บทที่ 4 หวงเพื่อน
ปวรินทร์แวะรับทินวุฒิที่หน้าหอของเขาในเวลาสองทุ่ม ทินวุฒิเข้าไปนั่งที่เบาะหลังและทักทายกับปวรินทร์และปรรณวัชรอย่างคุ้นเคยกันดีเพราะเป็นเพื่อนบ้านกันมานาน
"ปรรณกลับด้วยเหรอ พี่คิดว่านายขับรถตัวเองกลับอย่างเคยซะอีก"
ปรรณวัชรหันไปยิ้มให้รุ่นพี่นิดหนึ่ง
"พอดีเป็นห่วงไอ้ปาวน่ะพี่ ช่วงนี้รถเสียบ่อย บอกให้เปลี่ยนคันใหม่ก็ไม่ยอม"
"ฉันไม่ใช่ลูกเศรษฐีเหมือนนาย จะได้เปลี่ยนรถเป็นว่าเล่น ดีแค่ไหนแล้วที่แม่ยอมให้ใช้คันนี้น่ะ"
"อ้าว... ทำไมต้องประชดด้วยล่ะ ฉันก็แค่หวังดี เอาคันนี้ไปเทิร์นแล้วผ่อนส่งก็ได้นี่ รถอีโคคาร์ทุกวันนี้ก็ไม่ได้แพงอะไรเลยสักนิด หรือถ้าเธอจะหยิ่งน้อยลงกว่านี้แล้วให้ฉันซื้อเป็นของขวัญวันเกิดก็ยังได้"
ปรรณวัชรกล่าวพลางยกมือขึ้นผลักศีรษะคนตัวเล็กด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ในความหยิ่งยะโสของเจ้าหล่อน ที่ไม่ยอมให้เขาช่วยเหลือเรื่องเงินๆ ทองๆ ใบหน้าเล็กงอง้ำไม่พอใจที่ถูกแกล้ง หันมาเบ้ปากใส่ปรรณวัชร
"ชิ! คนอวดรวย"
ปวรินทร์รู้สึกเหม็นเบื่อป๋าสายเปย์ขึ้นมาตงิดๆ เธอรู้ว่าเขาไม่คิดมากเรื่องเปย์ให้เพื่อนอย่างเธอ แต่ปรวรินทร์ก็ไม่เคยต้องการอะไรที่เป็นวัตถุสูงค่าจากเขาเลยแม้แต่น้อย
ความจริงปรรณวัชรไม่ใช่แค่มีพ่อรวยเท่านั้น แต่ตัวเขาเองก็หาเงินเก่งและมีรายได้เป็นของตัวเองตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมปลายแล้ว อาศัยที่เขามีพรสวรรค์เรื่องการวาดรูปและถ่ายภาพ จึงมีรายได้จากการขายงานศิลปะ มีลูกค้าเป็นชาวต่างชาติที่ชื่นชอบผลงานของปรรณวัชรหลายราย ที่กลายเป็นลูกค้าประจำ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้แก่เขา ไหนจะขายรูปบนเว็บไซต์รูปภาพต่างๆ มี Passive Income เข้าบัญชีทุกเดือนอีก
"ไม่ได้อวดรวย แต่เลี้ยงเธอได้ทั้งชีวิต นี่พูดจริงนะ เลิกหยิ่งซะทีเหอะ ให้ฉันถอยรถคันเล็กให้เธอสักคันนะไอ้เพื่อนยาก"
ปวรินทร์รู้สึกหน่วงลึกๆ กับคำว่า ไอ้เพื่อนยาก แต่ก็รีบปรับอารมณ์และสีหน้าไม่ให้เขาเห็นรอยเศร้าลึกล้ำนั้น
"จ้า ป๋าปรรณขา ถ้างั้นก็ถอยคอนโดให้หนูสักห้องแถมกระเป๋าแบรนด์เนมอีกสักครึ่งโหลนะคะ จะได้ครบสูตรเป็นป๋าสายเปย์ไงล่ะคะ"
ปวรินทร์แสร้งทำลอยหน้าลอยตา ได้ยินทินวุฒิหัวเราะขำไปกับการจิกกัดและประชดเหน็บแนมของพวกเธอ
"เราสองคนนี่ตอนเล็กๆ ยังไง ตอนโตก็ยังเหมือนเดิมนะ เออ ปาว... ตอนนี้ทีมของพี่ได้รับงานโฆษณาประชาสัมพันธ์โรงแรมและรีสอร์ตมาชิ้นหนึ่ง กำลังหาพรีเซ็นเตอร์ผู้หญิงอยู่ คือเป็นหนังโฆษณาสั้นน่ะ พระเอกมีแล้ว เหลือแต่นางเอก ปาวสนใจไหม"
ทินวุฒิเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง ชายหนุ่มเรียนคณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาการโฆษณา ด้วยผลการเรียนที่โดดเด่นทำให้ทินวุฒิได้รับการจองตัวจากบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งและยังได้มีโอกาสเข้าไปทำงานพาร์ตไทม์ให้บริษัทนั้นแล้วด้วย ถือเป็นความโชคดีมากสำหรับชายหนุ่ม
"นางเอกโฆษณา? พี่ท็อปจะบ้าเหรอ ไอ้ปาวเนี่ยนะ?"
เสียงของปรรณวัชรดังลั่นรถ ปวรินทร์ทำหน้างอง้ำบึ้งตึงใส่เพื่อนทันทีกับประโยคคล้ายดูถูกของเขา... เออ เธอมันสวยสู้ผู้หญิงของเขาไม่ได้ เธอรู้ดี แต่แล้วยังไงล่ะ!
"ใช่... ส่วนพระเอกน่ะ พี่ติดต่อไอ้ชินท์คณะบริหารไว้แล้ว เหลือแต่นางเอกอย่างที่บอก ไอ้ชินท์มันเปรยมาว่าปาวมีคาแร็กเตอร์ที่ทางทีมเราต้องการพอดี นางเอกแบบใสๆ น่ารักๆ เก๋ เท่ มีความห้าวปนนิดๆ และเป็นตัวของตัวเอง พี่ก็เห็นด้วยกับเจ้าชินท์มันนะ ว่าไงล่ะเรา สนใจหรือเปล่า"
"ใสๆ น่ารักๆ?... ไอ้ปาวเนี่ยนะ"
ปรรณวัชรพูดย้ำอีกครั้ง
"แล้วนายมีปัญหาอะไร ไอ้นายปรรณ! ตะโกนอยู่ได้ หูจะแตกแล้วเนี่ย! แล้วคนอย่างฉันมันเป็นยังไง! ในสายตานายเราอาจจะไม่ได้สวยน่ารัก แต่ในสายตาคนอื่นเขาอาจจะเห็นแตกต่างจากนายก็ได้นี่!"
ปวรินทร์แหวใส่ปรรณวัชรด้วยความฉุนโมโหนิดๆ เพราะโทนเสียงของเขามันบอกชัดเจนว่าเขาไม่เห็นว่าเธอน่ารักหรือสวยพอที่จะเป็นนางเอกโฆษณาได้
ปรรณวัชรทำเมินเฉยต่อเสียงแหวแปร๋นๆ นั่น และเอี้ยวตัวหันไปพูดกับทินวุฒิ
"ทำไมพี่ท็อปไม่ไปทาบทามพวกดาวคณะเอาล่ะ น่าจะเวิร์กกว่านะ ไอ้ปาวไม่ใช่นักแสดงซะหน่อย สกิลด้านนี้ติดลบเชื่อผมสิ บอกเลยว่าไอ้ปาวไม่สนหรอกครับ ขอผ่าน ไม่รับครับพี่ ไม่เอาๆ"
เดี๋ยวนะ! ใครถามความคิดเห็นหมอนี่ไม่ทราบ! พี่ท็อปกำลังถามเธอไม่ใช่เขาซะหน่อย ปวรินทร์หันไปทำตาขวางใส่คนที่ทำเป็น ส. ใส่เกือก!
"หวงเพื่อนจังนะปรรณ งานนี้พี่ไม่อยากได้พวกหน้าสวยแบบเกร่อเหมือนกันหมดทั้งบล็อก เบื่อหน้าคางแหลมวีเชฟ มันดูเฟกว่ะ อยากได้แบบปาวนี่แหละ สวยน่ารักเป็นธรรมชาติดี คอนเซ็ปต์ของโฆษณาคือ พระเอกนางเอกเป็นคู่รักไปพักที่โรงแรมและรีสอร์ตแห่งนี้ บรรยากาศโรแมนติกอะไรประมาณนี้ ปาวเองก็รู้จักกับเจ้าชินท์แล้วไม่ใช่เหรอ"
ทินวุฒิถามปวรินทร์ที่ยังทำหน้ามุ่ยใส่ปรรณวัชรอยู่
"ตกลงเธอสนิทกับไอ้ชินท์อะไรนั่นจริงๆ สินะ ฉันคิดว่าพวกไอ้ภามไอ้เจ้ามันอำเล่นซะอีก ไปสนิทกันตั้งแต่ตอนไหน ทำไมฉันถึงไม่รู้เรื่อง"
เสียงเข้มขุ่นเอ่ยแทรกขึ้น โดยไม่สนใจทินวุฒิ
"มันไม่สำคัญอะไรกับนายซะหน่อย... นายไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องของเราไม่ใช่เหรอปรรณ"
"แต่ฉันให้เธอรู้ทุกเรื่องของฉันนะปาว... ฉันไม่เคยมีความลับกับเธอเลยสักครั้ง"
เออ! แล้วเขาจะรู้หรือเปล่าว่าไอ้การรู้ทุกเรื่องของเขานั่นน่ะ มันทำให้เธอเจ็บแค่ไหน เขาสนใจผู้หญิงคนไหน ชอบใคร ไปดูหนังกินข้าวกับใคร คั่วกับสาวกี่คนต่อกี่คน เธอก็จำต้องมานั่งฟังเขาเล่าด้วยน้ำเสียงสนุกสุขสันต์ โดยที่เขาไม่เคยสะกิดใจเลยว่าหัวใจเธอกำลังช้ำระบม ฝืนปั้นยิ้มหน้าชื่นแต่อกตรม เหมือนคนโง่ที่ไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับความรู้สึกของตัวเองดี
ต่างคนต่างเงียบหลังจากโต้ตอบกันไปมา
"เฮ้ย อย่าซีเรียสกันแบบนี้สิ... เอางี้นะ... พี่ให้ปาวไปคิดดูก่อน แล้วค่อยให้คำตอบพี่ก็ได้ แต่งานนี้เงินโอเคนะ แถมเป็นโอกาสที่ปาวจะได้ลองประสบการณ์ใหม่ๆ และได้ทำงานกับมืออาชีพด้วย ไม่แน่นะ... ปาวอาจจะค้นพบศักยภาพด้านนี้ของตัวเองก็ได้"
"ขอบคุณมากค่ะพี่ท็อป ปาวขอเวลาคิดแป๊บนะ แล้วจะให้คำตอบโดยเร็วที่สุดค่ะ"
ปวรินทร์เอ่ยกับรุ่นพี่ จากนั้นก็นิ่งเงียบกันไปจนกระทั่งถึงบ้าน
