บทที่ 3 คนแฟนทิ้ง
ปวรินทร์เอ่ยถาม เท่าที่ทราบ พิชญานั้นเป็นลูกสาวเศรษฐี ครอบครัวเจ้าหล่อนรู้จักกับทางฝั่งพ่อของปรรณวัชร อาจจะเป็นไปได้ที่จะย้ายไปเรียนที่โน่น แต่ทำไมถึงไม่คุยกับแฟนตัวเองให้รู้เรื่องล่ะ? หรือจะมีเรื่องด่วนอะไรที่พิชญาต้องจากไปอย่างกะทันหัน? แต่ไม่ว่าจะกะทันหันแค่ไหน ก็น่าจะส่งข้อความมาบอกแฟนตัวเองหน่อยไม่ใช่เหรอ ทำแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน
"ช่างเหอะ ในเมื่อเขาเลือกที่จะไปโดยไม่ร่ำลากัน ก็ช่างแม่ง!"
เสียงขรึมปนขุ่นเอ่ย พร้อมกับถอดถอนใจหนักๆ ปวรินทร์ยกมือขึ้นตบบ่าเพื่อนสองทีเป็นเชิงเห็นด้วยและเห็นใจ จากนั้นก็ขยับตัวออกห่างเมื่อเห็นว่าเขานั่งพิงเธอนานพอสมควรแล้ว
"วันพรุ่งนี้ยังมีน่า อย่าเพิ่งคิดมากดิ เดี๋ยวคำตอบมันก็มาเองแหละ นายไปกินข้าวก่อนเถอะ แล้วโทรหาแม่พรรณหรือยังล่ะวันนี้"
หญิงสาวเอ่ยสรุป และเปลี่ยนหัวข้อคุย ลุกขึ้นเดินกลับเข้าไปในห้อง
แม่พรรณ หรือ ปิยะพรรณ คือแม่ของปรรณวัชร เธอเรียกแม่เขาเหมือนเรียกแม่ตัวเอง เหมือนที่ปรรณวัชรก็เรียกแม่ของเธอว่า แม่ปิ่น เช่นเดียวกัน
ปกติปรรณวัชรจะโทรคุยกับแม่ของเขาทุกวันเพื่อไม่ให้ท่านเป็นห่วง แม่พรรณกับแม่ปิ่นเป็นผู้หญิงเก่งและแกร่ง และเป็นเพื่อนสนิทกัน
"เดี๋ยวโทร" เขาตอบ ขยับลุกขึ้นเดินตามเธอเข้าไปยังโซนครัว
เวลานี้สามหนุ่มเพื่อนซี้กำลังนั่งโซ้ยข้าวกันอยู่ที่โต๊ะทานข้าวถัดจากเคาน์เตอร์ ระหว่างโซนครัวกับห้องนั่งเล่นนั้นก็มีบานประตูกระจกเลื่อนกั้นอย่างเป็นสัดส่วน ซึ่งตอนนี้ประตูก็เปิดอ้าซ่าอยู่
"ค่ำแล้ว อย่ากลับเลยนะปาว นอนที่นี่เถอะ เดี๋ยวฉันจะโทรไปขอแม่ปิ่นเอง รถเธอยิ่งไว้ใจไม่ได้เดี๋ยวติดเดี๋ยวดับแบบนี้ด้วย"
ปรรณวัชรเอ่ยชวน ความจริงไม่อยากบอกว่าคืนนี้เขาไม่อยากอยู่คนเดียว... อยากมีเพื่อนสนิทอยู่ด้วย เหมือนเช่นทุกครั้งเวลารู้สึกแย่ๆ ปวรินทร์ก็มักอยู่ข้างๆ เขาเสมอ
"ไม่ได้ พอดีนัดพี่ท็อปเอาไว้น่ะ พี่ท็อปจะกลับบ้านด้วย"
พี่ท็อปคือรุ่นพี่ปีสี่ บ้านของเขาคือตึกแถวฝั่งตรงกันข้าม ปรรณวัชรขมวดคิ้วแล้วดึงไหล่ของปวรินทร์ให้หันมามอง
"พี่ท็อปจีบเธออยู่หรือเปล่า ทำไมช่วงนี้เจอกันถี่จัง"
เขาถามด้วยน้ำเสียงขุ่น ซึ่งปวรินทร์คิดว่าเป็นเพราะอารมณ์เขากำลังหม่นมัวที่แฟนหนีนั่นแหละ
"จีบบ้าไรล่ะ รถพี่ท็อปเข้าอู่ เลยอาศัยกลับด้วยก็เท่านั้นเอง"
ปวรินทร์เดินไปเปิดตู้หยิบจานและช้อนส้อมออกมา แกะผัดกะเพราไก่ไข่ดาวใส่จานแล้วผลักมันไปให้ปรรณวัชรซึ่งดึงเก้าอี้นั่งลงถัดจากอิทธิพล ในขณะที่ภาวิชญ์กับจักราฤทธิ์นั่งฝั่งเดียวกัน ทุกคนมีเบียร์กระป๋องวางตรงหน้าใช้ดื่มแทนน้ำ ปรรณวัชรดึงแขนปวรินทร์ให้นั่งที่เก้าอี้ตรงหัวโต๊ะ
"เธอก็กินด้วยสิ" เขาลุกไปหยิบช้อนมาอีกคัน แล้วผลักจานข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวไปวางระหว่างกลาง ส่งช้อนส้อมให้หญิงสาว ทั้งสองจึงตักข้าวจานเดียวกันกินอย่างที่เคยทำอยู่บ่อยๆ
"เราว่าพี่ท็อปชอบปาวนะ สังเกตมานานแล้วว่ะ ชอบหาเรื่องเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะกับเธอตลอด"
อยู่ๆ ภาวิชญ์ก็โพล่งขึ้นมา ปวรินทร์เงยหน้าขึ้นมองเมื่อถูกพาดพิงถึง
"เออว่ะ... แล้วไอ้ชินท์ก็อีกคน"
จักราฤทธิ์เอ่ยเสริมขึ้นขณะที่ตักข้าวมันไก่ใส่ปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย แม้ภาษาพูดจะสุดกร้าวห้าวห้วน แต่กิริยามารยาทการกินกลับเหมือนคนที่ถูกอบรมสั่งสอนมาอย่างดี
"ชินท์ไหนวะ" ปรรณวัชรถามเสียงฉงน คิ้วเข้มขมวดมุ่นชนกัน
"เตชินท์อดีตเดือนคณะบริหารปีสามไงมึง ความจริงมันชอบไอ้ปาวมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว จริงไหมปาว แหม เก็บเงียบเป็นความลับนะเธอ คิดว่าไม่มีใครรู้ล่ะสิ"
จักราฤทธิ์เอ่ยแซวและยักคิ้วให้ปวรินทร์ หญิงสาวไหวไหล่
"ทำไม? ฉันมีคนมาชอบนี่มันแปลกนักรึไง และที่ไม่เอามาคุยนี่เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัว เพื่อนที่ดีไม่ควรเผือกเรื่องที่เพื่อนไม่อยากแชร์ด้วย เข้าใจปะ?"
หญิงสาวเน้นเสียง พร้อมกับรวบช้อนอิ่ม ขยับลุกขึ้นไปเปิดตู้เย็น หยิบขวดน้ำมาเปิดฝายกขึ้นดื่ม หันไปมองปรรณวัชร เห็นเขากำลังมองเขม็งมายังเธอ คิ้วขมวดมุ่นยุ่งเหยิง แต่ไม่พูดอะไรออกมา
"ปาวแน่ใจนะว่ารถโอเคน่ะ ถ้ามีอะไรก็โทรหาอิทธิ์ได้ตลอดเวลานะ ไม่ต้องเกรงใจ สายตรงได้เลย"
อิทธิพลเป็นคนที่พูดกับปวรินทร์ไพเราะที่สุดในบรรดาสี่หนุ่ม ทั้งที่เป็นชายหนุ่มหน้าเข้มแบบไทยแท้ผิวสีแทนร่างสูงกำยำหุ่นนักกีฬา บุคลิกไม่ใช่คนนุ่มนวลอะไรเลย ปวรินทร์ยิ้มให้เพื่อนผู้แสนมีน้ำใจกับเธอเสมอ คนใจถึง พึ่งได้ และสายเปย์สุดๆ ก็อิทธิพลลูกชายเจ้าพ่อโรงยิมและศูนย์สปอร์ตคลับนี่แหละ
"แท้งกิ้วจ้ะอิทธิ์ แล้วพวกนายจะต้องขับรถกลับบ้านกันหรือเปล่า ดื่มกันซะขนาดนี้"
"พรุ่งนี้วันเสาร์พวกมึงไม่มีธุระที่ไหนไม่ใช่เหรอ นอนที่นี่แหละ ไม่ต้องกลับหรอก"
ปรรณวัชรเอ่ย ยกจานไปล้างคว่ำ จากนั้นก็เดินไปคว้าแขนปวรินทร์ดึงให้เดินไปยังห้องนอนของเขา
"อะไรของนายเนี่ย"
ปวรินทร์แกะมือใหญ่ออก เดินไปนั่งที่ปลายเตียง ร่างสูงถอดเสื้อเชิ้ตออกพร้อมกางเกง เหลือแต่บ็อกเซอร์ โดยไม่เกรงใจคนที่นั่งอยู่ตรงนั้น ปวรินทร์หน้าร้อนผ่าว รีบเบือนไปมองทางอื่น
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยทำแบบนี้ แต่ทำเป็นประจำตั้งแต่เด็กแล้ว นั่นก็เพราะว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไร แต่คนที่แอบคิดไม่ซื่อกับเพื่อนอย่างเธอนี่น่ะสิที่รู้สึกไปเต็มๆ โชคดีที่ปรรณวัชรไม่เคยระแคะระคายและไม่เคยสังเกตเห็น
ปวรินทร์เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกที่เคยมีให้เขามันแปรเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ มารู้ตัวอีกที... เธอก็แอบรักเพื่อนตัวเองแบบล้ำเส้นเฟรนด์โซนไปเรียบร้อยแล้ว
"รอแป๊บนะ"
เขาเอ่ยแล้วเดินอาดๆ เข้าไปในห้องน้ำ จัดการล้างหน้าแปรงฟัน เพียงสามนาทีก็เดินออกมา คว้าเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์มาสวม
"ปะ... เรียบร้อยแล้ว"
"ไปไหน?" ปวรินทร์เอ่ยถาม ตอนนี้คิดว่าเขาคงจะเพี้ยนไปเพราะถูกแฟนทิ้ง
"อ้าว ก็ไปบ้านสิถามได้"
เสียงห้าวเอ่ยตอบ เดินนำออกจากห้องนอน โดยมีปวรินทร์เดินตามออกมาอย่างงงๆ ก็ไหนว่าจะนอนคอนโด? ร่างสูงหันไปมองเพื่อนทั้งสามที่ยังคงนั่งกันอยู่ที่โต๊ะทานข้าว
"เฮ้ย... ฝากห้องด้วยนะพวกมึง แล้วอย่าเสือกเมาเรื้อนอ้วกใส่ห้องกูล่ะ"
"อ้าว... ชวนพวกกูนอน แล้วมึงเสือกไปไหนวะ" จักราฤทธิ์ตะโกนถาม
"กูจะกลับบ้าน คิดถึงแม่ว่ะ"
ปรรณวัชรตอบเพื่อนเสร็จก็คว้าแขนปวรินทร์ดึงออกจากคอนโด ปล่อยให้เพื่อนๆ มองตามด้วยสายตางุนงง
"ไอ้เวรปรรณ... หลอกให้พวกกูเฝ้าห้องนี่หว่า แล้วเมื่อกี้มันเพิ่งคร่ำครวญจะเป็นจะตายที่แฟนหนี แต่พอตอนนี้ดูมันเหมือนจะฟื้นแล้ว ไอ้เชี่ยเอ๊ย... สัสจริงๆ"
จักราฤทธิ์ก่นด่าตามหลังปรรณวัชร
"มีไอ้ปาว ไอ้ปรรณมันก็ฟื้นเร็วงี้แหละมึง โดนไอ้ปาวด่าคำเดียว ไอ้ปรรณตาสว่างอย่างที่เห็น"
ภาวิชญ์กล่าวเสริม ทั้งสามคนหัวเราะพลางส่ายหน้าระอาใจก่อนจะยกกระป๋องเบียร์ชนกัน คืนนี้อีกยาวนานสำหรับหนุ่มโสดอย่างพวกเขา วันศุกร์แห่งชาติแบบนี้ไม่อ้วกเป็นไม่นอนกัน
