บทที่ 10 ตัวติดกัน

"ไม่ให้กิน" ปวรินทร์เอามือปิดปากถ้วยเอาไว้ ไม่ยอมให้เขาตักอีก

"อะไรว้า แค่ก๋วยเตี๋ยวก็หวงนะ ทีฉันยังแบ่งให้เธอทุกอย่างเลย โดยที่เธอไม่ต้องขอน่ะ แม่ดูนิสัยไอ้ปาวสิ แบบนี้ไม่ต้องรักยัยนี่เท่าปรรณแล้วนะ"

เขาหันไปฟ้องมารดา ปวรินทร์ทำท่ากลอกตาระอาให้เด็กขี้ฟ้องที่ตัวโตเท่าน้องควาย

"เออๆ... หุบปาก กินๆ เข้าไปซะ แล้วนี่แต่งตัวจะไปไหนอีกล่ะ"

หญิงสาวเอ่ยถาม ยอมแชร์ก๋วยเตี๋ยวกับเขา ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร ปรรณวัชรกินอาหารรสเดียวกับเธอ เวลากินด้วยกัน เขาจะต้องให้เธอปรุงให้ เหตุผลคือเขาปรุงทีไรรสชาติมันไม่เคยเหมือนเดิม และไม่อร่อยเท่าเธอปรุงให้ แต่ปวรินทร์คิดว่าหมอนี่ขี้เกียจและถือโอกาสใช้เธอเหมือนนางทาสมากกว่า อะไรๆ ก็มาปะเหลาะให้เธอทำให้ ความจริงเธอก็ชินแล้วที่เป็นแบบนี้ แต่ก็แกล้งบ่นให้พอเป็นพิธี ไม่ให้เขาเห็นว่าเธอยอมเขาง่ายจนเกินไปเท่านั้นเอง

"ไปบ้านสวนคุณยาย" เขาตอบหลังจากที่กลืนลูกชิ้นลงไปในท้อง แม่พรรณก็เงยหน้าขึ้นจากชามก๋วยเตี๋ยว

"พอดีคุณยายโทรมาให้ไปเอาพวกผลไม้น่ะลูก ช่วงนี้มังคุด เงาะ ส้มโอเยอะเลย แม่เลยจะให้นายปรรณไปเอามากินหน่อย ความจริงยายจะส่งมาให้ แต่แม่ก็มีของให้ยายด้วยเหมือนกัน เลยให้นายปรรณไปดีกว่า"

แม่พรรณเอ่ย แล้วลุกขึ้นไปทำก๋วยเตี๋ยวชามที่สองมาวางให้เธอและเขา เพราะเห็นว่าชามที่ปรรณวัชรแย่งเธอกินนั้นใกล้หมดแล้ว

"ไปเป็นเพื่อนหน่อยสิ" ปรรณวัชรเอ่ยชวน ปวรินทร์ก็พยักหน้าตกลงง่ายๆ เพราะอะไรที่ทำให้แม่พรรณได้ เธอจะทำให้หมดถ้าหากไม่เหลือบ่ากว่าแรงและมีเวลาอย่างเช่นตอนนี้

"เอามิสพริ้งไปเหรอ" หญิงสาวถามเพราะรถของปรรณวัชรจอดอยู่ที่คอนโดอย่างที่รู้กัน

"โน่... เอารถแม่ไป"

รถยนต์ของแม่พรรณเป็นรถเอสยูวีสีซิลเวอร์ ปวรินทร์พยักหน้ารับรู้ จากนั้นทั้งสองก็ตั้งหน้าตั้งตากินมื้อเช้า ซึ่งหมดก๋วยเตี๋ยวไปสี่ชามตามปกติของทั้งคู่

บ้านของคุณยายของปรรณวัชรอยู่จังหวัดนครปฐม ซึ่งอยู่คนละฟากเมืองกับบ้านของพวกเธอเลย วันนี้วันเสาร์ ตอนสายแบบนี้รถก็ไม่ได้ติดอะไรและทั้งสองก็ไม่ได้รีบเร่ง ระหว่างทางจึงพากันแวะไปไหว้พระที่พระปฐมเจดีย์ด้วย

ปวรินทร์หันไปมองหน้าคนที่กำลังก้มกราบพระอยู่ข้างๆ เขาเงียบขรึมในขณะที่ขับรถ ไม่พูดคุยเหมือนเช่นปกติ ซึ่งนั่นก็พอเดาได้ว่าเป็นเพราะกำลังอกหัก พอไม่มีอะไรคุยกัน เขาก็คงกลับไปครุ่นคิดถึงเรื่องของพีชญา หญิงสาวถอนหายใจแผ่วเบา ปัดเรื่องของปรรณวัชรทิ้งไปและตั้งใจสวดมนตร์อธิษฐานต่อ

ขณะที่กำลังนั่งไหว้พระอยู่ ก็มีหญิงสาวและชายหนุ่มคู่หนึ่งเดินเคียงกันมาคุกเข่านั่งถัดไปจากพวกเธอ ทั้งสองคนหน้าตาดีมาก ผู้ชายนั้นผิวขาวละเอียดหน้าคมคายหล่อทุกมุม ดูผู้ดีมากเหมือนคุณชายในละครทีวี ส่วนผู้หญิง... ปวรินทร์จ้องมองหญิงสาวที่ไม่ได้ใส่แมสก์ด้วยดวงตาเบิกกว้างในนาทีต่อมา เธอสะกิดปรรณวัชรยิกๆ เขาก็หันมามอง

"อะไรของเธอปาว คนกำลังอธิษฐาน สะกิดอยู่ได้"

ปรรณวัชรต่อว่าเพื่อนสนิท เห็นเธอบุ้ยบ้ายไปทางด้านขวามือของเขา ชายหนุ่มจึงหันไปมอง... เขาก็ไม่เห็นว่ามีอะไรเป็นพิเศษนอกจากคนมากราบพระเหมือนพวกเขาสองคน

"นั่นมันอิง อริสรา... ใช่ไหม ช่วยดูหน่อยสิ"

ปวรินทร์เอียงหน้าไปกระซิบใกล้อีกหน่อย ปรรณวัชรยังไม่หันไปดูเพราะเกรงว่าจะเป็นการเสียมารยาท ปกติเขาไม่ใช่คนสนใจเรื่องดารานักร้อง โดยเฉพาะนักร้องผู้หญิง ปรรณวัชรสังเกตเห็นว่าไม่ใช่แค่ปวรินทร์เพื่อนของเขาที่กำลังตื่นตะลึงกับการได้เห็นหญิงสาวคนนั้น ซึ่งก็ใช่อิง อริสราจริงๆ นักร้องระดับซูเปอร์สตาร์เมืองไทยที่มีรูปภาพโฆษณาเกลื่อนกรุง

ปรรณวัชรกราบพระเสร็จ คลานเอาช่อดอกไม้ธูปเทียนไปวางที่ถาดซึ่งทางวัดจัดเอาไว้ให้ จากนั้นก็ค่อยๆ คลานออกมานั่งพิงเสาด้านหลัง แล้วมองนักร้องสาว อิง อริสรา ที่เป็นซูปตาร์ของเมืองไทย ... หญิงสาวผู้นั้นใส่เสื้อสีขาวทับด้วยเอี๊ยมยีนส์ดูเรียบง่าย หน้าตาก็ไม่มีเครื่องสำอาง มัดผมหางม้าธรรมดา แต่ต้องยอมรับว่าหน้าตาสดของนักร้องคนนี้ดีมากๆ แก้มเนียนใส ตาโตสวยวิ้งๆ เลยทีเดียว ส่วนชายหนุ่มที่มาด้วยก็ดูหล่อภูมิฐานมาก

ปวรินทร์คลานมานั่งใกล้ปรรณวัชร จ้องมองนักร้องขวัญใจเธอคลานเข่าคู่กับชายหนุ่มที่มาด้วยเข้าไปวางดอกไม้ ทั้งสองกราบพระพร้อมกัน

"โห... น่ารักจังเลย อยากถ่ายรูปด้วยจัง ทำไงดีปรรณ"

ปวรินทร์เก็บอาการไม่อยู่ เขย่าแขนปรรณวัชรจนชายหนุ่มต้องส่งสายตาดุไปให้ รีบจูงมือเพื่อนออกมาข้างนอก

"เธอบ้ากว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะปาว อย่าเสียมารยาท คนเขามาเป็นการส่วนตัว ไม่ควรไปรบกวน ถึงแม้เขาจะเป็นบุคคลสาธารณะแต่เราก็ต้องรู้จักกาลเทศะด้วย นั่นก็คนธรรมดาเหมือนเธอกับฉัน จะไปกรี๊ดอะไรนักหนา ไร้สาระสิ้นดี"

เขาบ่นเธอเป็นยาว ปวรินทร์ทำหน้ายู่และแลบลิ้นให้ แต่แล้วเธอก็ทำตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อเห็นสองคนที่เป็นเป้าสายตาประชาชีเดินจูงมือกันไปยังรถยนต์หรูสีดำเงาวับ

ปวรินทร์ทนไม่ไหวจริงๆ รีบล้วงเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพเอาไว้ เธอไม่ได้จะเอาไปโหลดขึ้นโซเชียลที่ไหน แต่ขอเก็บไว้ดูส่วนตัวเท่านั้นเอง เอาไว้เป็นหลักฐานว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเธอได้เห็นซูปตาร์ตัวเป็นๆ ในระยะเผาขน!

จากนั้นปรรณวัชรก็ขับรถตรงไปยังบ้านสวนของคุณยาย ตระกูลทางมารดาของชายหนุ่มมีอาชีพเป็นชาวสวนสืบทอดมาหลายชั่วอายุคน สวนของคุณยายนั้นมีพื้นที่เกินร้อยไร่ ปลูกผลไม้หลายอย่าง หลักๆ ที่ปลูกขายก็เป็นมังคุด เงาะ และส้มโอ แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่ปลูกไว้กินไม่เน้นขาย เช่น น้อยหน่า ละมุด ทุเรียน ลำใย คือผลไม้ที่สวนมีให้กินทั้งปีว่างั้นเถอะ เวลาปรรณวัชรมาเยี่ยมท่านทีไรก็ต้องหอบติดรถกลับไปอย่างสองอย่างเสมอ

คุณยายของเขามีลูกสามคน แม่ของเขาเป็นคนโต มีน้องสาวคนรองและน้องชายคนเล็ก คือ น้าแพรวกับน้าพร้า ซึ่งอยู่กับคุณยายทั้งคู่

น้าแพรวได้เจียดพื้นที่ส่วนหนึ่งของสวนซึ่งเป็นที่ดินติดริมฝั่งแม่น้ำนครชัยศรีมาทำร้านอาหารแนวบ้านสวน เปิดมาได้หลายปีแล้ว กิจการไปได้สวย มีลูกค้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป