บทที่ 4 EP 4 "โศภิตา"

เนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิดครบรอบสิบแปดปีของริท ลูกชายบุญธรรมของเธอ โศภิตาจึงตัดสินใจจะทำมื้อพิเศษให้เขาในช่วงเย็น อีกทั้งยังมีเค้กก้อนใหญ่ที่รินแอบสั่งเอาไว้เซอร์ไพรส์เขาอีก เนื่องด้วยเหตุนี้เอง โศภิตาจึงจำต้องออกนอกบ้านเพื่อหาซื้อวัตถุดิบเพิ่มเติม

และด้วยเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่หายไปจากที่พัก ไม่มีทางใดเลยที่เธอจะคิดถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในครอบครัว ดั่งเช่นในเรื่องที่รินรดา ลูกสาวในไส้แท้ๆของเธอ จะค่อยๆกลายเป็นผู้หญิงของริท บุตรบุญธรรมทีละน้อย หรือแม้แต่เรื่องที่ตัวของโศภิตาเองนั้น ก็จะแปรเปลี่ยนไปในอีกไม่ช้านานเฉกเช่นเดียวกัน

อันที่จริงแล้ว ริทไม่ได้ต้องการจัดงานเลี้ยงหรือฉลองอะไรเป็นพิเศษในวันเกิดของเขา และแน่นอนว่าโศภิตาเองก็รู้เรื่องนี้ดี

เธอรู้ว่าตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา ริทแทบไม่มีเพื่อนสนิทเลยสักคน ไม่ว่าจะเป็นในสถานศึกษาหรือที่ไหนก็ตาม เด็กหนุ่มไม่มีใครเหลืออีกแล้วนอกจากเธอและลูกสาว ดังนั้น โศภิตาจึงตัดสินใจจะจัดงานวันเกิดเล็กๆนี้ขึ้นเพื่อเขา 

ถึงริทจะเป็นเด็กเงียบๆและไม่มีอะไรโดดเด่นมากนัก แต่เขาก็มักจะปฏิบัติต่อเธอและรินดั่งแม่และพี่สาวแท้ๆแม้จะรู้ว่าพวกเขาไม่มีอะไรเกี่ยวพันกันทางสายเลือดเลยก็ตาม

และการที่ริทยังคงแสดงออกเช่นนี้อยู่เรื่อยมา โศภิตาจึงไม่มีทางระแวงสงสัยถึงสิ่งที่เด็กหนุ่มผู้อ่อนกว่าเธอเกือบยี่สิบปีคนนี้คิดหวังจะทำกับเธอเลย

โศภิตารู้ตัวดีว่ารูปลักษณ์ของตนเปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม จึงไม่แปลกนักที่จะมีผู้ชายมากหน้าหลายตาเวียนแวะเข้ามาในชีวิตของหญิงสาวอยู่เป็นประจำ

แต่หลังจากสามีของเธอเสียชีวิตลง โศภิตาก็ไม่คิดที่จะมีใครใหม่อีก เธอต้องการใช้ชีวิตที่เหลือกับลูกๆทั้งสองของเธอเพียงเท่านั้น

และด้วยสาเหตุนี้เอง แม่ม่ายสาวจึงตอบปฏิเสธผู้ชายทุกคนอย่างเด็ดขาดอยู่เสมอ และในไม่ช้า พวกเขาเหล่านั้นก็จะยอมแพ้และเลิกหมายปองในตัวเธอไป

ริทเองก็ไม่คิดว่าเขาจะทำให้แม่บุญธรรมมาชอบพอได้ นั่นเพราะไม่ว่ายังไงก็ตาม ในสายตาของโศภิตา เขาจะเป็นเพียงแค่ลูกชายบุญธรรมสุดที่รักอยู่เสมอ

แต่ด้วยพลังที่เพิ่งค้นพบ เด็กหนุ่มก็เชื่อมั่นว่าเขาจะสามารถใช้มันเพื่อเปลี่ยนมุมมองของเธอที่มีต่อเขาได้อย่างง่ายดาย 

---------------------------------------------

เมื่อโศภิตาจัดเตรียมอาหารเสร็จก็ตกค่ำพอดี เธอจึงเรียกริทและรินให้มาที่ครัวเพื่อทานอาหารร่วมกัน

ริทลงมาจากห้องทันทีที่ได้ยินเธอเรียก และแม้ว่าเขาจะรู้อยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นถึงความเอาใจใส่ของแม่บุญธรรมจากอาหารโปรดบนโต๊ะ เด็กหนุ่มก็อดที่จะรู้สึกดีไม่ได้

หลังจากนั้นไม่นานนัก รินรดาก็ตามลงมา แล้วใบหน้าของเธอก็แดงขึ้นเล็กน้อย

รินรดาเฝ้าคิดวนเวียนมาตลอด ทำไมจู่ๆเธอถึงเกิดอารมณ์เพราะน้องชายขึ้นมาได้ และในที่สุด เธอก็สรุปว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ

อาจเพราะร่างกายของเธออยากจะรู้สึกดีโดยบังเอิญ อีกทั้งริทก็แค่อยู่ใกล้ๆเธอโดยบังเอิญ ทั้งหมดจึงเป็นเพียงเรื่องที่บังเอิญเกิดขึ้นล้วนๆเท่านั้น

เมื่อคิดได้ดังนั้น รินรดาก็ตัดสินใจที่จะลบเรื่องนี้ออกจากหัวให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อให้แน่ใจว่าริทหรือใครก็ตามจะไม่มีวันรับรู้ได้อีก 

ทว่าความคิดของเธอก็ต้องเป็นหมันเมื่อเดินมาถึงโต๊ะอาหาร

เพราะเมื่อรินรดาเห็นน้องชาย ส่วนสงวนของเธอก็เป็นอันเกิดอาการวูบวาบขึ้นมาอีกครั้ง และแม้จะเพียงเล็กน้อย แต่มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้จิตใจของหญิงสาวกลับมาสับสนวุ่นวายดังเดิม

จะเป็นเพราะริทจริงๆหรือที่กระตุ้นเธอ? จะยังมีเหตุผลอื่นแอบซ่อนอยู่อีกไหมหนอ? รินรดาพยายามคิดหาคำตอบ

หลังจากทั้งสามนั่งกินมื้อเย็นด้วยกันได้พักหนึ่ง  รินรดาก็เริ่มรู้สึกคันยุบยิบในร่องสาวมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งทุกครั้งที่เธอมองริท อาการเหล่านั้นก็จะเพิ่มพูนยิ่งขึ้นไปอีก

เพราะแม้แต่ในขณะนี้ หน้าอกของเธอก็เริ่มจะเกิดอาการเดียวกันจนปลายถันค่อยๆลุกชูชันขึ้นอย่างช้าๆ

หลังจากเห็นสีหน้าของพี่สาว ริทก็รู้ทันทีว่าเธอเริ่มมีอารมณ์อีกครั้งแม้จะไม่เท่าในครั้งก่อนหน้า และนั่นอาจจะเป็นเพราะเธอได้สำเร็จความสุขสมจากเขาไปแล้วหนึ่งครั้งก็เป็นได้ 

แต่กระนั้น ริทก็ยังดีใจมากที่ร่างกายของรินรดายังคงปรากฏปฏิกิริยาต่อคำสั่งของเขาอยู่ ไม่ว่าแรงกระตุ้นที่เกิดจะลดลงหรือรินรดาจะอดทนได้ดีก็ตาม แต่ตราบใดที่เขาอยู่ใกล้เธอ สาเหตุต่างๆก็ไม่สำคัญอีกต่อไป 

อันที่จริงแล้ว ริทออกจะชอบใจที่ผลของคำสั่งมีประสิทธิภาพลดลงด้วยซ้ำ

แม้ความจริงที่รินรดาจะรู้สึกเร่าร้อนอย่างรวดเร็วจะเป็นเรื่องที่ชายทั้งโลกหวัง ทว่าเด็กหนุ่มก็ยังสนุกที่จะได้เห็นเธอทรมานด้วยความร้อนรุ่มอย่างช้าๆแต่แน่นอนเสียมากกว่า

แม้รินรดาจะยังตักอาหารใส่ปากอยู่ แต่ในทุกนาทีที่ผ่าน ร่างกายของเธอก็ยิ่งร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งใบหน้างามที่กำลังเปลี่ยนสีจากชมพูเป็นแดงช้าๆนั่นอีก

"ริน เป็นอะไรหรือเปล่าลูก ดูทานไม่ค่อยเยอะเลย แถมหน้าก็แดง"

โศภิตาผู้ไม่รู้เรื่องราวใดๆเอ่ยถามขึ้นหลังสังเกตถึงความผิดปกติจากบุตรสาวได้

"น..หนูสบายดีค่ะ"

รินพยายามที่จะตอบกลับด้วยอาการปกติ คงไม่ดีแน่หากแม่ของเธอรู้ว่าร่างกายของเธอกำลังเกิดอะไรขึ้นภายใน ไหนจะตัวต้นเหตุที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามนั่นอีกล่ะ

รินรดาต้องทำให้แน่ใจว่าน้องชายจอมบื้อจะไม่คิดว่าเธอเริ่มสนใจเขา หากความเกิดแตกขึ้นมา เธอคงยอมกลั้นใจตายเสียดีกว่า หญิงสาวจึงอดทนต่ออาการร้อนรุ่มและพยายามทำตัวตามปกติอย่างสุดความสามารถ

หลังมื้อค่ำจบลง รินรดาก็รีบลุกออกไปโดยบอกว่าจะต้องทำอะไรบางอย่าง ทิ้งม่ายสาวที่กำลังงุนงงและน้องชายไว้ข้างล่าง 

ริทยิ้มน้อยๆอย่างพอใจ เพราะเด็กหนุ่มแน่ใจว่าพี่สาวจะจากไปโดยคิดถึงแต่ภาพเขาอย่างแน่นอน

"เอาล่ะ! ริท บอกแม่มาซะดีๆว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่สาวของลูก เมื่อกี้แม่เห็นรินทำตัวแปลกๆ มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า "

โศภิตาถามเขาด้วยสายตาจริงจัง และมันก็ทำให้เด็กหนุ่มต้องกลั้นหัวเราะ

ด้วยสีหน้าไร้เดียงสา ริทก็ตอบว่า

"ไม่รู้สิครับ บางที...พี่รินอาจจะแค่รู้สึกไม่สบายก็ได้มั้งครับ ไว้ถ้าเกิดเป็นอะไรมากเข้า เดี๋ยวพี่รินก็คงมาบอกพวกเราเอง"

"อืมมม... แม่ก็หวังว่าจะเป็นอย่างที่ลูกบอก"

ม่ายสาวเม้มปากแน่นด้วยความเป็นห่วง ก่อนเธอจะกลับมายิ้มให้บุตรชาย

"ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้ลูกจะไปทำอะไรที่อยากทำก่อนก็ได้นะ ไหนๆวันนี้ก็เป็นวันเกิดของลูก เดี๋ยวแม่จะเป็นคนเก็บกวาดให้เอง" 

"ขอบคุณครับแม่"

เด็กหนุ่มรับคำอย่างยินดี

---------------------------------------------

ริทกลับมายังห้องส่วนตัวเพื่อครุ่นคิดถึงสิ่งที่เขาจะทำกับโศภิตา

ตอนนี้เขารู้สึกได้ว่าพลังจิตของตนฟื้นคืนกลับมาเต็มเปี่ยมแล้ว และด้วยเรือนร่างเปลือยเปล่าของพี่สาวที่ยังวนเวียนอยู่ในหัว เด็กหนุ่มจึงไม่อยากรีรอใดๆอีกต่อไป

ขณะนี้เขาพร้อมแล้วที่จะต้องเสียความบริสุทธิ์ และถ้ามันจะเป็นกับโศภิตา แม่บุญธรรมสุดเซ็กซี่ของเขา เด็กหนุ่มก็ออกจะดีใจเสียด้วยซ้ำ

โศภิตารับเขามาเลี้ยงด้วยความรักอันเต็มเปี่ยมหลังจากที่เขาเสียทั้งพ่อและแม่ไป ไม่เคยเลยแม้แต่สักครั้งที่เธอจะปฏิบัติต่อเขาเหมือนกับไม่ใช่ลูกชาย และเมื่อรวมกับร่างกายอันเร่าร้อนพร้อมด้วยดวงหน้าสวย จึงไม่แปลกที่เด็กหนุ่มจะพบว่าเธอคือตัวเลือกแรกหากเขาอยากจะมอบกายให้ใครสักคน 

ริทต้องการที่จะปลดปล่อยตัวเองเข้าเป็นส่วนหนึ่งของร่างอันราวสวรรค์สร้างนั้น และเขาก็จะทำมันแน่ในคืนนี้ แต่ก่อนที่จะเป็นเช่นนั้น ริทต้องแน่ใจว่าแม่บุญธรรมสาวจะต้องการในสิ่งเดียวกัน 

เฉกเช่นความรู้สึกที่เกิดกับรินรดา สภาวะของการถูกสะกดจะทำให้ความรู้สึกสุขสมของเขาลดทอนลงอย่างมาก ริทต้องการให้โศภิตารู้สึกดีเหมือนกันกับเขาในขณะที่ร่างของทั้งคู่เกี่ยวกระหวัดรัดรึงกัน ดังนั้น ริทจึงยังคงพยายามครุ่นคิดหาวิธีที่จะได้ผล วิธีที่จะทำให้แม่บุญธรรมรู้สึกเต็มใจกับเขา

จนในที่สุด ริทก็นึกวิธีการบางอย่างออก เขาพยายามคิดทบทวนมันให้แน่ใจ และเมื่อผ่านไปอีกพักใหญ่ โศภิตาก็เรียกให้เขาลงไปข้างล่าง

---------------------------------------------

เมื่อริทลงไป เขาก็เห็นพี่สาวของตนอยู่ก่อนแล้ว และเหมือนกันกับก่อนหน้า ทั้งๆที่เธอเป็นคนสั่งเค้กมาเซอร์ไพรส์เขาด้วยตัวเอง แต่เมื่อเขาเป่าเทียนเสร็จ รินรดาก็แบ่งเค้กในส่วนของตนไปกินอย่างรวดเร็วก่อนจะเอ่ยปากขอตัวขึ้นนอน

รินรดาในตอนนี้เขินอายเกินกว่าจะเจอริท เธอกลัวว่าหากเห็นเขานานไป ร่องรูของเธอจะเกิดวูบวาบขึ้นมาอีกครั้ง

ตอนนี้เธอไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้ริทพูดด้วย หญิงสาวพุ่งตัวผ่านน้องชายเพื่อพาตัวเองขึ้นห้องไปในทันที

"พี่รินดูแปลกไปจริงๆด้วยนะครับ" 

ริทพูดขณะนั่งลงบนโซฟาข้างๆแม่บุญธรรมของเขา

"หึหึ ดูไปแล้วก็ตลกดีเหมือนกันนะ"

โศภิตาผู้เดียงสาขำเบาๆ

"แต่แม่ว่าพรุ่งนี้ก็คงหายมั้ง"

พูดจบเธอก็ยื่นเค้กให้ริท

"ลูกจะดูอะไรไหม"

เธอถามพลางเปิดทีวี

"ไม่ครับ แม่ดูเลย"

ริทตอบขณะก้มหน้ากินเค้ก 

แม้จะเป็นโอกาสอันดีที่พี่สาวของเขาไม่อยู่แล้ว แต่เด็กหนุ่มก็ยังรู้สึกประหม่าเล็กน้อย แต่หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน อีกไม่ช้าเขาก็จะได้เข้าไปลิ้มรสสัมผัสภายในของแม่บุญธรรมที่นั่งอยู่ข้างกายแล้ว

ริทรวบรวมสติเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างจะราบรื่น ก่อนเขาจะพูดขึ้น

" โศภิตา "

หญิงสาวหันมองบุตรชายตามเสียงขานด้วยรู้สึกประหลาดใจที่เขาใช้ชื่อจริงของเธอ และเมื่อดวงตาของทั้งคู่ประสานกัน ริทก็เพ่งพลังจิตเข้าใส่เธอทันที 

ทันใดนั้น อาการปวดหัวอย่างรุนแรงก็รุกล้ำเข้าสู่สมองของโศภิตาอย่างไม่ทันตั้งตัว และก่อนที่เธอจะส่งเสียงใดๆ แววตาของม่ายสาวก็สิ้นประกายความมีชีวิตชีวาไปเสียแล้ว...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป