บทที่ 9 เจ้าถิ่นยิงรัวๆ

"ไม่ต้องหรอกฮะ ผมจำที่ดินผืนท้ายหมู่บ้านได้ เคยไปตกปลากับเฮียตอนมาเที่ยวที่นี่ ตาที่อยู่เฝ้าที่นั่นยังอยู่ไหมครับแม่"

"จำได้ด้วยเรอะ ตาเสาร์แกตายไปหลายปีแล้ว ที่ดินผืนนั้นแม่โทรไปบอกให้ลูกๆ ของแกมาไถ่ถอน แต่เขาไม่ต้องการกันเพราะอยู่กรุงเทพฯ กันหมด เลยขายขาดให้แม่ แม่ก็ให้คนเช่าทำมาหากินบ้าง แต่ตอนหลังคนเลิกเช่าก็ไม่มีใครดูแล ถ้าแดนจะใช้ที่ผืนนั้นก็ต้องเริ่มด้วยการทำทุกอย่างใหม่หมด"

คุณนายเอ่ย ชนแดนพยักหน้ารับทราบ

"ก็คงจะต้องเป็นอย่างนั้น รถยนต์เข้าได้หรือเปล่าฮะ"

ชายหนุ่มเอ่ยถาม สมัยก่อนมันเป็นทางดิน

"ไม่ได้หรอกลูก นอกจากมอเตอร์ไซค์ หรืออย่างเก่งก็ซาเล้ง แต่เราทำถนนเข้าไปได้อยู่นะ ตอนนี้เอารถยนต์จอดที่ปากทางแล้วเดินเข้าไปหน่อย"

"ผมขอยืมมอเตอร์ไซค์สักคัน"

"ได้ๆ มีอยู่หลายคัน คนเขาเอามาฝากไว้ พวกร้อนเงินน่ะ เดี๋ยวนะแม่จะไปหยิบมาให้"

คุณนายกล่าวพลางลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉงไปที่โต๊ะไม้สักตัวใหญ่ที่เป็นโต๊ะทำงาน

"คุณจะไปกับผมไหมลิลลี่"

ชนแดนหันมาถามหญิงสาวที่ทำหน้าไม่ค่อยแฮปปี้กับการมาบ้านนอกห่างไกลความเจริญ เพราะไม่คุ้นชิน

"แดดร้อน ลิลลี่กลัวผิวเสีย ขออยู่บ้านดีกว่าค่ะ จะนอนพักผ่อนรอแดนที่ห้องนะคะ"

ลิลลี่ตอบ ชนแดนพยักหน้ารับทราบ เพราะได้คาดเดาเอาไว้แล้ว

"โอเค ทนเอาหน่อยนะ" ชายหนุ่มเอ่ยปลอบ

"แล้วคุณจะมาอยู่กี่วันละคะ" หญิงสาวเอ่ยถามเสียงกระเง้ากระงอด

"ยังไม่มีกำหนด แต่ถ้าคุณไม่ไหวผมจะพากลับ" ชายหนุ่มตอบตามความเป็นจริง ยิ่งเวลานี้ได้รับปากมารดาเอาไว้แล้วด้วย

"แล้วคุณก็จะกลับมาที่นี่อีกงั้นเหรอ" ลิลลี่เอ่ยถาม

"ใช่..."

ชนแดนตอบสั้นๆ เพราะไม่อยากอธิบายในสิ่งที่เรียกว่าอนาคต ซึ่งเขาเองก็ยังไม่ทราบแน่ชัด


พลิดากำลังเดินดูแมลงที่แปลงผักหลังจากได้ให้น้ำอย่างทั่วถึงแล้ว เย็นนี้ก็จะตัดผักชะอมกับผักบุ้งและต้นหอมผักชี ต้นหอมผักชีนี้เรียกว่าเป็นของเทวดาส่งมาให้ เพราะมันดูแลง่ายโคตรๆ และเจริญเติบโต แตกกอแตกใบให้ตัดได้ทุกวัน

เวลาสิบโมงกว่า แดดจ้ามาก แต่โชคดีที่สวนยายจันทร์มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาแผ่ปกคลุมเป็นแนวรั้ว ทำให้ในสวนนี้ไม่ร้อนเหมือนในตลาด พลิดาจึงชอบมาอยู่ที่สวนเป็นประจำ ถ้าหากไม่มีธุระจำเป็นอื่นๆ กระท่อมมุงจากหลังน้อยหลังนี้ ภายในพออาศัยซุกหัวนอนได้ถ้าหากจำเป็นต้องค้างคืน พลิดาวางโครงการเอาไว้ว่า สักวันหนึ่งจะรื้อสร้างใหม่ ให้มันมั่นคงแข็งแรงและสวยกว่านี้

เสียงมอเตอร์ไซค์ดังเข้ามาจากถนนใหญ่ หญิงสาวเงี่ยหูฟัง

"รถใครวะ" ไม่ใช่อามแน่นอนเพราะอามเข้าไปไปรษณีย์ที่อยู่ในตัวอำเภอ เอาของไปส่งให้ญาติที่กรุงเทพฯ

พลิดาดึงหมวกแก็ปมาบังหน้าแล้วย่องไปที่รั้วไม้ไผ่ รถมอเตอร์ไซค์มีคนขับเป็นผู้ชายแปลกหน้าที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ขี่ผ่านสวนของพลิดา ตรงไปยังด้านใน หญิงสาวรีบวิ่งเลาะรั้วไปดู เพราะแถวนี้ไม่มีใครที่พลิดาไม่รู้จัก การมีคนแปลกหน้าเข้ามาได้ถึงท้ายหมู่บ้านแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่ควรต้องฉุกใจและสงสัยเอาไว้ก่อน

รั้วไม้ไผ่ผุๆ ที่กั้นที่ดินของตาเสาร์กับยายแจ่มจันทร์เอาไว้ไม่เป็นปัญหาสำหรับเจ้าถิ่น ร่างเพรียวมุดผลุบข้ามเขตแดนเข้าไปทันที แล้วย่องด้วยท่าตีนแมว คว้าหนังสติ๊กที่เหน็บอยู่กระเป๋าหลังมาถือไว้ ล้วงลูกกระสุนที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อลายสก็อตตัวเก่งออกมา จัดการบรรจุกระสุนเตรียมพร้อม

รถมอเตอร์ไซค์จอดสนิทที่หน้าประตูรั้วของสวนซึ่งเป็นเหล็กซี่ลูกกรง มีโซ่เส้นใหญ่คล้องใส่กุญแจแน่นหนา สวนนี้ตกเป็นของคุณนายทองธาร แต่ไม่มีคนเช่านานแล้ว หญิงสาวเห็นชายคนนั้นทำท่าสบถแล้วหันซ้ายหันขวา ก่อนจะตัดสินใจปีนรั้ว!

"ว่าแล้วไง! เคยดูผิดซะที่ไหน ไอ้หัวขโมยแบบนี้เราต้องจัดให้หนัก!"

หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง ผู้กองเพิ่งโทรมาบอกด้วยว่าช่วงนี้ให้ช่วยจับตาดูพวกคนแปลกหน้าให้หน่อย เพราะว่ามีข่าวคราวเรื่องความเคลื่อนไหวของสายยาเสพติดที่จะเข้าสู่กรุงเทพฯ มาจากฝั่งพม่าและพักสินค้าเป็นจุดๆ

ชนแดนตัดสินใจปีนรั้ว เขาลืมถามเรื่องกุญแจ เมื่อก่อนนี้มีตาเสาร์อยู่ เขากับชลธิศมาถึงก็เข้าไปได้เลย แต่เวลานี้คงจะเป็นมารดาที่จัดการเปลี่ยนประตูรั้วเป็นเหล็กอย่างที่เห็น แถมใส่กุญแจแน่นหนา ชายหนุ่มปีนขึ้นถึงบนสุด ตวัดขาข้ามเข้าไปด้านใน เหยียบขอบเหล็กกำลังจะกระโดดลง

แต่แล้วก็รู้สึกเหมือนมีวัตถุบางอย่างลอยหวือเฉียดหูไป เขาหันไปมอง แล้วก็ต้องร้องลั่นด้วยความเจ็บเมื่อวัตถุแข็งวิ่งเข้ามาชนหน้าผากเข้าอย่างจัง

"โอ๊ย!"

ชายหนุ่มลืมตัวปล่อยมือจากที่เกาะ ร่างสูงจึงร่วงละลิ่วแลนดิ้งลงไปสู่พื้นดินอย่างแรง!

"โอย! ฟัค!"

เสียงสบถเป็นภาษาอังกฤษ ขยับลุกขึ้นนั่งก็ต้องเบ้หน้าด้วยความเจ็บไปทั้งร่าง โดยเฉพาะหน้าผาก เมื่อยกมือขึ้นไปลูบก็ต้องตกใจที่มีเลือด!

ป้าบ!

"โอ๊ย!"

ชายหนุ่มต้องร้องลั่นอีกครั้งเมื่อวัตถุชนิดเดิมลอยหวือมาจากทิศทางที่ไม่อาจทราบได้ ชนเข้ากับต้นคอของเขาดัง ป้าบ!

"ใคร! ออกมาเดี๋ยวนี้นะ แน่จริงก็อย่าทำเป็นหมาลอบกัดสิ ไอ้พวกขี้ขลาด! ออกมาสิวะ!"

ชนแดนตะโกนลั่น เลือดเริ่มไหลมากขึ้นจนเขารู้สึกใจหวิวๆ เกิดมาไม่เคยเสียเลือดแบบนี้มาก่อน แล้วของแข็งลูกที่สามก็วิ่งมากระทบที่หัวไหล่อย่างจัง ชนแดนรู้สึกหน้ามืด... ร่างสูงล้มหงายหลังไปทันที สติดับวูบในนาทีนั้น


หูย...หนูบุ้งโหดอ่ะ...

คู่นี้เขาจะกัดกันแรงมากๆ ค่ะ ไรท์ขอเตือนล่วงหน้า อิอิ

ชอบถูกใจมั้ยน้อ ขอเม้นต์หน่อยน่า....ม้วฟๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป