บทที่ 5 อีกครึ่งของเธอ
ซอยนี้เป็นซอยแยกจากถนนสายหลักอีกที เป็นซอยที่เต็มไปด้วยตึกแถวเรียงราย บ้านของพวกเขาอยู่ประมาณกลางซอย เป็นตึกแถวสี่คูหาสูงสี่ชั้นทาสีฟ้า ของบ้านปวรินทร์สองคูหา ชั้นล่างทำเป็นร้านมินิมาร์ท และบ้านของปรรณวัชรสองคูหา ชั้นล่างเปิดเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวที่ขึ้นชื่อและขายดีมานานปี
ด้านหน้าสามารถจอดรถได้ ด้านหลังล้อมรั้วคอนกรีต ระหว่างสองบ้านมีรั้วระแนงสีฟ้าสูงเพียงหน้าอกกั้นพอเป็นพิธี มีบริเวณพื้นที่เหลือเป็นสวนขนาดเล็ก มีม้าหินอ่อนใต้ต้นมะม่วงต้นใหญ่และมีมุมจอดรถ ปวรินทร์เลี้ยวรถไปตามถนนคอนกรีตข้างตึก อ้อมไปจอดด้านหลังบ้านเพื่อไม่ให้เกะกะหน้าร้านมินิมาร์ทของแม่
ปวรินทร์กดล็อกรถ ปรรณวัชรมีสีหน้าเคร่งขรึมและไม่พูดอะไรกับเธอตั้งแต่เถียงกันจบ ร่างสูงเดินตรงไปยังประตูเล็กโดยไม่ต้องอ้อมไปด้านหน้า
ปวรินทร์เห็นท่ามึนตึงของอีกฝ่ายเธอก็เชิดหน้าไหวไหล่ ไม่เห็นต้องง้อเขาก่อนเลย เพราะเธอไม่ได้ผิดอะไร อยากโกรธก็โกรธไปสิ!
หญิงสาวเลิกใส่ใจคนเอาแต่ใจ ได้ยินเสียงเปิดประตูด้านหลังบ้าน แม่คงได้ยินเสียงรถของเธอเลยรีบมาเปิดให้ ร้านมินิมาร์ทของแม่เปิดแต่เช้าและปิดร้านไม่เกินสองทุ่ม ตอนนี้ก็สามทุ่มครึ่งเข้าไปแล้ว
"กลับมาแล้วเหรอลูก"
"จ้า ปกไม่กลับอีกแล้วนะแม่ ใกล้จะสอบแล้ว น้องเลยอยู่ติวหนังสือกับพวกเพื่อนที่หอน่ะ"
ปวรินทร์เข้าไปกอดเอวแม่ บ้านนี้อยู่กันสามคน แม่ปิ่นวดี ปวรินทร์ และปกเกล้า น้องชายวัยสิบเก้าปีของเธอ ปกเกล้าเรียนวิศวะปีหนึ่งที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน
สองแม่ลูกพากันเดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง ชั้นนี้เป็นห้องนั่งเล่นและห้องครัว ส่วนชั้นสามมีห้องนอนสองห้อง และชั้นสี่ก็ห้องนอนอีกสองห้อง แม่และปกเกล้านอนอยู่ชั้นสาม ส่วนปวรินทร์ยึดชั้นสี่เป็นที่สิงสถิตเนื่องจากอาศัยการเดินขึ้นเดินลงเป็นการออกกำลังกายไปในตัว
"แล้วกินอะไรมาหรือยังล่ะ แม่ทำแกงฮังเลแบ่งไว้ให้พวกเราเยอะเลย ของโปรดของนายปรรณ กลับมาหรือเปล่าก็ไม่รู้นะศุกร์นี้"
"กลับมาพร้อมปาวนี่แหละจ้ะ แต่กินข้าวกันมาแล้ว เก็บไว้กินพรุ่งนี้ก็แล้วกันเนอะ"
หญิงสาวเอ่ย พากันเดินไปยังห้องนั่งเล่น ปกติแม่จะอยู่ดูละครที่ห้องนี้ พอละครจบถึงขึ้นไปนอนที่ชั้นสาม
การทำร้านมินิมาร์ทของแม่ก็ไม่ใช่งานหนักอะไร ท่านมีตารางสำหรับไปซื้อของมาขายจากแม็คโครในวันจันทร์และวันพฤหัสบดีไม่ได้ไปทุกวัน ที่เหลือก็แค่เปิดร้านนั่งขายของ มีลูกจ้างประจำหนึ่งคนเป็นคนอาศัยในซอยเดียวกันนี่เอง ทำแบบไปเช้าเย็นกลับ
แม่เน้นทำงานแบบสบายๆ ไม่เน้นทำเพื่อเงิน ชีวิตพวกเธอดีตรงที่ว่าไม่มีหนี้สิน และแม่เป็นคนค้าขายเก่ง ขยันและเก็บเงินเป็น ส่วนทุนการศึกษาของปวรินทร์กับปกเกล้านั้นเป็นเงินก้อนจากประกันชีวิตที่พ่อทำเอาไว้
พ่อของเธอเป็นโฟร์แมน ท่านเสียด้วยอุบัติเหตุในสถานที่ทำงานเมื่อตอนปวรินทร์อายุสิบห้าปี ได้เงินประกันมาก้อนใหญ่ แม่ไม่ยอมแตะและเก็บเอาไว้เป็นทุนการศึกษาให้ลูกทั้งสอง ปวรินทร์กับน้องจึงได้เรียนมหาวิทยาลัยเอกชนทั้งสองคน ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอยู่ในเขตเดียวกับบ้านตามที่แม่ต้องการ ทำให้สามารถกลับมานอนกับแม่ได้ทุกวันศุกร์
"ก็แล้วแต่เราสิ แล้วทำไมปรรณถึงไม่ขับรถตัวเองกลับล่ะ ปกติไม่ชอบนั่งมิสพริ้งของเราไม่ใช่เหรอ"
แม่เอ่ยยิ้มๆ แม่รักและเอ็นดูปรรณวัชรประดุจลูกชายคนหนึ่ง เพราะเลี้ยงคู่มากับปวรินทร์
"หมอนั่นอกหักน่ะแม่ เลยไม่มีแก่ใจจะขับรถมั้ง" ปวรินทร์เอ่ยตอบ แม่ทำตาโต
"เหรอ แต่คงไม่จริงจังเหมือนครั้งก่อนๆ นั่นละมั้ง แม่ไม่เคยเห็นคบใครได้เกินปีสักคน"
แม่รู้ดีสมกับที่เป็นแม่คนที่สองของปรรณวัชร
"ฮื่อ ก็ตามนั้นแหละจ้ะ แล้ววันนี้แม่เป็นไงมั่ง ที่ปวดเข่าน่ะหายหรือยังจ๊ะ"
"กินอาหารเสริมที่นายปรรณเอามาให้ก็รู้สึกดีขึ้นมากแล้วล่ะ เราไปอาบน้ำอาบท่าเถอะไป ดึกแล้วเดี๋ยวจะไม่สบายเอา แม่จะดูละครย้อนหลังซะหน่อย"
"โอเคค่ะคุณนาย ถ้าปาวง่วงก็จะไม่ลงมานะ"
"ตามสบายเลย พรุ่งนี้ยังมีเวลาคุยกันถมเถไป"
"งั้นกู๊ดไนท์เลยนะแม่จ๋า"
หญิงสาวหอมแก้มแม่แล้ววิ่งขึ้นบันไดไปชั้นสี่ บนนี้มีสองห้องนอนใหญ่ มีห้องน้ำในตัว ปวรินทร์เลือกห้องนอนที่อยู่ติดกับคูหาของบ้านปรรณวัชร ซึ่งห้องที่มีระเบียงใกล้กันก็เป็นห้องของเขา ตั้งแต่ชั้นประถมแล้วที่เขาเอาแผ่นกระดานไม้หนาสองนิ้วยาวสองเมตรครึ่งมาพาดตรงขอบระเบียงเพื่อไต่ข้ามมาห้องเธอ เขาชอบมาทำการบ้านและเล่นเกมด้วยกันที่ห้องนี้ เวลาไม่ใช้ก็จะดึงแผ่นกระดานเก็บไว้ จวบจนเวลานี้ทั้งสองอายุยี่สิบเอ็ดปี แผ่นกระดานนั้นก็ยังอยู่ยงคงกระพันอย่างไม่น่าเชื่อ
ปวรินทร์อาบน้ำสระผมเสร็จก็สวมชุดนอนลายการ์ตูนสีชมพู นั่งเป่าผมที่หน้ากระจก
ก๊อก-ก๊อก
เสียงเคาะประตูกระจกตรงระเบียง หญิงสาวเดินไปแง้มผ้าม่านดู เห็นว่าเป็นใครก็ปลดล็อกประตูเลื่อนเปิดให้ เขาก้าวเข้ามาแล้วรีบเลื่อนปิดเพราะกลัวยุงและแมลงจะบินเข้ามาด้วย
"แม่ทำแกงฮังเลด้วยแหละ... หิวหรือเปล่า"
เธอจำได้ว่าเขากินผัดกะเพราไก่ไข่ดาวไปครึ่งห่อเพราะแบ่งให้เธอกินด้วย อาจจะไม่อยู่ท้อง
"เหรอ... อยากกิน แต่ขี้เกียจแปรงฟันอีก เอาไว้พรุ่งนี้เช้าละกัน"
น้ำเสียงที่ตอบคลายความงอนลงไปจนเกือบปกติแล้ว ร่างสูงสวมเสื้อยืดสีเทากับกางเกงขาสั้นสีเข้มเดินไปนอนบนเตียงขนาดหกฟุตของเธอ หยิบตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลมากอดเล่น
"นายโอเคยัง... มีอัปเดตอะไรจากพีชหรือเปล่า"
ปวรินทร์เอ่ยถาม พอเห็นเขาเป็นคนเข้ามาหาเธอก่อนแบบนี้ หญิงสาวก็หายโกรธไปโดยปริยาย เก็บไดรเข้าลิ้นชักหลังจากเป่าจนผมแห้ง
"เรายังไม่ได้เปิดดู... ช่างเถอะ"
เขาเอ่ยแล้วก็หันมามองหน้าเธอ ปวรินทร์หย่อนตัวลงนั่งพิงพนักเตียง หยิบโทรศัพท์มาสไลด์ดูเผื่อจะมีข่าวคราวเกี่ยวกับพิชญา
