บทที่ 6 คอยเธออยู่ ณ บางกระเส่า
ชนแดนมาถึงบ้านหลังใหญ่ที่บิดาเป็นผู้สร้าง เขามีรีโมตคอนโทรลเปิดประตูรั้วอันกว้างขวาง ชายหนุ่มจัดการกดให้มันเปิดออกกว้างเพื่อให้รถแท็กซี่ขับเข้าไปภายใน เมื่อเอากระเป๋าสัมภาระลงหมดแล้ว เขาก็จ่ายค่าแท็กซี่ คบขับก็เคลื่อนรถกลับออกไป
ชนแดนยืนมองคฤหาสหลังงามตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่งราวกับกำลังรำลึกถึงอดีต ไม่นานก็มีชายวัยห้าสิบตอนปลายวิ่งออกมาจากทางด้านหลัง พอเห็นว่าเป็นใครก็ทำตาโตเหมือนโดนผีหลอกกลางวันแสกๆ
"คุณแดนหรือครับนั่น!" เสียงทักดังขึ้นก่อนจะยิ้มกว้างอย่างยินดี ชายหนุ่มยิ้มให้คนเก่าแก่ที่อยู่มาตั้งแต่เขายังเล็ก
"ผมเองลุงทิน ไม่ใช่ผีหรอกน่า"
ชายหนุ่มกล่าวพลางเข้าไปกอด เห็นลุงทินก็ทำให้นึกถึงบิดา เมื่อก่อนลุงทินเป็นคนขับรถให้พ่อ เป็นเงาตามตัวพ่อ เห็นพ่อก็ต้องเห็นลุงทินด้วย ชนแดนรู้สึกวาบโหวงในอก... บ้านหลังใหญ่โตที่พ่อได้สร้างเอาไว้ให้ลูกชายสองคน พี่ชายของเขาดูแลรักษาสภาพเอาไว้เป็นอย่างดี
ลุงทินยิ้มและมีน้ำตารื้นในดวงตา มองชายหนุ่มผู้เป็นลูกชายคนเล็กของเจ้านายด้วยสายตาแสดงความจงรักภักดี ชายตรงหน้าไม่ใช่หนุ่มน้อยอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นชายหนุ่มเต็มตัว ร่างกายสูงใหญ่กำยำ ดูผึ่งผายแม้ยามอยู่ในอิริยาบถผ่อนคลายเช่นนี้
ลุงทินไม่แน่ใจว่าคุณชนแดนยังคงมีลักษณะนิสัยห้าวเกเรเหมือนสมัยยังเป็นวัยรุ่นอยู่หรือเปล่า เพราะนิสัยของคุณคนเล็กนั้นคล้ายกับคนเป็นพ่อมากกว่าพี่ชายคนโตที่สุขุมเยือกเย็น เนื่องจากเป็นลูกคนเล็กจึงถูกผู้เป็นพ่อตามใจสุดโต่ง
"เหลือกันอยู่กี่คนล่ะตอนนี้"
เสียงห้าวเอ่ยถามคนเก่าแก่
"คนเก่าแก่สมัยคุณท่านยังอยู่ครบครับ คุณใหญ่ไม่ยอมให้ไปไหน เลี้ยงดูอย่างดี ไม่ยอมให้ทำงานหนัก จ้างคนใหม่เข้ามาเพิ่มอีกสามคนให้ทำงานบ้านและงานสวนแทนครับ"
ลุงทินเอ่ยตอบ คนเก่าแก่หมายถึงคนรุ่นอายุเลยวัยเกษียณไปมากแล้ว ที่ไม่มีลูกหลานเลี้ยงดู ชนแดนยิ้มพยักหน้า
"เฮียเขาดุขนาดนั้น ใครจะกล้าหนีไปไหนได้ล่ะ"
ชายหนุ่มกล่าว ลุงทินยิ้มกว้างรับ รู้สึกดีใจจนหัวใจพองโตที่ได้เห็นคนที่เคยเลี้ยงดูมา เด็กผู้ชายสองคนที่พ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่เล็ก ด้วยต่างถูกผู้ใหญ่จับคลุมถุงชน พอเวลาผ่านไป มีลูกสองคน คนโตอายุ 16 ปี คนเล็กอายุ 13 ปี จึงตกลงแยกทางกันอย่างเงียบๆ หย่ากันแต่ยังคงเป็นเพื่อนกันอยู่ ฝ่ายชายก็มีผู้หญิงเข้ามาในชีวิตบ้างตามประสาผู้ชายที่มีฐานะมั่งคั่งและหน้าตาดี ไม่น่าเชื่อว่าเวลามันผ่านไปสิบสี่ปีแล้ว
"จริงครับ เวลาดุล่ะเหมือนคุณท่านไม่มีผิด เอ่อ เดี๋ยวผมจะเรียกไอ้ม่วงให้มันเอากระเป๋าขึ้นไปข้างบนนะครับ ห้องคุณแดนน่ะ คุณใหญ่สั่งให้คนรักษาความสะอาดอยู่ตลอดล่ะครับ"
ลุงทิมกล่าว จากนั้นก็เรียกคนงานผู้ชายอีกคนมา ชนแดนเดินเข้าไปข้างในตึก ลิลลี่มองทุกอย่างด้วยสายตาที่พึงพอใจ
"บ้านคุณส๊วยสวยค่ะดาร์ลิ่ง อย่างนี้ลิลลี่อยู่ได้สบาย"
เสียงหวานพร้อมกับยิ้มหวานประกอบ ยื่นหน้ามาหอมแก้ม ชนแดนหัวเราะหึในลำคอ... ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ไม่ตาโตกับฐานะของเขา เมื่ออยู่ที่ลอนดอนเขามีแฟลตหรูขนาดใหญ่ของตัวเอง ซึ่งตอนนี้ก็ปิดเอาไว้เฉยๆ เพื่อนฝูงที่โน่นต่างรู้ดีถึงฐานะทางการเงินที่มั่นคงของชายหนุ่ม
ครอบครัวของเขานั้น บิดาและมารดาต่างมีฐานะร่ำรวยทั้งคู่จากมรดกตกทอด ไม่ได้ทำธุรกิจเปิดบริษัทใหญ่โตอะไร แต่บิดาเป็นผู้มีความเก่งเรื่องการเล่นหุ้น นั่นคือวิธีการหาเงินของท่าน และเป็นสิ่งที่ชนแดนได้รับเป็นมรดกตกทอดมา เขาไม่ต้องทำอะไรมาก แค่นั่งดูกราฟหุ้นอย่างชิลล์ๆ และเวลานี้ก็มีโบรกเกอร์ที่เขาไว้วางใจคอยช่วยดูแลให้อีกที
"บ้านนี้ไม่ใช่บ้านผมหรอก เป็นของพี่ชายผม"
เสียงห้าวกล่าว ผู้หญิงทุกคนไม่ว่าจะมาจากสังคมสูงไฮโซระดับไหน เขาผ่านมาหมดแล้วทั้งนั้น และสิ่งที่พวกเจ้าหล่อนต้องการไม่ใช่สิ่งที่ลึกลับซับซ้อน แต่เป็นแค่เงิน แค่วัตถุอำนวยความสะดวกและอัญมณีประดับบารมี ก็เท่านั้น ซึ่งเขาพร้อมปรนเปรออยู่แล้ว แลกกับความพอใจกับเรื่องบนเตียง
"เหรอคะ แล้วบ้านคุณไม่มีเหรอคะที่รัก" ลิลลี่เอ่ยถามด้วยความอยากรู้ ทราบว่าเขามีเงิน ซึ่งจะซื้อบ้านที่ไหนก็ได้
ชนแดนชะงักนิดหนึ่ง มองใบหน้าสวยเย้ายวนอารมณ์ที่เขามองว่ามีเสน่ห์ร้ายกาจ ชายหนุ่มไม่ตอบ แต่ดึงร่างเซ็กซี่เข้าไปกอดแล้วก้มลงประกบริมฝีปาก แลกจูบกันอย่างเร่าร้อนหิวกระหาย เขาดึงแขนลิลลี่ขึ้นไปชั้นบนทันที
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ชนแดนก้าวลงจากเตียง เดินร่างเปลือยเปล่าเข้าไปในห้องน้ำ โยนถุงยางทิ้งในถังขยะแล้วจัดการอาบน้ำ พายุกามารมณ์ผ่านไปแล้ว ได้ปลดปล่อยตามความต้องการแห่งธรรมชาติทำให้รู้สึกตัวเบาสบาย ร่างอวบอั๋นของสาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษตามเข้ามา โอบกอดลูบคลำร่างสูงใต้สายน้ำ
"อืม...ลิลลี่รักคุณจังค่ะแดน..."
เสียงกระซิบเซ็กซี่ใกล้หู ชนแดนกระตุกยิ้ม หันหน้ามารวบเข้าไปกอด บทพิศวาสอันเร่าร้อนจึงเกิดขึ้นอีกครั้งใต้สายน้ำ
"รักผมจริงหรือ หึๆ" เขาหัวเราะในลำคอ
"จริงสิคะ"
"คุณรู้ไหมว่าความจริง ผมมีบ้านอยู่ต่างจังหวัด บ้านแม่ผม ท่านอยู่ที่นั่น"
เขาเอ่ยเล่า เมื่อเสร็จกิจก็อาบน้ำแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำอย่างไม่แยแสคู่ขาอีกต่อไป ลิลลี่พันร่างด้วยผ้าเช็ดตัว ขมวดปมหมิ่นเหม่ เห็นเนินเต้าล้นทะลักอยู่เหนือขอบผ้าเช็ดตัว แต่คนมองไม่มีอารมณ์ใคร่เหลืออยู่แล้วในตอนนี้ จึงมองด้วยสายตาว่างเปล่า
ผู้หญิงคือคู่นอน... เขาต้องการเพียงแค่นั้นเอง อย่างลิลลี่ก็คบกันมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว เพราะเป็นลูกครึ่งเหมือนกัน ลิลลี่เกิดและโตที่อังกฤษ เป็นพวกรักอิสระเสรี ที่ตามเขามาครั้งนี้ ก็เห็นบอกว่าต้องการมาเที่ยวเมืองไทยซึ่งเจ้าหล่อนไม่ได้มานานแล้ว เขาจึงไม่ได้ขัดใจ
