเตะป้าบโดนตรงเอวของเขา แล้วทำท่าจะกระโจนหนี ชนแดนรีบกระโดดไปทับร่างเล็กที่ฤทธิ์เดชเหลือจะทนเอาไว้ได้ทัน
"ฤทธิ์มากนักนะเรา...อยากโดนตีอีกหรือยังไง ถ้าไม่อยากก็หยุดดิ้น!"
เสียงเข้มตะคอก เป็นผลให้ร่างเล็กใต้ร่างใหญ่หยุดดิ้นตามคำสั่ง
"แกเป็นใคร"
เสียงกระด้างเอ่ยถาม สีหน้าไม่ได้บอกว่ากลัวแม้แต่น้อย
"เป็นไอ้หัวขโมยและไอ้โจรห้าร้อยเหมือนที่เธอว่านั่นแหละ... หึๆ คืนนี้ฉันจะจับเด็กกินให้หายหิวเสียหน่อย รู้ไหมว่าเพิ่งออกจากคุกมา ไม่ได้กิน...อืม..."
ชนแดนแกล้งทิ้งท้ายแล้วกวาดสายตามองร่างเพรียวจากหัวจรดเท้า
"ไอ้โจรลามก! ไอ้โจรหื่น ปล่อยนะ! ไม่งั้นแม่จะแทงไส้ทะลักเดี๋ยวนี้เลย!"
พูดเสร็จ ชนแดนก็สะดุ้งเฮือก...เพราะมันไม่ได้แค่พูดขู่ แต่ไอ้เด็กบ้านั่นมีมีดจริง! และที่สำคัญ...มันปักฉึกลงที่แขนของเขาทันทีที่พูดจบ!
"โอ...ฟัค!"
