บทที่ 1 คนแฟนทิ้ง

ห้องแช็ตกลุ่มเพื่อนสนิท แก๊งเก๋า

Paow: เฮ้ พวกนายอยู่ไหน ทำไมปรรณไม่รับโทรศัพท์ ใครรู้มั่งว่าหมอนั่นมุดหัวอยู่ไหน

ปวรินทร์ส่งข้อความไปในห้องแช็ตส่วนตัวกับกลุ่มเพื่อนสนิทแก๊งสถาปัตย์ที่เรียนด้วยกันมาจนถึงปีสามของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งนี้ วันนี้วันศุกร์ เธอมีเรียนสามวิชา เช้าหนึ่งและบ่ายสอง ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นวิชาสำคัญ ใกล้สอบเก็บคะแนนมิดเทอมอย่างนี้ อาจารย์ปล่อยของอย่างที่นักศึกษาต่างรู้กันดี จึงไม่มีใครกล้าโดด

ใช่! ไม่มีใครกล้าโดด แต่ยกเว้นแก๊งเก๋าที่นำโดย... ปรรณวัชร ประภาไพศาล ไอ้เพื่อนสนิทผู้สิ้นคิดของเธอเอง!

ปวรินทร์โทรหาเขาตั้งแต่เช้า เพราะไม่เห็นเขาที่โรงอาหารของคณะสถาปัตยกรรม ปวรินทร์และปรรณวัชรเป็นเพื่อนกันมายาวนานตั้งแต่สมัยเรียนประถมโน่นเลย พอจบมัธยมศึกษาก็เลือกเรียนสาขาวิชาสถาปัตยกรรมที่มหาวิทยาลัยเดียวกันอีก

PaParm: เบอร์ที่ท่านเรียกกำลังเศร้า กรุณาหิ้วเหล้าเข้ามาด้วย

Itti: ปาวววววว... อิทธิ์หิว มาด่วนๆ ขอข้าวขอแกงด้วยนะคร้าบคนดี

HotJao: ไอ้ปรรณน่ะเหรอ เมียมันทิ้ง (หิ้วตับปิ้งมาเราฝากด้วยนะเธอ)

HotJao: เบียร์ด้วย โหลนึง

ปวรินทร์อ่านเสร็จก็กลอกตามองบน ไอ้พวกเวรนี่มันเห็นเธอเป็นอีเย็นในเรื่องนางทาสหรือยังไงกัน! ปวรินทร์หมุนพวงมาลัยรถเลี้ยวเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตที่กำลังจะขับผ่าน

Paow: ที่?

PaParm: คอนโดไอ้ปรรณ รีบมานะ ไอ้เชี่ยของเธอมันกำลังอกหัก

เวลาหกโมงเย็น ร่างเพรียวบางในชุดนักศึกษาก้าวลงมาจากรถกระป๋องสีชมพูมะเหมี่ยวคู่ใจพร้อมกับหอบหิ้วถุงพะรุงพะรัง ผมดำยาวประบ่า หน้าผากนูนเกลี้ยงเกลามีผมม้าบางๆ ปิดอยู่ กรอบใบหน้ารูปหัวใจมีแว่นตากลมใสไร้ขอบสวม ดวงตากลมโตดำขลับหลังแว่นดูขุ่นเคืองปนเอือมระอา

เธอทาบคีย์การ์ดเปิดประตูเข้าไปในคอนโดสูง เวลาเย็นวันศุกร์เช่นนี้แทนที่จะได้กลับบ้านไปกินข้าวฝีมือแม่อย่างเช่นทุกครั้ง แต่กลับต้องหอบหิ้วถุงกับข้าวกับปลา กับแกล้มและเบียร์กระป๋องหนึ่งโหลมาที่่นี่ คอนโดของไอ้คนที่เพื่อนๆ บอกว่ากำลังอกหักนั่นล่ะ!

ปวรินทร์กดลิฟต์ไปยังชั้นสิบห้า ยืนเบียดผนังห่างคนสามคู่ที่ดูเหมือนเป็นคู่รัก มีเธอที่ดูไม่เข้าพวกอยู่คนเดียว จนกระทั่งถึงชั้นที่ต้องการ หญิงสาวก้าวออกจากลิฟต์ก็เดินตรงไปยังห้อง 1515 ซึ่งเป็นห้องมุมสุดด้านใน

คอนโดขนาดสี่ห้องนอนนี้เป็นของปรรณวัชร ปวรินทร์มีคีย์การ์ดสำรอง สามารถเข้าออกห้องนี้ได้ราวกับเป็นห้องของตัวเอง พ่อของปรรณวัชรซื้อให้ลูกชายตั้งแต่เข้าปีหนึ่ง พ่อกับแม่ของเพื่อนสนิทเธอไม่ได้อยู่ด้วยกัน ตั้งแต่จำความได้ปวรินทร์ก็มีปรรณวัชรและแม่พรรณเป็นเพื่อนบ้านแล้ว

พ่อของปรรณวัชรเป็นนักธุรกิจร่ำรวยและมีครอบครัวใหม่ ส่วนแม่ของเขานั้นเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวในตึกแถวสองคูหา ติดกับบ้านของปวรินทร์ซึ่งเปิดร้านมินิมาร์ท ดังนั้นเธอกับเขาจึงเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่ชั้นปฐมวัยเลยทีเดียว เมื่อเธอสแกนคีย์การ์ดผลักประตูเปิดเข้าไปภายใน กลิ่นฉุนกึกของเหล้าเบียร์ก็ลอยมาปะทะจมูกทันที

"โห กลิ่น!" หญิงสาวเบ้หน้าอย่างไม่ชอบใจ หันไปมองซ้ายมือซึ่งเป็นโซนห้องนั่งเล่น ตรงโซฟารับแขกมีร่างสูงของชายหนุ่มสามคนนั่งอยู่ เบื้องหน้าคือขวดเหล้าขวดเบียร์และควันบุหรี่ลอยคละคลุ้งในอากาศ ทุกคนเงยหน้าขึ้นมามองเธออย่างพร้อมเพรียงกัน

ภาวิชญ์ หรือ ภาม หนุ่มผิวขาวหล่อเหมือนดาราฮ่องกงยิ้มกริ่ม จนตาเป็นรูปสระอิเมื่อเห็นเธอหิ้วของที่สั่งมาส่งถึงโต๊ะ

"นางฟ้ามาโปรดแล้ว... กำลังหมดหยดสุดท้ายพอดี ส่งมาเร็วเลยไอ้ปาว"

ภาวิชญ์ทำเสียงยินดีปรีดาเมื่อเห็นเธอ แต่ปวรินทร์ยังคงทำหน้าตึงใส่ทุกคนเพราะไม่ชอบกลิ่นหึ่งของแอลกอฮอล์ที่กรุ่นไปทั่วห้อง ปกติปรรณวัชรเองก็ไม่ชอบ ถ้าหากตั้งวงกันก็มักตั้งที่หน้าระเบียงที่มีชุดรับแขกเอาท์ดอร์วางอยู่ บางทีก็ปูเสื่อกับพื้นกระเบื้องนั่นแหละ แต่วันนี้กลับทั้งดื่มทั้งสูบกันในห้องแอร์อย่างไม่แยแสกฎที่เจ้าของห้องเป็นคนตั้งขึ้นเอง

"ข้าวของอิทธิ์ล่ะครับปาว หิวไส้จะขาดอยู่แล้วเนี่ย"

"แล้วปล่อยให้ตัวเองหิวทำไมล่ะ ร้านข้าวข้างล่างก็มี"

หญิงสาวเอ่ยเสียงขุ่น อิทธิพล หรือ อิทธิ์ ชายหนุ่มร่างสูงกำยำล่ำสัน ลูกชายเจ้าของโรงยิมยิ้มละมุนให้เธอ

"แหม ซื้อเองมันอร่อยที่ไหนกันล่ะ ต้องให้ปาวซื้อถึงจะอร่อย"

ตอบเสร็จก็ลุกขึ้นคว้าถุงอาหารเดินลิ่วไปยังโซนครัว

"เฮ้ย ไอ้อิทธิ์ ตับปิ้งกูอย่าเสือกกินหมดล่ะมึง"

จักราฤทธิ์ หรือ เจ้า ชายหนุ่มหน้าตาดีผิวขาวนวลแถมมีเชื้อมีสายเจ้าทางเหนือเหมือนชื่อเล่นเจ้าตัวตะโกนไล่หลังอิทธิพล พร้อมกับหันมายิ้มเผล่ให้ปวรินทร์

"ส่งเบียร์มานี่หนู"

จักราฤทธิ์กระดิกนิ้วเรียกหาของ ปวรินทร์ส่ายหน้าระอากับนิสัยกร้าวที่ไม่เข้ากับหน้าตาและสกุลรุนชาติของเพื่อนคนนี้ หญิงสาวคว้าถุงเบียร์กระป๋องแล้วแกล้งโยนไปให้อย่างรวดเร็ว ฟึ่บ!

ถุงเบียร์กระป๋องเกือบกระแทกดั้งโด่ง! ทำเอาคนกระดิกนิ้วสั่งถึงกับทำตาเหลือกกับนาทีเฉียดฉิวนั้น รีบยกมือลูบสันจมูกคมเพื่อสำรวจให้แน่ใจว่ามันยังคงโอเคดีอยู่

"ไอ้ปาว แม่งเล่นแรงฉิบหาย ถ้าดั้งฉันหักแกต้องรับผิดชอบนะโว้ย"

จักราฤทธิ์ทำเสียงเอะอะใส่เธอตามสไตล์คนมีปมด้อยที่มักถูกล้อว่าหน้าสวยหวานเลยชอบทำตัวห้าวและปากหมาไว้ก่อนเพื่อให้ดูแมนสมชายชาตรี พอตะโกนเสร็จก็ลุกขึ้นเอาเบียร์หนึ่งโหลออกจากถุงแช่ลงไปถังน้ำแข็งสี่เหลี่ยมที่วางอยู่ไม่ไกล ปวรินทร์หาได้ใส่ใจกับนิสัยไร้ความสุภาพของเพื่อนไม่ เพราะเธอชินเสียแล้ว

"อย่าลืมโอนตังค์มาด้วยล่ะ ย้ำ! โอนให้ไวเหมือนตอนสั่งของด้วยนะเด็กๆ!"

ปวรินทร์ชี้นิ้วกราดเป็นรายตัว ไม่ใส่ใจเสียงโวยวายว่าเธอเป็นยัยขี้งก หญิงสาวเบนสายตาไปมองคนที่นั่งนิ่งเงียบพิงขอบประตูบานเลื่อนตรงระเบียง ใบหน้าคมสันเหม่อมองวิวข้างนอก เสื้อเชิ้ตสีขาวยับย่น มือคีบบุหรี่ที่ใกล้จะหมดมวน หญิงสาวถอนหายใจก่อนเดินเข้าไปหา หย่อนตัวลงนั่งข้างๆ เขาหันมามองเธอนิดหนึ่งแล้วเบือนหน้ากลับไปมองวิวเดิม

"นายผิดสัญญากับเรา"

ปวรินทร์ปรายตามองบุหรี่ที่นิ้วเรียวยาวคีบอยู่ให้รู้ว่าเธอหมายถึงอะไร นั่นทำให้ดวงตาขรึมแดงก่ำของเขาชำเลืองมองหน้าเธออีกครั้ง นาทีต่อมามือใหญ่ก็กดบุหรี่ขยี้ลงกับพื้นกระเบื้อง ดีดก้นกรองทิ้งไปในกระถางเฟื้องฟ้าริมประตูระเบียง

"ขอโทษ... ลืม" เสียงพึมพำเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก

ปวรินทร์กลอกตา... ลืม? ง่ายๆ งี้เองนะ?

เลิกบุหรี่ ข้อตกลงที่เธอเคยขอเขาเอาไว้ก่อนยอมตามเขามาเรียนที่นี่ ปรรณวัชรยอมเลิกสูบบุหรี่ตั้งแต่เข้าปีหนึ่ง สามปีที่เธอไม่เห็นเขาแตะมันเลย แต่พอผิดคำพูดก็เอ่ยขอโทษง่ายๆ อย่างขอไปที เหมือนไม่ได้ออกมาจากใจจริง และเหมือนคำสัญญาระหว่างกันมันไม่มีความหมาย และไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลยสำหรับเขา หญิงสาวระบายลมหายใจออกมา

บทถัดไป